ตั้งหลัก บทที่ ๑๖ : ทางลัด

sendan-kendatsuba-TNM-640pxl

ตั้งหลัก บทที่ ๑๖ : ทางลัด

แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง
ขนาดกลาง ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไปในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรงผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย

– ๑ –

ณ.ยามสาย ลำแสงของเปลวแดดมักแผดกล้ากว่าห้วงอรุณแรก ทว่าเมื่อแสงนั้นต้องผิวลอนแห่งห้วงน้ำสือเจียนกลับระยับวับวาว น่าตื่นตา ความตื่นตามักสร้างความประทับใจ ความประทับใจมักดำรงอยู่ในวิสัยของความงาม ประกอบกับเสียงสายน้ำที่ตีเกลียวกระแทกกระทบสันโขดหิน ได้ยินโครมครืน กังวานนั้นสะท้านไปทั่วสองฟากฝั่ง ละอองจากการกระแทกซัดนั้นฟุ้งกระจาย อาบแสงสัญยามสายวูบวาว ความวูบวาวมักท้าทายหัวใจผู้คนให้ลิ้มลอง

คลื่นน้ำส่งเสียงคำรามก้อง สรรพ์สำเนียงนั้นสะท้านลงหุบห้วงหัวใจผู้คน ทว่าผู้คนย่อมเป็นผู้คน เมื่อคิดหวังท้าทายธรรมชาติ ไฉนรีรอครุ่นคิด ไฉนแสดงออกถึงอาการหวาดเกรงภายในจิตใจได้ ขณะนั้นเอง ไม่ทราบว่าร่างคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่งน้ำแต่เมื่อใด

เจี่ยซาน(ภูเขาจำลอง) ชายหนุ่มแห่งประจิมทิศ ร่างกายสูงใหญ่สมชื่อมัน กล้ามเนื้อตลอดร่างกายล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังหนุ่ม ดวงตามันคมเข้ม หรี่ลงเล็กน้อยและไม่กระพริบตาเป็นเวลานาน หายใจเข้าออกอย่างมีจังหวะพอดิบพอดี เล่ากันว่ามันเดินทางผ่านห้วงน้ำมาแล้วหลายสาย ด้วยพลังร่างกายของมัน แม้แต่ห้วงน้ำทะเลอันเกรี้ยวกราด มันก็สามารถแหวกว่ายผ่านคลื่นลมโถมกระหน่ำ ผู้คนจากดินแดนทิศประจิมมักมีลักษณะท่าทางเช่นนี้ กล่าวคือ มีความมุ่งมั่นในการกระทำการใดๆอย่างร้ายกาจ เป็นนักต่อสู้อย่างหาผู้ใดเปรียบเทียบ ทว่ามันเดินทางมาถึงเบื้องหน้าแม่น้ำสือเจียนด้วยเหตุผลอันใด

"ฮึๆ.. สมคำเล่าลือ"

มันกล่าวทวนคำสามหน ก่อนจะขบเคี้ยวความพึงพอใจลงลำคอ กวาดสายตาออกไปโดยรอบ พบเห็นแมกไม้นาๆพันธุ์ สีสันสลับสับไปมาระหว่างใบเขียวและดอกดวงรวงผล ธรรมชาติเกื้อหนุน ให้เกิดความงดงามอย่างประหลาด เป็นความงดงามในความไร้ระเบียบ ในความไร้ระเบียบพบเห็นกระบวนการก่อเกิดอันสงบงัน ไม่เร่งร้อน ไม่วุ่นวาย หากแต่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด จอมยุทธ์ครั้งอดีตกาลมักอาศัยหลักการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ ประดิษฐ์คิดค้นท่วงท่าเพลงกระบี่หรือเพลงมวยหมัด ตลอดจนสามารถร้อยเรียงสำเนียงเพลงกลอนอันสะท้อนให้เห็นถึงมโหรีแห่งธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เจี่ยซานมองสายน้ำอย่างคาดคำนวณ ความแรง ความลึก ความกว้างยาว ล้วนกะคาดคะเนในสายตา มันย่อมต้องระวังประมาณตน ด้วยเพราะธรรมชาตินั้นยากคาดเดาได้ สายตาของมันสำรวจโดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน สูดลมหายใจเข้าออกคล้ายเตรียมพร้อมบางประการ

แต่ทว่าเมื่อมองออกไปอีกฟากฝั่งแม่น้ำสือเจียน ช่วงเวลาเช่นนี้มักปรากฏชายชราผู้หนึ่ง ดูไปแล้วคล้ายคนสามัญธรรมดา มิใช่ชาวยุทธ์และหาใช่นักพรต หากแต่เป็นคนตกปลา คนตกปลาที่ดูชรายิ่ง ท่านมักนั่งเหม่อมองสายธารเบื้องหน้าอย่างคลายใจ ระบายลมหายใจคลอเคลียเป็นสายเดียวกับริ้วลมที่โชยผ่าน ประหนึ่งว่าหนึ่งห้วงกาลเวลานั้นหาค่ามีได้ในสำนึก

เจี่ยซานมองออกไปพบเห็นชายชราให้สะท้อนใจ สำนึกว่า "ผู้คนคล้ายชายตลิ่งน้ำ มีชีวิตผ่านพ้นไปวันๆ เพียงเพื่อให้สายน้ำแห่งกาลเวลากัดเซาะ" ชีวิตร่างกายมันก็เช่นกัน ไม่อาจหลีกเร้นจากการคร่ากุมของกาลเวลาได้

หมดสิ้นห้วงความคิด มันถึงกับคำราม เสียงคำรามนั้นก้องสะท้านไปทั่วบริเวณ มันกำลังเรียกขวัญกำลังใจของตัวเอง ตลอดทั้งร่างเดินลมปราณพร้อมพุ่งทะยาน คล้ายประหนึ่งลูกเกาทัณฑ์กำลังสั่นสะท้านเมื่อพลธนูง้างสายสุดแรง ตามันมีประกายดุจปลายลูกดอกยามต้องแสงอาทิตย์
ฟรืบ!!… มันทะย่านออกสู่ห้วงน้ำอันสาดซัดแล้ว

– ๒ –

เสียงตูมใหญ่เมื่อมันกระโจนลงห้วงนที ความเย็นเยียบแล่นสู่หัวใจมันเป็นอันดับแรก เจ็บแปลบคล้ายปลายมีดอันเหล็มคมทิ่มแทงมันนับล้านๆเล่ม แรงคลื่นของเกลียวน้ำโหมปะทะร่างมันอย่างไม่หยุดหย่อน หนุนเนืองคล้ายต้องการปลิดลมหายใจมันในทันทีเมื่อสัมผัส ทว่าดวงตามันยังคงสงบนิ่ง ไม่แม้แต่กระพริบตา เบื้องหน้าเท่านั้นที่มันหมายมอง เป็นเป้าหมายที่มันกะเกณฑ์วางแผนไว้อย่างรอบคอบแต่แรก แม้สายน้ำจะซักกระเซ็นเป็นฝอยฟอง ทว่าเพียงช่องว่างเล็กๆ มันก็ยังสามารถมองเห็นจุดหมายเบื้องหน้า

แรงปะทะหนักหน่วงจนร่างของมันปลิวไปปะทะโขดหินเป็นบางขณะ อาจเพราะกะเกณฑ์ไว้แต่แรกแล้ว มันจึงสามารถใช้ท่วงท่าฝ่ามือและฝ่าเท้าหยุดยั้งแรงปะทะกับโขดหินได้ หัวใจมันเต้นแรงขึ้นทุกช่วงขณะที่มันว่ายผ่านคลื่นน้ำไปที่ละวา ทีละศอก มันสำลักน้ำหลายครา แต่ก็ตั้งต้นใหม่ และก็ไม่ละสายตาจากจุดหมายที่ตั้งไว้ เหนือสิ่งที่มันคาดหมายเอาไว้ในแผนการ นั่นคือขอนไม้ขนาดใหญ่ปลิวซัดมาอย่างบ้าคลั่ง

มันชะงักร่างไว้กับที่ ดำลงไปยังโคนล่างสุดของโขดหินเพื่อหลบขอนไม้นั้น สายน้ำด้านล่างยิ่งปะทะร่างมันอย่างหนักหน่วง หากแต่ว่าไม่คลุ้มคลั่งเท่าลอนคลื่นที่ซัดสะท้านอยู่เบื้องบน รอจนขอนไม้ตวัดปลายหลุดออกจากห้วงมรณะแล้ว มันจึงผุดขึ้นมายังผิวน้ำ พบว่าตัวเองโดนพัดย้อนกลับมาหลายช่วงตัว แต่นั่นก็หาได้ทำให้มันละทิ้งความพยายาม มันย้อนกลับไม่ได้แล้ว มีทางเดียวคือพุ่งทะลวงไปเบื้องหน้าเท่านั้น แม้มันจะคำรามออกไปทุกห้วงขณะเพื่อเรียกขวัญกำลังใจก็ตามที แต่สายน้ำแห่งสือเจียนก็หาได้ปราณีต่อความบากบั่นของมัน ยังคงซัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ต่อผู้ที่คิดท้าทายไฉนเลยโอนอ่อนผ่อนปรนได้

เจี่ยซานหยุดพักตรงช่วงว่างระหว่างโขดหินเป็นบางช่วง ช่วงสุดท้ายของสายน้ำมันหยุดพักนานเป็นพิเศษ เดินพลังปรับสมดุลย์ทั่วร่างกายอีกครา ก่อนที่จะทะยานออกสู่ห้วงน้ำอันเดือดดาล วาวหนึ่งเพียงเศษเสี้ยวของกาลเวลา เจี่ยซานทะยานออกหลุดพ้นผิวน้ำ ท่าร่างคล้ายมังกรทะยานฟ้า องอาจและน่าเกรงขาม เสียงสะท้านทั่วบริเวณเมื่อมันพาร่างสัมผัสพื้นดิน

เพียงหนึ่งช่วงเวลาที่สายลมพัดผ่าน ทุกอย่างล้วนสงบนิ่งงัน คล้ายคารวะให้กับความบากบั่นของเจี่ยซาน มันเหลี่ยวหลังกลับไปมองสายน้ำที่เพิ่งผ่านพ้น ระบายลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้า ปรับดุลย์ภายในอีกหน มิได้มีความเหิมเกริมเมื่อได้ชัย หากแต่มีท่าทีคารวะต่อความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

– ๓ –

แสงแดดสดและคมกล้าปะทะผิวแม่น้ำบังเกิดประกายระยับคล้ายแสงดาวยามราตรี ชายชราเหลือบมองเจี่ยซาน ท่านยิ้มออกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แม้ไรฟันจะไม่ครบถ้วน หากแต่น่ารักชวนอิ่มเอมใจ เหม่อมองสายน้ำและแหงนมองฟากฟ้า ชั่ววขณะหนึ่งท่านจึงผุดลุกขึ้น เจี่ยซานเห็นที่สายเบ็ดต้องประหลาดใจ ด้วยเพราะปลายสายหาได้มีตะขอเกี่ยวเหยื่อ

"ท่านผู้อาวุโสหาได้นั่งตกปลา?" มันเอ่ยถามด้วยคารวะสำเนียง

ชายชรายิ้มรับอีกหน ค่อยเอ่ยวาจาอย่างเชื่องช้าแต่สงบเยื่อกเย็นยิ่ง

"เป็นเรานั่งตกปลา แต่วันนี้โชคไม่ดี ไม่มีปลาสักตัว"

เจี่ยซานประหลาดใจ "เป็นท่านลืมตะขอเบ็ดกับเหยื่อกระมัง?"
ชายชราหันไปมองสายเบ็ดของตัวเอง ร้อง "อ้อ…"

แล้วท่านก็พลันหัวร่อในที่สุด ขณะเดียวกันท่านก็เคลื่อตัวคล้ายกำลังจะข้ามแม่น้ำ เจี่ยซานเห็นดังนั้นถึงกับร้องทัก ด้วยคิดว่าชายชราท่านนี้คงหลงๆลืมๆเลอะเลือนเป็นแน่ สายน้ำกราดเกรี้ยวเบื้องหน้ากับชายชราผู้หนึ่งนับเป็นเรื่องประหลาดกว่าคนตกปลาโดยไร้เหยื่อ

"ท่านผู้อาวุโสช้าก่อน.. ท่านมิได้เป็นคนจากฝังนี่หรอกหรือ???" เจี่ยซานกล่าว
"เราเป็นคนหมู่บ้านโน้น" ชายชราชี้นิ้วไปอีกฟากฝั่ง

"ท่านคิดจะข้ามแม่น้ำสายนี้???"
ชายชรายิ้ม ท่านกล่าวออกมาอย่างเชื่องช้าดุจเดิม ขณะเดียวกันนั้นค่อยๆก้าวออกทีละก้าว

"คนหนุ่มย่อมมีวิธีอย่างคนหนุ่ม .. " ท่านทิ้งระยะก่อนหนึ่งห้วงลมหายใจขณะมองออกไปยังสายน้ำเบื้องหน้า "คนชรา ก็ย่อมมีวิธีอย่างคนชรา.. เจ้าอย่าได้ห่วงไปเลย"

กล่าวจบชายชราใช้คันเบ็ดพยุงร่างตัวเองเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ฝ่าเท้าวางลงบนโขดหินที่เหนือผิวน้ำเล็กน้อย ท่ามกลางความกราดเกรี้ยวของสายน้ำ เจี่ยซานเพิ่งพบเห็นว่า มีช่องว่างเล็กๆมากมายที่หลุดพ้นจากแรงปะทะของคลื่นน้ำ เป็นช่องว่างเล็กๆอันหวาดเสียว หากก้าวเดินผิดเพี้ยนไปแม้เสี้ยวหนึ่งหุน เมื่อนั้นแม้มีหมื่นพันชีวิตก็ไม่อาจเพียงพอ ทว่าชายชราท่านนี้กลับเดินเหินอย่างแม่นยำ มั่นคงราวกับสามารถหลับตาเดินก็ยังได้

อาจเป็นเพราะชายชราผู้นี้นั่งมองสายน้ำแห่งนี้มาเนิ่นนาน นานเสียจนรับรู้และสัมผัสได้ถึง ช่องว่างเล็กๆแห่งมรณะ ที่สายน้ำสือเจียนโหมกระหน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"ท่านปู่.. ท่านปู่" เสียงเด็กน้อยแว้วมาจากด้านหลังของพงป่า ชั่วครู่จึงปรากฏเด็กผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งตามออกมา "ท่านปู่ใจร้าย ทิ้งข้าพเจ้ามารน้อยอีกล่ะ" เด็กร้องออกไป ทำหน้าตาค้อนงอนผู้ชรา เจี่ยซานสำรวจมองเด็กน้อย ในใจครุ่นคิด

"หรือว่าเด็กน้อยคนนี้ก็…"

มิทันที่ความคิดของเจี่ยซานจะบรรลุถึง
เด็กผู้ชายตัวเล็กก็กระโดดเกาะต้นไผ่ลำหนึ่ง ปีนป่ายขึ้นไปจนถึงสุดปลายยอดไผ่ แล้วต้นไผ่ก็โน้มต้นโค้งลงไปยังสายน้ำเบื้องหน้า เมื่อถึงระยะหนึ่ง เด็กน้อยผู้นั้นก็พลันดีดร่างออกจากกิ่งไผ่ พลิ้วร่างลงในอีกฟากฝั่ง ง่ายดาย หมดจด รวดเร็ว เจี่ยซานถึงกับตาค้าง ทั้งร่างคล้ายถูกตรึงอยู่กับที่ ทั้งจิตวิญญาณและความนึกคิด ล้วนถูกแช่แข็งด้วยภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า

หากเป็นมันเล่า

หากเป็นมันยังสามารถใช้วิธีสองอย่างนี้ข้ามแม่น้ำสายนี้ได้หรือไม่ ???
หากเป็นมัน หากเป็นมัน… คำถามนี้เวียนวนอยู่ในห้วงคำนึงไม่รู้สิ้น

แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง
ขนาดกลาง
ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป
ในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรง
ผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย

คนหนุ่มย่อมมีวิธีของคนหนุ่ม
คนชราย่อมมีวิธีของคนชรา

เด็กน้อยก็ย่อมมีวิธีของเด็กน้อย
หากแต่ล้วนมาดหมายที่ปลายฝั่งดุจเดียวกัน

 

หมายเหตุ สือเจียนหมายถึง "เวลา"

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s


%d bloggers like this: