กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๑๐ : มืดมิด

clip_image002

-ตอน ๑๐ : มืดมิด-

 

เสียงลั่นคล้ายโลหะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เข็มบินหมื่นพันจำแลงปะทะเข้ากับบางสิ่ง เกิดประกายเจิดจ้ารายรอบกระบี่โปรยบุปผา แสงจ้าค่อยๆรางลง

กระบี่กลีบบุปผายามนี้คงเหลือยาวเพียงสองเชี๊ย ทว่ารอบตัวกระบี่โปรยบุปผากลับมีโลหะแวววาวคล้ายกลีบดอกไม้หมุนวนรอบกายอย่างเชื่องช้า ประหนึ่งกาลเวลาสยบยอมให้กับลมปราณสงบนิ่ง ก่อเกิดม่านพลังสายหนึ่ง บัดนี้มันอยู่ในท่วงท่าพร้อมตั้งรับ เข็มบินหมื่นพันจำแลงถูกสยบลงบนพื้นอีกครา

“บุปผาคลี่คลาย” เถ้าแก่หลงลอบชมเชยกระบี่โปรยบุปผา ‘เด็กน้อยฝึกฝนฝีมือได้ถึงเพียงนี้แล้ว’ จากนั้นคล้ายกับว่าลืมเลือนเรื่องราวบางประการ ‘อ่า’ เถ้าแก่หลงคราง

เหล่าเติ่งมิได้เกิดอาการประหลาดใจ มันมิได้เหนือความคาดหมาย ‘กระบี่กลีบบุปผา’ คือยอดศาสตราหนึ่งในสิบสามกระบี่เซครา นครที่มีชื่อเสียงด้านคิดค้นสร้างอาวุธมากมาย สิบสามกระบี่คือกระบี่ซึ่งเทพศาสตราในแต่ละรุ่นคิดค้นเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ในรอบยี้สิบปีมีเทพศาตราหนึ่งคน

กระบี่กลีบบุปผาเป็นศาตราประจำรุ่นที่สิบ นับว่าเป็นกระบี่ยุคหลัง พบการแปรเปลี่ยนสุดหยัง ไม่มีผู้ใดทราบได้ว่ามันสามารถพัฒนากระบวนท่าและแปรรูปลักษณ์กระบี่ได้อีกมากมายเพียงใด

มันยิ้มออกอีกคราซัดเข็มบินออกอีกหนึ่งชุด เสียงติงตังเมื่อกลีบกระบี่สะท้อนเข็มบินเหล่าเติ่งกลับมา เหล่าเติ่งลดแขนลงเคลื่อนไหวร่างกายผิดแผกจากที่ผ่านมา

กระบี่โปรยบุปผายังมิเคลื่อนไหว มันมิใช่ไม่ยอมเคลื่อนไหว หากเพียงว่ามันมิอาจเคลื่อนไหว บุปผาคลี่คลายเป็นกระบวนท่าตั้งรับ มิสามารถโจมตีอีกฝ่ายได้ เหล่าเติ่งทราบในข้อนี้เช่นกัน

“เปล่าประโยชน์ – บุปผาคลี่คลายมิต่างจากดอกไม้เบ่งบาน เมื่อถึงเวลา กลีบบุปผากลับร่วงโรย”

เป็นอย่างที่เหล่าเติ่งกล่าว บุปผาคลี่คลายแม้เป็นท่าตั้งรับกลับอาศัยพลังวัตรสองในสี่ส่วน เป็นการขุดหลุมพรางให้กับศัตรูที่มีความดึงดันในตัวตนสูง หากเหล่าเติ่งคิดบุกโจมตี บุฝคลี่คลายจะพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้คล้ายถูกดึงดูดเข้าหากัน มันตอบสนองต่อรูปธรรมแท้ เป็นเช่นนั้น เข็มบินหมื่นพันจำแลงจึงมิอาจหลอกลวงการตอบสนองของกลีบบุปผาคลี่คลายได้

กระบี่โปรยบุปผาเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รุกไล่เข้ามาลอบคิดว่าผิดท่า ไฉนคนของพรรคมารกลับมีความสงบนิ่งเช่นนี้ ลมปราณฝ่ายอธรรมมักอาศัยการฝึกฝนจากพื้นฐานของอารมณ์รุนแรงกราดเกรี้ยว พวกมันจึงสามารถรีดเร้นกำลังภายในออกมาได้รวดเร็ว ทว่ากับเหล่าเติ่ง มันคล้ายก้อนหินเชียบเย็นที่เคลื่อนไหวได้

หรือมันมิใช่…

คิดได้เช่นนั้นกระบี่โปรยบุปผาแปรเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นกระบวนท่าโจมตี กระบี่กลีบบุปผากลับมาอยู่ในสภาวะเดิม คราครั้งนี้เป็นมันเองที่ไม่สามารถสงบลมปราณของตนเองไว้ได้

เถ้าแก่หลงมองทั้งสองอยู่เนิ่นนาน มันค่อยสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา ปรากฏลูกคิดคร่ำคร่าใจกลางฝ่ามือ ปากของมันยังคาบกล้องยา ขณะเดียวกันลั่นดัชนีคิดคำนวณค่าเสียหาย

นรก- ดัชนีของมันว่องไวยิ่งกว่าฝ่ามือที่เหล่าเติ่งซัดเข็มบินเสียอีก

เหล่าเติ่งกลับแยกแยะสมาธิได้ดีเยี่ยม ขณะที่เหล่าเติ่งสับเท้าหลบหลีกกระบี่กลีบบุปผา กลับไม่กระทบถูกถ้วยชามจอกชาแม้แต่น้อย คล้ายกับล่วงรู้ว่ามีเถ้าแก่หน้าเลือดค่อยเคาะราคาค่าเสียหายกับมันอยู่

เถ้าแก่หลงกลับร้ายกาจยิ่งกว่า ขณะที่มือหนึ่งดีดลูกคิด อีกมือกลับสามารถแยกแยะบัญชีออกเป็นสองรายชื่อ “บัดซบ” มันสบถคราหนึ่ง ด้วยเสียดายที่กระบี่กลีบบุปผากวาดเอาแต่ความว่างเปล่า มิได้เสียดายที่กระบี่มิได้สะกิดผิวเหล่าเติ่ง หากแต่กระบี่มิได้แตะต้องสิ่งใดในโรงเตี๊ยมเสียมากกว่า

ลมภายนอกโชยผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง แสงเทียนใต้โคมสะดุ้งไหว เถ้าแก่หลงเกิดปณิธานวูบเดียวกับแสงไฟ

มันสะกิดเท้าไปที่พื้น เกิดเสียงดังสามคราติดกัน ดวงไฟในโรงเตี๊ยมวิญญูชนพลันดับหมดสิ้น ม่านหน้าต่างถูกคลายลงปิดบังความสว่างภายนอก

“หลงซีฮั้ว เจ้าคิดเล่นสนุกอันใด นี่มีแต่ผลักไส เด็กน้อยลงสู่นรกโดยเร็ว”

เถ้าแก่หลงเปล่งเสียงออกด้วยกำลังภายใน เส้นเสียงนั้นจงใจให้กระบี่โปรยบุปผารับรู้เพียงผู้เดียว

“เห่อผิง เจ้าทราบหรือไม่ไฉนเจ้ามิอาจฟาดฟันถูกตัวมันเสียที”

“ข้าพเจ้าเกรงว่าต้องจ่ายค่าเสียหายในร้านท่านจนหมดตัว ฉะนั้นระวังตัวอย่างยิ่ง”

“เด็กโง่ – เหตุการณ์คับขันเจ้ายังมีใจคิดเรื่องนี้”

“ท่านก็เช่นกัน”

เถ้าแก่หลงสะดุ้งเฮือก จากนั้นเปล่งวาจาต่อไป “ไฟดับแล้ว เจ้าเห็นสิ่งใดบ้าง”

“ข้าเพเจ้าไฉนยังมองเห็นสิ่งใด ท่านอย่าได้รบกวนข้าพเจ้า ตอนนี้ข้าพเจ้ายังรับฟังการเคลื่อนไหวของมันอยู่”

“เด็กโง่ เจ้าช่างโง่งมเหมือนบิดาเจ้า ความมืดมิดอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วเจ้ายังไม่รู้จักมอง”

เสียงกระบี่กระทบเข็มบินเหล่าเติ่งหนึ่งครา ‘อ่า’ คำนวณจากเสียงอุทานกระบี่โปรยบุปผาถูกเข็มบินสี่จุด

“เจ้าเห็นหรือยัง เห่อผิง ฮ่าๆๆๆ”  เหล่าเติ่งหัวร่อ

“เห่อผิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ?” เสียงเถ้าแก่หลง

“เห่อผิง เจ้าอย่าเชื่อมัน นั่นมิใช่เสียงของข้า” เสียงของเถ้าแก่หลง

“เห่อผิง เจ้าเชื่อในสิ่งที่ฟังหรือไม่ เห่อผิง ข้าคือหลงซีฮั้ว” เป็นเสียงของเถ้าแก่หลง

กระบี่โปรยบุปผานิ่งงัน มันคล้ายคลี่คลายปัญหาที่ขบคิดมาเนิ่นนานได้แล้ว วางกระบี่ลงข้างกาย สูดลมหายใจเข้ายาวนานหนึ่งครา ลมปราณภายในกระจายออกทั่วร่าง ดวงตารู้สึกอบอุ่น จากนั้นค่อยๆกล่าวออกเชื่องช้า

“เหล่าเติ่ง ข้าพเจ้าฯเห็นท่านแล้ว”

สิ้นเสียงกระบี่โปรยบุปผา คล้ายมีเสียงกระบี่คืนฝัก กระบี่โปรยบุปผาแหลมคม ว่องไว ขณะนี้ใช้ออกในความมืดมิดแล้ว

 

“เห่อผิง –เจ้าแทงข้าฯ”

เสียงที่กล่าวออกมาคือเสียงเถ้าแก่หลง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: