ตั้งหลัก บทที่ ๒๐ : นางแอ่นคราม

sendan-kendatsuba-TNM-640pxl

ตั้งหลัก บทที่ ๒๐ : นางแอ่นคราม โปรยโลหิตท่ามกลางหิมะ

นางแอ่นครามเป็นมือสังหาร


เพลงกระบี่มันเป็นปริศนาในแดนดิน ผู้คนที่ถูกมันสังหารล้วนแล้วไม่เคยหลั่งโลหิตลงพื้นปฐพี มีเพียงกายและเงาซากศพที่ทอดลงเบื้องหน้าภาระกิจมัน ผู้ถูกสังหารย่อมเป็นผู้คนที่ไม่ธรรมดา
นางแอ่นครามรับสังหารเพียงพ่อค้า เป็นพ่อค้าที่โฉดชั่ว พ่อค้าที่คร่าเอาความหวังของผู้คน พ่อค้าที่ซื้อหาความมั่งมีด้วยความต่ำต้อยของผู้คน ค่าจ้างมันเล่า ใช้อันใดจับจ่าย เพียงสุราหนึ่งไห เกวียนเทียมวัวอีกหนึ่ง เท่านี้ก็เพียงพอให้มันเดินทางเรื่อยไปนับตั้งแต่ทิศบูรพา ผ่านเลยหลายทิวาราตรีจนถึงแผ่นดินทางทิศประจิม

ราตรีนี้มันนั่งอยู่เดียวดายใต้เงาต้นไม้ที่ทาบผ่านพื้นดิน เป็นเงาอันเกิดจากแสงจันทราทอลวดลายประดับไว้ สุรากรอกลงคอ ความร้อนวุบผ่าน ความอบอุ่นแผ่ผ่านไปทั่วร่าง เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้ผ่านราตรีอันเหน็บหนาว สถานที่มันนั่งมักเป็นที่โล่ง ด้วยเพราะมันไม่ชอบสถานที่อันเป็นหลืบซอก มันสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ชายเสื้อโบกปลิวไปตามแรงลม แม้มันจะนั่งอยู่เฉยๆก็ตาม แต่ก็อยู่ในท่วงท่าที่เตรียมพร้อมเสมอ

ปฏิเสธมิได้ว่ามันสังหารคนมากมาย ก็ย่อมมีศัตรูมากมายเช่นกัน พ่อค้าที่ยังคงเหลือรอดนอนหลับไม่เต็มตื่นหากว่ายังไม่สามารถพบเห็นว่านางแอ่นครามสิ้นชีพ เคยมีสหายร่วมการค้าส่งลูกน้องไปเจรจากับมันให้ช่วยสังหารคู่แข่งทางการค้า นางแอ่นครางหาใช่คนโง่งม -มันไม่เจรจา

ผู้คนน้อยนักจะสามารถพูดคุยกับมันได้ และที่มีไม่มากนั้นส่วนหนึ่งอยู่ในบัญชีสังหารของมัน สิ่งที่มันพูดจากับผู้คนที่พบเจอมักเป็นประโยคสั้นๆ "ขออภัย" หรือ "ล่วงเกินแล้ว" ไม่ก็ "สมควรแล้ว" นับเป็นมือสังหารที่ประหยัดคำพูดยิ่ง เวลาของมันทุกลมหายใจล้วนเป็นห้วงเวลาแห่งชีวิต ไม่เป็นชีวิตผู้อื่นก็เป็นชีวิตมันเอง มีเพียงสองสายให้เลือก มัน-หากเลือกได้ย่อมเลือกชีวิตมันเอง เมื่อมันเลือกแล้ว ผู้อื่นย่อมไม่อาจเลือกแทนมัน มันจึงอ้างว้างเดียวดายยิ่ง

มันไม่อาจเดินเคียงคู่ผู้ใด ไม่อาจคบหาผู้ใดเป็นสหาย มันเร้นกายเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น ยามเมื่อมันสังหารผู้คนย่อมไม่มีความลังเล ราตรีเปลียวเช่นนี้ มีมันเพียงผู้เดียว ย่อมเป็นผู้เดียวที่ไม่อาจพบเจอสหายร่วมสุรา

หากแต่ราตรีนี้ไม่เหมือนราตรีอื่น ราตรีนี้มีหิมะโปรยลงไม่ขาดสาย อากาศเหน็บหนาวจนสุดขั้วหัวใจ

บุรุษมอมแมมผู้หนึ่งเดินทางผ่านมา มันคล้ายเป็นผู้คน เป็นผู้คนไม่สมสติ แววตามันเลื่อนลอย ไม่จับต้องอันใดเป็นพิเศษ ตลอดร่างกายล้วนไม่มีอันใดติดตัว มันถอดเสื้อเดินท่ามกลางหิมะ ตัวมันสั่น "คนเสียสติ" นางแอ่นครามเห็นมันแล้วคิดเช่นนั้น มันมองที่จอกสุราของมันแล้วยกกรอกลงหมด สุราเหือดหายหมดสิ้น มีเพียงใบหน้าบุรุษผู้เสียสติยืนอยู่เบื้องหน้า "พี่ชายยยย ท่านทำกระไร?" มันถามนางแอ่นคราม "ขออภัย" มันกล่าวจบลุกเดินหนีบุรุษเบื้องหน้า บุรุษมอมแมมผู้นั้นเดินตามนางแอ่นคราม มันทำจมูกย้นคล้ายกำลังสูดดมอะไรบางอย่าง "สุรา" มันกล่าว

นางแอ่นครามหยุดเดิน มันหันมามองบุรุษผู้นี้แล้วยื่นไหสุราต่อมัน "พี่ชายยยย ห้ายย ข้า งั้นเหรอ" บุรุษผู้นั้นยื่นมือไปรับไหสุรา ปลายลิ้นเลียริมฝีปากอย่างกระหาย มันดื่มเอือกๆลงคอ จากนั้นยกท่อนแขนอันเปลือยเปล่าเช็ดไหแทนที่จะเช็ดขอบปากที่เปรอะเปื้อน

"สมควรแล้ว"

นางแอ่นครามกล่าวจบ มันเหลียวมองรอบๆ บัดนี้พบเจอเงาร่างคนกลุ่มหนึ่ง เป็นมือสังหารชุดดำยืนเรียงรายเต็มพื้นที่ ไอสังหารส่งออกมาฉุนเฉียว นางแอ่นครามคว้ากุมที่กระบี่ของตน กระบี่ลึกลับที่ซุกซ่อนในฝักสีน้ำเงินคราม ภายในบรรจุความตายเอาไว้ ผู้ใดคิดพบเจอย่อมต้องไตร่ตรอง

"ล่วงเกินแล้ว" นางแอ่นครามชักกระบี่ออกจากฝัก เงากระบี่กระจายออกคล้ายพรุไฟ เป็นปราณกระบี่เกรี้ยวกราด ทะลวงผ่านม่านราตรีหลายสาย แต่ละสายล้วนแล้วพุ่งใส่ขั้วหัวใจผู้คน เป็นปราณกระบี่อันเร้นลับ อาศัยลมปราณเช่นนี้มันจึงสามารถสังหารผู้คนโดยมิเสียโลหิต เพียงลมปราณพุ่งผ่านตัดอากาศ เกิดเสียงลั่นไปทั่วบริเวณ เสียงคล้ายภูติผีกรีดร้องครวญคราง ผู้คนที่มาเพื่อสังหารมันกลับล้มลงที่ละคน ใบหน้าพวกมันล้วนไม่เข้าใจว่ามันต้องตายด้วยสิ่งใด นางแอ่นครามปลิดชีวิตผู้คนโดยไม่ต้องก้าวเท้าเพียงสักนิดเดียว

มีเพียงบุรุษผู้เสียสติเท่านั้นที่ยืนอยู่ใกล้มันที่สุด จุดที่ใกล้ที่สุดกลับปลอดภัยที่สุด หากแต่บุรุษผู้เลอะเลือนเช่นนี้กลับไม่สนใจสิ่งรายรอบ กรอกสุราลงคอมิหยุดยั้ง กรอกลงจนหมดสิ้น เสียงกระบี่คืนฝัก ผู้คนยังกรอกสุราลงคอ

นางแอ่นครามจับจ้องแววตาของบุรุษเบื้องหน้า ดวงตาของมันหรี่เล็กลง มือข้างหนึ่งเกาะกุมที่หน้าอกของมัน ปรากฏลิ่มน้ำแข็งท่อนหนึ่ง ฝังแน่นลงถึงหัวใจผู้คน สายลมโบกพัดผ่านร่างมันหนักหน่วงแต่มันยังคงยื่นนิ่งกับที่ ใบหน้าประดับรอยยิ้ม บุรุษที่อยู่เบื้องหน้ามันยังคงกรอกสุราลงคอไม่หยุดยั้ง

"สมควรแล้ว" นางแอ่นครามกล่าว "ที่เป็นท่าน"

สิ้นเสียงกรอกสุรา ร่างนางแอ่นครามทรุดลงพื้น โลหิตที่หน้าอกพวยพุ่งออกมา ละอองสีแดงอาบย้อมแสงจันทร์ในราตรีเหน็บหนาว บุรุษผู้เลอะเลือนโยนไหสุราทิ้งแล้วเดินจากไป ศพผู้คนเกลื่อนล้นทั่วบริเวณ บุรุษผู้นี้เดินผ่านซากศพเหล่านั้น

"สมควรแล้ว" มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเชียบเย็น

มันผู้นี้เรียกว่าอันใด มันผู้นี้เรียกว่า เมรัยอำพราง มันก็เป็นมือสังหารเช่นเกัน มันสังหารคนด้วยเหตุใด?

 

ไม่มีผู้ใดทราบ – แม้แต่ตัวมันเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: