ตั้งหลัก บทที่ ๑๔ : เดินทาง

sendan-kendatsuba-TNM-640pxl

ตั้งหลัก บทที่ ๑๔ : เดินทาง

ครั้งเมื่อวาโยเคลื่อนคลาย มวลอากาศรอบรายดั่งคล้ายกำเนิดลมหายใจหอบหนึ่ง
ธรรมชาติหายใจ ผู้คนหายใจ จิตใจผู้คนเล่า
จิตใจผู้คนเมื่อยังมีชีวิตล้วนต้องหายใจ

หากผู้คนไม่อาจกระทำแลมิอาจกระทำเรื่องราวข้างต้น ใยมิเป็นเช่นเดียวกับไม้แห้งตาย มีแต่สึกกร่อนไปนานวัน มีแต่โรยร่วงเป็นฝุ่นผง เมื่อริ้วลมโบกต้อง ก็พลันแตกกระจายเป็นละอองธุลี

มือหยาบกร้านแดดแต่กร้าวเกร็งกระชับไม้เท้ามั่นเผยให้เห็นเส้นเอ็นที่ลำแขนปูดโปน ปลายไม้เท้าสลักลงพื้นดินตรึงแน่นเพียงเพื่อยันส่งร่างกายกันบอบบางให้เคลื่อนไปข้างหน้า มีเพียงข้างหน้าเท่านั้นที่สายตาคู่นั้นจับจ้อง เสียงหอบหายใจถี่กระชั้น ความชื้นเย็นในดงไพรละลายความร้อนที่ฝังอยู่ภายในร่างกายผู้คน

เงาร่างคนผู้หนึ่งเบื้องหน้ากำลังพลิ้วผ่านชายผู้ถือไม้เท้า

" ท่านเดินทาง "

" ท่านก็เช่นกัน "

"ด้านบนท่านพบเจอสิ่งใด"

"ข้าพเจ้าไม่อาจกล่าวได้"

" ไฉนไม่อาจบอกกล่าว "

" ไม่อาจบอก ย่อมไม่อาจบอก ยังมีอันใด "

ชายวัยกลางคนศีรษะชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ บ่าไหล่สะพายย่ามผ้าด้ายดิบในมือหนึ่งถือไม้เท้าที่เป็นเพียงกิ่งไม้แห้ง ริดเอากิ่งเล็กกิ่งน้อยออก เพียงใช้พยุงตัวเองก้าวผ่านม่านความชื่นของพงไพร แผ่นหลังดูคล้ายกำแพงหินอันหนักแน่น

เด็กหนุ่มเพียงมองแผ่นหลังชายวัยกลางคนค่อยๆลับหายไปกับทิวไม้เหลือบหิน เด็กหนุ่มก้าวเท้าสืบต่อ สายตาจับจ้องไปที่หมายเดิม ชั่วเวลาหนึ่งจึงผ่านพ้นแนวไพร บรรลุถึงเนิ่นหญ้า เบื้องหน้าเพียงพบยอดเขาตั้งชันสูง บนยอดเขานั้นหามีอันใดไม่ มิได้มีดอกไม้งาม นางงามเฉิดโฉม ยาเทวดาขจัดพิษร้าย ตำราวิชายอดยุทธ์ บนยอดเขานั้นเพียงพบความว่างเปล่า ความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ เด็กหนุ่มขุ่นแค้นชายวัยกลางคน

"มันเมื่อขึ้นมามิได้พบเห็นอันใดไฉนไม่บอกกล่าว"

คิดดังนั้นแล้วร่างกายมันพลันร้อนผ่าว ใบหน้าแดงฉานประดับด้วยความโกรธ ดีดเท้าออกพุ่งลงสู่ตีนเขาในมือพลันปรากฏกระบี่โลหะ มิได้เป็นไม้เท้าดั่งเช่นคราครั้งขาขึ้น ผ่านแนวไม้มาไม่กี่ช่วง ก็พบเจอผู้คนแล้ว ชายวัยกลางคนที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั่นเอง “เป็นท่าน” เด็กหนุ่มกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “เป็นเรา” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านยังคิดเดินทาง” “ข้าพเจ้าคิดเดินทาง” “ข้างบนมิมีอันใด ไฉนท่านยังคิดเดินทาง “ “ข้าพเจ้าเพียงคิดเดินทาง เบื้องบน มีหรือมิมีอันใดล้วนไม่เกี่ยวข้อง”

เด็กหนุ่มรับฟังคล้ายงงงันวูบหนึ่ง

“การเดินทางย่อมต้องมีจุดหมาย ท่านเมื่อคิดเดินทางมิมีจุดหมายใยมิสูญเปล่า”

“ท่านผิดแล้ว จุดหมายท่านคือยอดเขา จุดหมายข้าพเจ้าคือการเดินทาง ”

ความเยือกเย็นของวาจาคนผสมกับละอองเย็นแห่งพงไพรมลายความร้อนผู้คนเด็กหนุ่มเพียงยืนสงบเงียบงันภายในครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนเดินผ่านมา

โชยลมเย็นพาให้ชายเสื้อเคลื่อนไหว บรรยากาศรายรอบล้วนแล้วพิสดาร ในทันตา เพียงเปลี่ยนมุมมองความคิด สิ่งต่างๆรายรอบก็พลันพลิกกาย ชายวัยกลางคนสาวเท้าก้าวเดินต่อ แผ่นหลังนั้นยิ่งใหญ่หนักแน่นดังเช่นตอนมา เด็กหนุ่มเพียงทุ่มเทกำลังเดินตามไปติดๆ คราครั้งนี้มันมิได้เพียงก้มหน้ามองดิน สลับกับเหลือบมองยอดเขา สองรายทางดังครั้งสมุดบันทึกของธรรมชาติเล่มโต บรรจุเนื้อหาเรื่องราวมากมาย มันเริ่มอ่านธรรมชาติ เริ่มอ่านสิ่งที่อยู่นอกเหนือเป้าหมาย ไม่นานมันกลับบรรลุถึงยอดเขาอีกครา หากแต่ครั้งนี้ยอดเขาแม้มิมีอันใด

แต่คราครั้งนี้แตกต่างจากครั้งเมื่อครู่มันพบบางสิ่งที่อาศัยอยู่ความว่างเปล่า บางสิ่งที่มิอาจจับต้อง สิ่งนั้นอาศัยอยู่ในความไม่มี เป็นมารดาของพลังทั้งมวล

“ท่านคิดไปที่ใดต่อ” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มยิ้มพราวก่อนเอ่ยไปว่า

“ข้าพเจ้าคิดเดินทางต่อ”

กระบี่ในมือพาดหลังมันเพียงหยิบไม้เท้าอันเล็ก เพียงพอพยุงน้ำหนักตัว เตะเท้าออกเรียบเดินต่อไป

และต่อไป ..

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s


%d bloggers like this: