<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ปารมิตา</title>
	<atom:link href="http://monkey008.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://monkey008.wordpress.com</link>
	<description>วิญญูชน โรงเตี๊ยม กระบี่</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Jan 2010 08:46:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='monkey008.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://0.gravatar.com/blavatar/e7484caeb6d3bfee87b2901348d073f5?s=96&#038;d=http%3A%2F%2Fs2.wp.com%2Fi%2Fbuttonw-com.png</url>
		<title>ปารมิตา</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://monkey008.wordpress.com/osd.xml" title="ปารมิตา" />
	<atom:link rel='hub' href='http://monkey008.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๑๔ : อันเกิดดับหมุนเวียน</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 08:46:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ตอน ๑๔ : อันเกิดดับหมุนเวียน ภายในโถงเรือ มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้ “ท่านคิดว่าคนเหล่านี้เมื่อก่อนนั้นเป็นเช่นไร” นางยิ้มเล็กน้อย คำถามนั้นคล้ายเป็นการเย้ยหยันผู้คน “ผู้คนก่อนนี้ก็เหมือนกัน ปลายสุดก็เหมือนกัน” บัณฑิตธนูทองฉงนสงสัยในคำตอบของนาง “อย่างไรกัน ท่านไฉนไม่คลี่คลายให้ความกระจ่าง” “ผู้คนแรกเกิดมีเพียงร่างกายเปล่าเปลือย เมื่อหายใจเข้าไปย่อมสะสมพลังชีวิตจากธรรมชาติ ระหว่างทางนั้น ส่วนขาดส่วนเกินล้วนแล้วเกิดจากปัจจัยรายรอบหนุนนำ เกิดความมีและไม่มี ทว่าในปลายสุดล้วนแล้วต้องปล่อยว่าสิ่งที่สะสมมานับแต่แรกเกิดกลับคืนสู่ธรรมชาติ กำเนิดย่อมเหมือนกัน สิ้นสุดก็มิได้แตกต่าง” “โอ่ &#8211; นี่ถ้าข้าพเจ้าหลับตาสนทนากับท่าน คงหลงเข้าใจว่ากำลังวิสัชนากับนางชีผู้มีกลิ่นกายแห่งบุปผา” มันหยุดครู่หนึ่ง โปรยยิ้ม จากนั้นกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม “ผู้คนเมื่อตายดับ กลับมีเพียงความดีงามที่สร้างไว้แต่หนหลัง นั่นเป็นสิ่งวัดความแตกต่างของการมีชีวิต คนพวกนี้ก่อนนั้นเคยเป็นเช่นผู้คนธรรมดาสามัญ เมื่อพบช่องทางของความรุ่งโรจน์ ต่างกระโจนเข้าใส่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=107&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#160;</p>
<p align="center"><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p align="center"><b><font color="#ff0000">ตอน ๑๔</font> : อันเกิดดับหมุนเวียน</b></p>
<p><b>ภายในโถงเรือ</b></p>
<p><b>มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า</b> เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน </p>
<p>ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน</p>
<p> <span id="more-107"></span>
<p>แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้</p>
<p>“ท่านคิดว่าคนเหล่านี้เมื่อก่อนนั้นเป็นเช่นไร”</p>
<p>นางยิ้มเล็กน้อย คำถามนั้นคล้ายเป็นการเย้ยหยันผู้คน “ผู้คนก่อนนี้ก็เหมือนกัน ปลายสุดก็เหมือนกัน”</p>
<p>บัณฑิตธนูทองฉงนสงสัยในคำตอบของนาง “อย่างไรกัน ท่านไฉนไม่คลี่คลายให้ความกระจ่าง”</p>
<p>“ผู้คนแรกเกิดมีเพียงร่างกายเปล่าเปลือย เมื่อหายใจเข้าไปย่อมสะสมพลังชีวิตจากธรรมชาติ ระหว่างทางนั้น ส่วนขาดส่วนเกินล้วนแล้วเกิดจากปัจจัยรายรอบหนุนนำ เกิดความมีและไม่มี ทว่าในปลายสุดล้วนแล้วต้องปล่อยว่าสิ่งที่สะสมมานับแต่แรกเกิดกลับคืนสู่ธรรมชาติ กำเนิดย่อมเหมือนกัน สิ้นสุดก็มิได้แตกต่าง”</p>
<p>“โอ่ &#8211; นี่ถ้าข้าพเจ้าหลับตาสนทนากับท่าน คงหลงเข้าใจว่ากำลังวิสัชนากับนางชีผู้มีกลิ่นกายแห่งบุปผา” มันหยุดครู่หนึ่ง โปรยยิ้ม จากนั้นกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม</p>
<p>“ผู้คนเมื่อตายดับ กลับมีเพียงความดีงามที่สร้างไว้แต่หนหลัง นั่นเป็นสิ่งวัดความแตกต่างของการมีชีวิต คนพวกนี้ก่อนนั้นเคยเป็นเช่นผู้คนธรรมดาสามัญ เมื่อพบช่องทางของความรุ่งโรจน์ ต่างกระโจนเข้าใส่ กอบโกยไว้เป็นของตน”</p>
<p>นางยิ้มเล็กน้อย จากนั้นไม่กล่าวอันใดต่อจากนั้น สายตาจับจ้องไปที่คนกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในนั้นย่อมมีใต้เท้าหม่ายืนอยู่เบื้องหน้า</p>
<p>ใต้เท้าหม่ายืนมองนางห่างออกไปไม่กี่ก้าว กลับมีสีหน้ากระวนกระวายใจยิ่งนัก ไม่นานนักจึงมีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาใต้เท้าท่านนั้น คนผู้นี้มองไปคล้ายเป็นพ่อบ้านประจำเรือ ที่ติดตามมายังมีองครักษ์สามสี่คนในชุดสีน้ำเงินคราม ชายผู้มาถึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใต้เท้าหม่าพยักหน้าหนึ่งครา จากนั้นท่านคล้ายกำลังก้าวเท้าตามชายผู้นั้นออกจากห้องโถงรับรอง </p>
<p>ผู้คนมากมายในห้องมองตามใต้เท้าหม่า คล้ายต้องการล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของคนผู้นี้เป็นพิเศษ กระดังงาอัคคีก็เช่นกัน นางเชิดใบหน้าเล็กน้อย มองตามหลังใต้เท้าหม่า ใต้เท้าคล้ายกับสัมผัสรู้ว่านางกำลังเฝ้ามอง ท่านถึงกับหันมามองนางอีกครา </p>
<p>ในแววตาของนาง ในแววตาของใต้เท้า</p>
<p>ระหว่างนางกับใต้เท้าหม่าคล้ายมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น รอยยิ้มของนางสงบ ใต้เท้าหม่ามองผ่านมาในดวงตานาง ท่านพบเห็นรอยยิ้มนาง สีหน้าของท่านพลันแปรเปลี่ยน นั่นเป็นรอยยิ้มที่ท่านไม่มีวันลืมเลือนได้ตลอดชีวิต ดวงตาท่านพลันหดหู่ จากนั้นท่านหันหลังกลับและเดินตามชายผู้นั้นออกไปอย่างรีบเร่ง ส่วนนาง นางมิเคยลืมแววตาอันหวาดหวั่นคู่นั้นเช่นกัน </p>
<p>แววตานั่น ที่ทำให้นางต้องมายืนอยู่ ณ จุดนี้ </p>
<p>เช่นกัน ใต้เท้าหม่าท่านเองก็มิเคยลืมเลือนประกายตาเยือกเย็นเช่นนั้น แววตาที่ไม่อาจไขว่คว้าอันใดภายในนั้นได้ ราวกับว่าสามารถกลืนกินทั้งสิ่งทั้งปวงในโลกหล้าให้หายลับไปกับตา</p>
<p>เป็นแววตาแบบเดียวกันกับมารเฒ่าตนนั้น มารเฒ่าอันได้ฉายาว่า ไร้ร่องรอย </p>
<p>‘เล่าอู๋เฟิง’ ใต้เท้าลอบกล่าวชื่อคนผู้นี้ในใจ พลันคิดย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีต </p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b></p>
<p><b>ขุนเขาไร้ร่องรอยครั้งเมื่อยี่สิบปีก่อน</b></p>
<p><b>อู๋เฟิงทอดตามองเวิ้งฟ้าเบื้องหน้า ขณะนั้นฟ้ามีสีคราม เป็นฟ้าที่กำลังเข้าสู่ความมืดมิด </b>นอกจากความว่างเปล่าแล้ว มีเพียงอู๋เฟิงและเล่าเติ่ง </p>
<p>อู่เฟิงสามารถเฝ้ามองความว่างเปล่า เป็นเวลาเนิ่นนาน เนิ่นนานเท่าที่มันต้องการ ทว่าเล่าเติ่งกลับรู้สึกรุ่มร้อน มันเฝ้ามองแผ่นหลังอันบอบบางของอู๋เฟิง </p>
<p>คนผู้นี้มีรูปร่างไม่ใหญ่โต และหาได้มีลักษณะอันใดที่โดดเด่นในด้านยุทธ์ เส้นผมทั้งศีรษะเป็นสีขาวราวกับปราชญ์เมธีโบราณ มือเล็กบางแต่อ่อนโยนอบอุ่นทิ้งลงข้างลำตัว ข้างกายมีกระบี่สองด้าม ด้ามหนึ่งคือกระบี่สีดำสนิท และอีกด้ามหนึ่งเป็นสีขาวราวงาช้าง</p>
<p>กระบี่ทั้งสองไร้สิ่งใดห่อหุ้ม อู๋เฟิงมิได้เหลือบแลกระบี่ กลับเป็นเล่าเติ่งที่จ้องมองกระบี่ทั้งสองไม่วางตา มันคล้ายล่วงรู้ความเป็นมาของกระบี่ขาวดำทั้งสอง เป็นกระบี่ธาตุมารผลึกเทวะ อันเป็นกระบี่อันดับหนึ่งแห่งเซครา กล่าวขานเป็นตำนานจนมิรู้ว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แม้แต่เทพศาสตรารุ่นที่หนึ่งก็มิอาจให้ความกระจ่างในเรื่องนี้</p>
<p>ต่อหน้ากระบี่ทั้งสอง หากเป็นชาวยุทธ์ที่ลุ่มหลงในยอดศาสตราย่อมไม่อาจนิ่งเฉยได้ เล่าเติ่งก็เช่นกัน มันเป็นชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ฝึกฝนวรยุทธ์เพื่อบรรลุถึงขีดสุดแห่งความเป็นความตาย ชัยชนะและลาภยศ เพียงแต่อะไรกันที่สามารถสยบท่วงท่าของเล่าเติ่งผู้กระหายชัยชนะได้ </p>
<p>“ท่านผู้อาวุโส คนบางพวกแสวงหาสันติภาพบนชัยชนะ”</p>
<p>เล่าเติ่งสามารถกล่าวออกมาหลังจากเงียบงันเนิ่นนาน อู๋เฟิงยังคงนิ่งเงียบไม่มีคำกล่าวใดยังคงเหม่อมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าสืบไป </p>
<p>ขณะนั้นเอง บังเกิดเสียงครืนครามสะท้านไปทั้งบริเวณในเบื้องล่าง เสียงสับเท้าก้าวเดินของมวลชนนับหมื่นนับแสน เสียงนั้นทำให้เล่าเติ่งต้องก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างอู๋เฟิง มองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากบังเกิดรอยยิ้มให้กับการเคลื่อนไหวขณะนั้น มันกล่าวออกมาอย่างช้าๆ </p>
<p>“พวกมันมาถึงขุนเขาไร้ร่องรอยจนได้”</p>
<p>เบื้องล่าง ผู้คนนับพันนับหมื่น ในกลุ่มคนมากมายที่เดินเรียงหน้าเป็นแถว ในหนึ่งแถวนำหน้าด้วยธงหลากสีโบยสะบัด แต่งเติมหมึกสีตรงข้ามบนผืนผ้าใบด้วยอัตตาและเจตจำนง ฟังเสียงกล้องศึกลั่นระงมไปทั่วบริเวณ ผู้คนฮึกโหมเพราะปลุกใจตัวตนตลอดเวลา ทุกผู้ทุกนามล้วนกู่ร้องโดยพร้อมเพรียง </p>
<p><b>“ธรรมะย่อมชนะอธรรม ธรรมะย่อมชนะอธรรม ธรรมะย่อมชนะอธรรม…”</b></p>
<p>เล่าเติ่งรับฟังถ้อยความเหล่านั้นแล้วกลับทอดถอนใจ สีหน้าหม่นหมอง มือข้างหนึ่งยกขึ้น คล้ายเป็นการส่งสัญญาณ ผาหินรายรอบที่ราบเนินดินอันมืดมิด พลันปรากฏประกายแวววาวทั่วทุกสารทิศ เป็นเงาแสงของพระจันทร์ยามอัสดงสะท้อนออกมาในความมันปลาบของโลหะจากปลายเกาทัณฑ์</p>
<p>ขณะนั้น ทั่วทั้งบริเวณมองไปคล้ายมีดวงดาวมากมายขับแสงกระพริบวิบวับไม่มีหยุด ดุจดั่งดวงดาราประดับพราวพรายไปทั่วทั้งขุนเขาไร้ร่องรอย</p>
<p><b>อู๋เฟิงมองผู้คนมากมายเบื้องล่าง</b> หันมากล่าวกับเล่าเติ่ง ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงราบเรียบ</p>
<p>“เล่าเติ่งไฉนท่านกลับนำผู้คนมามากมาย”</p>
<p>“พวกมันคิดเดินทางมาแย่งชิงกระบี่ธาตุมารผลึกเทวะ ท่านผู้อาวุโสอู๋มีอันตราย ศิษย์ในพรรคของเราพร้อมยินดีเสี่ยงชีวิตกับพวกมัน”</p>
<p>อู๋เฟิงเพียงยินชื่อกระบี่ กลับทอดถอนใจ กล่าวออกอย่างเชื่องช้า</p>
<p><b>“กระบี่ทั้งสองนี้ผิดแผกแตกต่างจากกระบี่ทั่วไปในใต้หล้า เรากลับคิดหาวิธีทำลายมันมิได้เสียที”</b></p>
<p>กล่าวถึงตรงนี้ อู่เฟิงเพียงขยับฝ่ามือคล้ายกรงเล็บ ขยับปลายนิ้วเข้ามาหากันเล็กน้อย กระบี่ทั้งสองพลันเกิดเสียงเปรี้ยงปร้าง คมกระบี่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี ภาพเช่นนี้เกิดขึ้นต่อหน้าผู้คน คล้ายกับต้องไถ่ถามตนเองว่ายังคงหลับฝันอยู่หรือไม่ </p>
<p>ที่น่าประหลาดกว่ากระบวนท่าของอู๋เฟิง กลับเป็นตรงที่ เพียงหนึ่งชั่วลมหายใจเท่านั้น กระบี่ทั้งสองกลับสมานรอยแตกเมื่อครู่จนสิ้น ราวกับว่าไม่เกิดเรื่องราวอันใดเมื่อครู่ <b>“เจ้าดู”</b> อู๋เฟิงกล่าวขึ้นและชี้ให้เล่าเติ่งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น</p>
<p>“กระบี่มารนี้สมานตัวเองเพียงเพราะรับเอาพลังด้านลบของผู้คนเข้าไป ส่วนกระบี่ผลึกเทวะด้ามนี้รับเอาพลังความมุ่งมั่นในด้านบวกของผู้คนเข้าไว้ จึงสามารถผสานขึ้นใหม่ได้”</p>
<p>อู๋เฟิงเงียบงันชั่วครู่จึงกล่าวต่อ “สรรพสิ่งล้วนหมุนเวียนเปลี่ยนแปร จากความมืดสู่แสงสว่าง จากมีสู่ความสูญสิ้น ที่มีล้วนไม่มีในที่สุด กระบี่ทั้งสองไม่อาจทำลายได้ด้วยเพราะกระแสของโลกยังคงกอปรไปด้วยความมืดและความสว่าง”</p>
<p>ขณะที่อู๋เฟิงกล่าว เสียงกู่ร้องของผู้คนยังก้องไปทั่วบริเวณ ที่เชิงเขาพลันปรากฏเงาร่างผู้คนกลุ่มหนึ่งควบอาชาอย่างเร่งร้อน ทิศทางย่อมเป็นทิศทางเดียวกับที่อู๋เฟิงและเล่าเติ่งดำรงอยู่</p>
<p>เล่าเติ่งเห็นเช่นนั้นยื่นฝ่ามืออกคล้ายเป็นสัญญาณ พริบตาเดียวก่อเกิดแสงดาววูบวาบไปทั้งสองข้างทาง เป็นห่าเกาทัณฑ์ชุดหนึ่งพุ่งแหวกอากาศอย่างเร่งร้อน ทว่าสภาวะขณะนั้นกลับแปรเปลี่ยน</p>
<p>อู๋เฟิงเพียงขยับฝ่ามือ กระบี่ธาตุมารพลันแล่นทะยานออกคล้ายถูกบังคับควบคุม กระบี่ถูกซัดออกด้วยกระบวนท่าลี้ลับ คมกระบี่กรีดอากาศเป็นริ้ว เกาทัณฑ์ทั้งหมดที่แหวกอากาศเข้าหาคนกลุ่มนั้นพลันเปลี่ยนทิศทาง กระแสเกาทัณฑ์หันเหไปยังทิศทางเดียวกับกระบี่ธาตุมาร จากนั้นกลืนหายไปในความมืดมิด </p>
<p>เล่าเติ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้น มันหันไปทางอู๋เฟิง ความรู้สึกตึงเครียดแผ่ไปทั่วทั้งบริเวณ กระบี่ธาตุมารสีดำกลับคืนสู่ข้างกายอู๋เฟิงตั้งแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดทราบ</p>
<p>อู๋เฟิงยิ้มแย้มกล่าวออกว่า “เล่าเติ่ง ท่านอย่าได้กลัวให้มากนักเลย สหายเหล่านั้นเพียงต้องการกระบี่ ”</p>
<p>สิ้นคำของอู๋เฟิง ขบวนม้าที่ห่อมาแต่เชิงเขาพลันรั้งไว้ห่างจากคนทั้งสองเพียงสี่ห้าช่วงคน หนึ่งในนั้นกล่าวออกด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “ท่านประมุขอู๋ กระบี่มารทั้งสองหกสำนักกระบี่มาน้อมรับถึงที่แล้ว”</p>
<p>เล่าเติ่งแค้นเสียงตะเบ็งออกบ้าง “โอหัง อยู่ต่อหน้าท่านผู้อาวุโสยังไม่ทำการคารวะ ยังมีหน้าทวงถามสิ่งของ”</p>
<p>อู๋เฟิงไม่ว่ากระไร เดินสู่เบื้องหน้าผู้คนที่นั่งอยู่บนม้า ท่านเพียงเอามือลูบใบหน้าอาชาสีดำตัวหนึ่ง เหล่าอาชาที่เหลือพลันนั่งลงโดยพร้อมเพรียง ผู้คนทั้งหมดคล้ายกับเสียการทรงตัวล้มครืนไปตาม ๆ กัน </p>
<p>“กระบี่มารอยู่ตรงนี้แล้ว รบกวนท่านทั้งหลายนำไป”</p>
<p>ยังมิทันที่อู๋เฟิงจะกล่าวจบ คนผู้หนึ่งเตะเท้าท่องออกสู่เบื้องหน้า คิดหมายหยิบฉายกระบี่มาร เมื่อร่างของคนผู้นั้นทิ้งลงตรงเบื้องหน้าอู๋เฟิง มือข้างหนึ่งจับไปที่กระบี่ คิดดึงมันขึ้นมากลับพบว่าที่หยิบจับขึ้นมานั้นเป็นกระบี่หนึ่งด้าม กระบี่มาอีกด้ามยังคงอยู่ที่เดิม เป็นว่าบัดนั้นมีกระบี่มารสองด้ามแล้ว</p>
<p>“นี่เป็นลวดลายอันใด?” ผู้ถือกระบี่ธาตุมารกล่าวออกด้วยความตระหนก จากนั้นใช้มืออีกข้างคว้าจับเอากระบี่ที่ปักอยู่ตรงพื้นอีกครา</p>
<p>ผลที่เกิดกลับเป็นเช่นเดิม ขณะนี้กระบี่มารสีดำก่อเกิดอีกด้าม เป็นกระบี่ธาตุมารสามด้าม คนที่เหลือข้างหลังถึงกับยืนนิ่งมองดูสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นด้วยอาการหวาดหวั่น มีเพียงคนผู้หนึ่งเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมา</p>
<p>คนผู้นี้แต่งกายด้วยเครื่องแบบนักรบ ใบหน้าของคนผู้นี้มีความเป็นผู้นำฝังอยู่ในใบหน้าและท่วงท่าที่แสดงออกทุกขณะที่ก้าวเดินออกมา เมื่อก้าวเท้าออกมาจนอยู่เบื้องหน้าอู๋เฟิงกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคารวะนอบน้อม</p>
<p>“ข้าน้อยหม่าหลงฮวย คารวะเล่าอู๋เฟิง ได้ยินกิตติศัพท์ของท่านผู้อาวุโสมานาน ครั้งนี้ได้มีโอกาสชื่นชมฝีมือ นับว่าเป็นวรยุทธ์พรรคมารอันเร้นลับ”</p>
<p>อู๋เฟิงยิ้มอีกครา กล่าวออกบาง “ที่แท้ใต้เท้าหม่านั่นเอง ดูเหมือนว่า หกสำนักเคลื่อนไหวหนนี้มีคนของทางการให้การสนับสนุนอีกแรง ลำบากพวกท่านจริง ๆ”</p>
<p>ใต้เท้าหม่ายังคงรักษาอาการสงบเยือกเย็น “เรียนท่านผู้อาวุโสตามตรง ด้วยกำลังฝีมือของท่านขณะนี้ ข้าพเจ้าเองก็ลำบากใจไม่น้อย คิดเห็นว่าหากไม่เข้าจัดการควบคุม ยุทธ์ภพฝ่ายธรรมะคงไม่อาจนอนหลับโดยสงบในยามค่ำคืน”</p>
<p>“ฮ่าๆ ใต้เท้าหม่ากล่าวยกย่องเกินไปแล้ว เป็นพวกท่านเกรงกลัวกันไปเองกระมัง ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะมากมายก็ทำให้พวกเราไม่อาจนอนหลับไหลในยามค่ำคืน”</p>
<p>อู๋เฟิงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงทดท้อ ขณะนั้นฝ่ามือทั้งสองปรากฏกระบี่ธาตุมารผลึกเทวะ จากนั้นท่านจึงกล่าวต่อไปว่า</p>
<p>“กระบี่ทั้งสอง ใช่เป็นว่าเราอยากจะครอบครอง หากแต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เราอยากกระทำต่อกระบี่ขณะนี้คือทำลายมันให้สิ้น แต่ เราก็ยังไม่สามารถกระทำได้” ท่านหยุดนิ่งครู่หนึ่ง สายตาของท่านเหม่อมองขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ยินเสียงผู้คนกู่ร้องปลุกเร้าจิตใจตนเองให้ฮึกโหมตลอดเวลา ท่านระบายลมหายใจอีกคราค่อยกล่าวต่อ </p>
<p>“กระบี่อันร้ายกาจนี้มีเพียงสอง ท่านว่าจริงหรือไม่ที่หกสำนักในภายภาคหน้า หากพรรคมารเราสลายตัว พวกเขาเหล่านั้นกลับแบ่งภาคกันเองเพื่อแย่งชิงกระบี่อีกคราหนึ่ง เรื่องราวจะเป็นเช่นนี้หมุนเวียนไม่รู้จักจบจักสิ้น </p>
<p>จากธรรมะเพียงหนึ่งเดียวแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ายธรรมะสองสาย ยาวนานเรื่อยไปไม่มีผู้ใดจำความได้ว่าเรื่องราวความขัดแย้งก่อเกิดมาด้วยเหตุประการใด กลับกลายเป็นการบ่มเพาะฝ่ายอธรรมและธรรมะในอีกยุคสมัยหนึ่ง”</p>
<p>ใต้เท้าหม่ารับฟังอู๋เฟิงถึงกับทอดถอนใจ กล่าวขึ้นบ้าง “เป็นอันว่าท่านไม่คิดมอบกระบี่ทั้งสองให้กับฝ่ายใดเลย แล้วท่านคิดเอาอะไรยับยั้งวังวนแห่งนี้เล่า?”</p>
<p>อู๋เฟิงนิ่งงันไปห้วงขณะ กล่าวออกไปอย่างเชื่องช้า “ขณะนี้เราเองก็ยังคิดไม่ออก หากแต่มีความคิดเดียวที่สามารถกระทำได้ในขณะนี้”</p>
<p>“วิธีการอันใด?”</p>
<p>“รักษาสมดุลย์ ดำรงมารและเทวะไว้โดยพันธะสัญญา”</p>
<p>“ด้วยการกระทำเช่นไร?”</p>
<p>“เราคิดนำพรรค์มารออกนอกกำแพงเมือง ล่วงสู่ขุนเขาไร้ร่องรอย กระบี่ทั้งสองเรายังคงมิอาจมอบให้กับผู้ใด ซึ่งเราบอกต่อท่านแล้วว่า เรายังคงคิดทำลายมันอยู่ เช่นนั้นเราเองยิ่งต้องแสดงความน้อมคารวะไมตรีที่เหล่าท่านทั้งหลายชักนำผู้คนมากมายมาส่งข้าพเจ้าถึงเชิงเขา”</p>
<p>อู๋เฟิงกล่าวจบ ใต้เท้าหม่ายังคงอยู่ในอาการเคลือบแคลงสงสัย ชั่วครู่จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วทางฝ่ายเราได้ประโยชน์อันใด?”</p>
<p>อู๋เฟิงยิ้ม ท่านก้าวเท้าออกเดินไปเบื้องหน้าเชิงเขา มองไปเบื้องล่างกล่าวออกไปว่า</p>
<p>“พวกท่านนำกำลังกลับคืนสู่เมืองหลวง โห่ร้องยินดีกับชัยชนะที่สามารถขับไล่พรรค์มารออกนอกกำแพงเมืองได้ ชื่อเสียงของพวกท่านอย่างน้อยสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อีกหนึ่งช่วงอายุคน เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็นผลประโยชน์มากแล้ว”</p>
<p>“ท่านมีอะไรยืนยันว่าพวกพ้องของท่านจะไม่กลับมาในกำแพงเมือง?”</p>
<p>“พันธะสัญญา”</p>
<p>“อันใดคือพันธะสัญญา?”</p>
<p>อู๋เฟิงมิได้กล่าวต่อ ท่านหันไปทางเล่าเติ่ง คล้ายกับต้องการให้ใต้เท้าหม่ามองตามสายตาของท่านไป</p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b></p>
<p>เล่าเติ่งเพียงขยับร่างเล็กน้อย ปรากฏดรุณีนางหนึ่ง รูปร่างบอบบางผิวพรรณขาวซีดราวกับหิมะ ทว่าสีหน้าอารมณ์ของนางเมื่อได้มองดูชั่วระยะเวลาหนึ่ง กลับพบความอบอุ่นใจชนิดหนึ่ง ใต้เท้าหม่ามองดูนางเนิ่นนานราวกับต้องมนต์สะกด</p>
<p>เป็นมนต์สะกดที่เป็นลักษณะจำเพาะของผู้คนในพรรคมาร เป็นเสนห์ลี้ลับที่ผู้คนธรรมดาหากมิได้ทำการฝึกฝนวรยุทธ์ ย่อมต้องลุ่มหลงจนแทบคลั่งตาย อู๋เฟิงเห็นใต้เท้าหม่าไม่กล่าวอันใดออกมา ท่านจึงเอ่ยขึ้นว่า </p>
<p>“ใต้เท้าหม่า ธิดาของเราผู้นี้มีนามว่า โหมวตัว (โบตั๋น) ท่านยังวางใจได้อีกหรือไม่ว่าข้าพเจ้าอู๋เฟิงยินยอมให้ธิดาข้าพเจ้าดำรงอยู่ท่ามกลางฝ่ายธรรมะ”</p>
<p>ใต้เท้าหม่ามองโหมวตัว สีหน้าท่านครุ่นคิด เป็นการครุ่นคิดอันหนักหน่วง ‘ไฉนอู๋เฟิงยินยอมมอบธิดาของมันเป็นตัวประกัน ตัวมันขณะนี้หากต่อสู้กับคนทั้งหมดของฝ่ายธรรมะย่อมสามารถทำลายผู้คนได้มากกว่าครึ่ง’ ใต้เท้าหม่ามิอาจคาดคิดต่อ ด้วยเพราะพลานุภาพอันปรากฏต่อสายตาท่านยิ่งตอกย้ำให้ท่านทราบว่า กระบี่มารผลึกเทวะหาใช่เป็นสิ่งของที่จะช่วงชิงได้โดยง่าย</p>
<p>ใต้เท้าหม่าหันไปทางอู๋เฟิง มองผ่านแววตาของมัน ยิ่งคลายถูกดึงดูดเข้าไปในพื้นที่เวิ้งว้างว่างเปล่า จนเสียงผู้คนรอบข้างเฝ้ากระตุ้นเตือนสติของท่านจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างเชื่องช้า และ ระวังเป็นอย่างยิ่งในทุกคำกล่าว</p>
<p>“ท่านประมุขอู๋ ท่านมอบนางให้ข้าพเจ้าดูแลนั้นมิใช่ว่าข้าพเจ้าจะไม่เข้าใจในความหมาย หากเพียงแต่ชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะเราถือยิ่งสำหรับชื่อแซ่ ความหมายในชื่อของนางอาจสร้างความครางแคลงใจให้ใครอีกหลายคน”</p>
<p>ใต้เท้าหม่าคล้ายแววตามีประกายวูบหนึ่ง “ข้าพเจ้าคิดว่า สมควรมอบนางให้กับเจ้าสำนักกระบี่บุปผาดูแล ชื่อของนางอย่างน้อยสมควรอยู่ท่ามกลางบุปผา จากนั้นเปลี่ยนชื่อของนางเป็น…”</p>
<p>“กระดังงาอัคคี” ใต้เท้าหม่ากล่าวแล้วแย้มยิ้ม </p>
<p>นี่กลับเป็นสมญานามที่ร้ายกาจ ใต้เท้าผู้นี้มิเพียงตั้งชื่อให้นางใหม่เพื่อให้นางยอมรับว่าตนอยู่เหนือนาง อีกทั้งยังแฝงความหมายที่ไม่ดีในชื่อนั้น ชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมมะหากเป็นได้ ไม่มีผู้ใดอยากถูกเรียกขานว่ากระดังงาอัคคีเป็นแน่</p>
<p>“แม่นางเห็นว่าชื่อที่ข้าพเจ้าตั้งให้มีความหมายเป็นเช่นไร?” ใต้เท้าหม่าถามโหมวตัว นางมิตอบ ทว่ากลับมีสายตาเย็นเยียบราวกับเงาสะท้อนของภูเขาน้ำแข็งในบึงน้ำ ชั่วครู่นางกลับยิ้มออก ทว่ารอยยิ้มนั้นแทบหยุดลมหายใจใต้เท้าหม่า </p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b></p>
<p><b>“แม่นาง?” เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นอีกครั้ง</b> กระดังงาอัคคีหลุดพ้นห้วงคำนึงหันไปมองยังผู้กล่าววาจาต่อนาง นางยิ้มเล็กน้อย กล่าวตอบไปว่า</p>
<p>“ไม่ทราบผู้ใดใช้ท่านมา?”</p>
<p>ผู้ที่เอ่ยขึ้นมานั้นท่าทางการแต่งกายคล้ายเป็นพ่อบ้านใหญ่ประจำเรือ เป็นบุคคลเดียวกันกับที่เข้าไปพูดคุยกับใต้เท้าหม่าแต่แรก บัดนี้คนผู้นั้นยืนอยู่ตรงหน้ากระดังงาอัคคีแล้ว </p>
<p>“กงจื้อเรียนเชิญท่านเจ้าสำนักที่ห้องชมการแสดงขอรับ” กล่าวจบผายมือออกแสดงท่าทางเชื้อเชิญ </p>
<p>กระดังงาอัคคีก้าวไปข้างหน้าขณะนั้น ไม่ทราบว่านางกำลังคิดประการใดอยู่ บัณฑิตธนูทองกล่าวกระซิบเบื้องหลังนางแผ่วเบาว่า “ไฉนท่านไม่รั้งอยู่เพื่อรอกระบี่โปรยบุปผา?”</p>
<p>นางยังไม่หยุดเดินไปข้างหน้า หากแต่ตอบกลับมาในน้ำเสียงเรียบเฉย </p>
<p><b>“เห่อผิงเดินทางมาถึงแล้ว ท่านอย่าได้เป็นกังวลเรื่องราวในเบื้องหน้าให้มากนัก”</b></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/107/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/107/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=107&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#38;h=103&#38;h=103" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๑๓ : บุปผาร่ายรำ</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2010/01/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%93-%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2010/01/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%93-%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 09:34:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2010/01/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%93-%e0%b8%9a/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ตอน ๑๓ : บุปผาร่ายรำ เรือใหญ่ กลางแม่น้ำฉิว ลอยอ้อยอิง คล้ายกับว่า มันไม่แยแส กาลเวลา บนเรือนอกจากมีผู้คนยังมีห้องโถงมากมาย แต่มีไม่กี่ห้องที่ตกแต่งราวสวรรค์วิมาน ในความใหญ่โต มีห้องขนาดเล็กอีกนับไม่ถ้วน มีทางเดินวกวน ซับซ้อนจนอาจหลงทาง ส่วนในสุดของทางเดินมีซอกหลืบ ในซอกหลืบเร้นลับยิ่ง ยิ่งลึกเข้าไปภายในเพียงใด ยิ่งพบเจอแต่ความมืดมิด ในความมืดมิด ไม่ทราบได้ว่ามีอีกกี่ชีวิตซุกซ่อนอยู่ ในความมืดมิด ยิ่งมิทราบได้ว่า ยังมีอีกกี่มากมายแอบหลั่งน้ำตา และในความมืดมิด มีความเคลื่อนไหว ในความเคลื่อนไหวในแต่ละครา ย่อมมีจุดประสงค์ในการขับเคลื่อนที่ผิดแผกแตกต่างกัน ใครก็ตามที่เคลื่อนไหวในความมืดมิดย่อมมีจุดประสงค์ที่ไม่อาจเปิดเผย ย่อมเป็นเรื่องราวที่ไม่อาจให้ผู้คนอื่นพบเห็น ซึ่งในความมืดขณะนั้นคล้ายกับว่ามีเงาภูติพรายสองสายเคลื่อนไหวไปมาระหว่างซอกหลืบ การเคลื่อนไหวของผู้คน อย่างน้อยย่อมสามารถพบเห็นร่องรอย ยิ่งการเคลื่อนไหวในความมืดมิดของคนทั้งสองอย่างน้อยสมควรทิ้งเงาร่างเอาไว้ให้พบเห็น หากแต่ในความมืดมิดและซับซ้อน เงาร่างผู้คนบางครั้งไม่อาจแยกแยะได้ว่า อันใดจริง อันใดเท็จ อันใดเป็นเงาร่างผู้คน อันใดคือร่างเงาภูติผีปีศาจ กาลเวลาคล้ายหยุดนิ่งในความมืด แต่กับการเคลื่อนไหวของเงาร่างทั้งสองกลับตรงกันข้าม เงาทั้งสองกลับรวดเร็วยิ่งเมื่อพบแสงสว่างสายหนึ่งส่องผ่านความมืดดำ ในความซับซ้อนของโครงสร้างอาคาร เงาร่างหนึ่งทิ้งร่างลงในมุมหนึ่ง ดวงตาคู่หนึ่งวางทาบผ่านลำแสงที่ส่องจากภายในสู่ภายนอก แสงสว่างเพียงเล็กน้อยแต่บังเกิดเรื่องราวมากมาย ส่วนเงาร่างอีกสายพริ้วผ่านช่องแสงหนึ่งไปยังอีกช่องแสงหนึ่ง เป็นเวลาเพียงชั่วหนึ่งลมหายใจ ในความมืดก่อเกิดถ้อยความกระแสหนึ่งส่งผ่านอากาศ แต่ทั้งบริเวณกลับมีแต่ความเงียบงัน “ท่านเห็นว่าเป็นเช่นไร” ในความมืดมิด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=106&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><b><font color="#ca0000"></font></b></p>
<p align="center"><b><font color="#ca0000"></font></b></p>
<p>&#160;</p>
<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p align="center"><b><font color="#ff0000">ตอน ๑๓</font> </b><b>: บุปผาร่ายรำ</b></p>
<p><b>เรือใหญ่ กลางแม่น้ำฉิว ลอยอ้อยอิง </b></p>
<p><b>คล้ายกับว่า มันไม่แยแส กาลเวลา</b></p>
<p><b>บนเรือนอกจากมีผู้คนยังมีห้องโถงมากมาย แต่มีไม่กี่ห้องที่ตกแต่งราวสวรรค์วิมาน</b> ในความใหญ่โต มีห้องขนาดเล็กอีกนับไม่ถ้วน มีทางเดินวกวน ซับซ้อนจนอาจหลงทาง ส่วนในสุดของทางเดินมีซอกหลืบ ในซอกหลืบเร้นลับยิ่ง ยิ่งลึกเข้าไปภายในเพียงใด ยิ่งพบเจอแต่ความมืดมิด </p>
<p>ในความมืดมิด ไม่ทราบได้ว่ามีอีกกี่ชีวิตซุกซ่อนอยู่ ในความมืดมิด ยิ่งมิทราบได้ว่า ยังมีอีกกี่มากมายแอบหลั่งน้ำตา </p>
<p> <span id="more-106"></span>
<p>และในความมืดมิด มีความเคลื่อนไหว ในความเคลื่อนไหวในแต่ละครา ย่อมมีจุดประสงค์ในการขับเคลื่อนที่ผิดแผกแตกต่างกัน ใครก็ตามที่เคลื่อนไหวในความมืดมิดย่อมมีจุดประสงค์ที่ไม่อาจเปิดเผย ย่อมเป็นเรื่องราวที่ไม่อาจให้ผู้คนอื่นพบเห็น</p>
<p>ซึ่งในความมืดขณะนั้นคล้ายกับว่ามีเงาภูติพรายสองสายเคลื่อนไหวไปมาระหว่างซอกหลืบ </p>
<p>การเคลื่อนไหวของผู้คน อย่างน้อยย่อมสามารถพบเห็นร่องรอย ยิ่งการเคลื่อนไหวในความมืดมิดของคนทั้งสองอย่างน้อยสมควรทิ้งเงาร่างเอาไว้ให้พบเห็น หากแต่ในความมืดมิดและซับซ้อน เงาร่างผู้คนบางครั้งไม่อาจแยกแยะได้ว่า อันใดจริง อันใดเท็จ อันใดเป็นเงาร่างผู้คน อันใดคือร่างเงาภูติผีปีศาจ</p>
<p>กาลเวลาคล้ายหยุดนิ่งในความมืด แต่กับการเคลื่อนไหวของเงาร่างทั้งสองกลับตรงกันข้าม เงาทั้งสองกลับรวดเร็วยิ่งเมื่อพบแสงสว่างสายหนึ่งส่องผ่านความมืดดำ ในความซับซ้อนของโครงสร้างอาคาร เงาร่างหนึ่งทิ้งร่างลงในมุมหนึ่ง ดวงตาคู่หนึ่งวางทาบผ่านลำแสงที่ส่องจากภายในสู่ภายนอก แสงสว่างเพียงเล็กน้อยแต่บังเกิดเรื่องราวมากมาย </p>
<p>ส่วนเงาร่างอีกสายพริ้วผ่านช่องแสงหนึ่งไปยังอีกช่องแสงหนึ่ง เป็นเวลาเพียงชั่วหนึ่งลมหายใจ ในความมืดก่อเกิดถ้อยความกระแสหนึ่งส่งผ่านอากาศ แต่ทั้งบริเวณกลับมีแต่ความเงียบงัน</p>
<p><b>“ท่านเห็นว่าเป็นเช่นไร”</b></p>
<p>ในความมืดมิด อีกเสียงหนึ่งตอบออกมาอย่างแผ่วเบา “ข้าพเจ้าแทบไม่เชื่อสายตา”</p>
<p>“ข้าพเจ้าก็เช่นกัน” อีกเสียงหนึ่งกล่าวตอบ </p>
<p>ภูติผีไฉนกล่าววาจาโต้ตอบกันและกัน เมื่อสามารถกล่าววาจากันได้ ย่อมมิใช่ภูติผี หากแต่เป็นผู้คนที่ล้วนแล้วกล่าววาจาต่อกัน เป็นว่าขณะนั้นมีน้ำเสียงของผู้คนถึงสองคน น้ำเสียงของผู้คนยามเอ่ยวาจากลับแผ่วเบา ด้วยเพราะคนทั้งสองต่างหลบเร้นกายในความมืดมิด </p>
<p>ในความมืดมิด หากได้เฝ้ามองความสว่างไสวภายนอก ย่อมสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนกว่าผู้คนที่อยู่ภายใน</p>
<p>แสงสว่างอาบไล้ไปทั่วบริเวณห้องโถง สีเหลืองเรืองรองจากดวงโคมเป็นไปตามจังหวะการจัดวางของผู้ก่อสร้าง ในความโล่งเรียบของผนังภายในกลับมีแพรพรรณหลากสีประดับประดาสอดประสานไปมาอย่างบรรจงวิจิตร</p>
<p>เป็นความขัดแย้งที่งดงาม ผู้คนที่อยู่ในโถงนี้มองไปล้วนแล้วเป็นอิสตรี เป็นอิสตรีเรือนร่างเปลือยเปล่า มีบ้างที่ห่มคลุมร่างกายด้วยผืนผ้าอาภรณ์เนื้อละเอียดเบาบาง หากนั่นก็มิอาจอำพลางความโค้งเว้าของสัดส่วนอันรัดรึงตรึงใจในบุรุษเพศ มองออกว่าพวกนางทั้งหมดนี้เป็นนางรำประจำเรือสำราญแห่งนี้</p>
<p>“จิ้งจอกเฒ่าช่างเลือกทีทาง” น้ำเสียงนั้นคล้ายเย้ยหยัน คำว่าจิ้งจอกเฒ่าหลุดออกจากปาก ย่อมหมายความถึงซินแสเกา ผู้ที่กล่าววาจาหากมิใช่สหายใต้หล้ายังมีผู้ใด</p>
<p>สหายใต้หล้าเฝ้ามองภาพต่าง ๆ ภายในห้องอย่างพิจารณา ดวงโคม แสงไฟ ริ้วผ้า ตลอดจนเรือนร่างของนางงามจำนวนหนึ่ง </p>
<p>ขณะนั้นเองซินแสเกา ส่งกระแสเสียงผ่านอากาศด้วยกำลังภายในลี้ลับ มันเหมือนกับว่าได้กระซิบอยู่ข้างใบหูสหายใต้หล้า </p>
<p>“แล้ว &#8211; ไฉนท่านยังรั้งอยู่ที่นี่เล่า?” </p>
<p>สิ้นคำถามของซินแสเกา กลับไร้คำตอบใดกลับมา สหายใต้หล้ากำลังจมดิ่งลึกอยู่กับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า สายตามันสอดส่ายไปมาคล้ายกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างที่มันครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลานับแต่ได้ออกเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมวิญญูชน</p>
<p>เรื่องราวของการเคลื่อนไหวของพรรคมาร อาภรณ์ฟ้า การรวมตัวของผู้คนชั้นสูงในเรือใหญ่กลางแม่น้ำฉิว และเหล่านางรำเปลือยเปล่าเหล่านี้เล่า ซินแสเกาไฉนให้ความสนใจกับห้องแต่งตัวของพวกนาง</p>
<p>ขณะที่ใช้ความคิดนั้น สายตาของมันพลับพบเจอบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจ ‘ดอกโบตั๋น’ สหายใต้หล้าหยุดนิ่งตรงแผ่นหลังของนางรำนางหนึ่ง </p>
<p>นางเป็นสตรีรูปร่างบอบบาง อาภรณ์ที่สวมใส่ขณะนั้นเป็นผ้าแพรบางเนื้อละเอียดเป็นประกายวับวาวอันเกิดจากการปักด้ายสีทองเป็นลวดลายคล้ายสายธารายามต้องแสงจันทรา ดอกโบตั๋นดอกหนึ่งประดับอยู่กลางแผ่นหลังของนาง </p>
<p>รูปสลักมักบอกความหมายและที่มา คนบางคนเกิดมาพร้อมกับรอยสลัก บ้างก็เพาะสร้างขึ้นในภายหลัง สตรีที่สลักดอกโบตั๋นลงบนแผ่นหลังย่อมมิได้มีความอ่านอย่างเช่นสตรีทั่วไป</p>
<p>ซินแสเกาติดตามสายตาของสหายใต้หล้าไป มันไปหยุดลงยังตำแหน่งแห่งเดียวกัน ‘ดอกโบตั๋น’ มันอุทานขึ้นภายในจิตใจ จากนั้นละสายตาจากดอกไม้ดอกนั้นมายังสหายใต้หล้า หากแต่ความมืดมิด เห็นเพียงเงาร่างผู้คน ไม่อาจมองเห็นสีหน้า</p>
<p><b></b></p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b></p>
<p>ซินแสเกาเองก็คล้ายว่ามีความเคลือบแคลงสงสัยเกิดขึ้นภายในจิตใจเช่นกัน ผู้คนทั้งสองขณะนั้นหากแม้ความนึกคิดสามารถส่งผ่านถึงกันได้ คงเกิดการถกเถียงกันตลอดเวลา ดอกโบตั๋นสีแดงบนเรือนร่างขาวผ่อง ไฉนรบกวนจิตใจซินแสเกาได้ถึงเพียงนี้ พลันนั้นเองที่ซินแสเกาหวนนึกถึงเรื่องราวของอาภรณ์ฟ้า ของวิเศษที่ผู้คนต่างเดินทางมาเพื่อเชยชม </p>
<p><b>ดอกโบตั๋น </b><b>, อาภรณ์ฟ้า</b> คำสองคำนี้ หากกล่าวถึงขึ้นต่างที่ต่างวาระ มันเองไฉนใส่ใจเอาความ ทว่าครั้งนี้ คำทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน ในสถานที่แห่งเดียวกัน วูบหนึ่งใบหน้าของซินแสเกาพลันแปรเปลี่ยน นี่กลับเป็นเรื่องราวแทบสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเลยทีเดียว หากแต่มันยังไม่อาจกล่าวอันใดออกมาได้ ทว่าที่กล่าวออกมาก่อนกลับเป็นสหายใต้หล้า</p>
<p><b>“หรืออาภรณ์ฟ้าหาใช่อาภรณ์ฟ้า ดอกโบตั๋น มิใช่เป็นเพียงการร่ายรำ”</b> สหายใต้หล้ากล่าวจบ หยุดนิ่งเฝ้าคอยความเห็นของซินแสเกา</p>
<p>“ข้าพเจ้ามิกล้าคิด ยิ่งมิอาจคาดเดา” </p>
<p>“ท่านทราบหรือไม่ว่าค่ำคืนนี้นอกจาก ใต้เท้าเหลิงเชื้อเชิญชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะมารวมตัวกันเพื่อชื่นชม ‘อาภรณ์ฟ้า’ แล้วยังมีแผนการอันใดอีก?”</p>
<p>“ข้าพเจ้าทราบเพียงว่า ‘อาภรณ์ฟ้า’ หาได้มีจริง การชุมนุมครั้งนี้กลับเป็นอาณัติสัญญาณระหว่างพรรคเที่ยงธรรมทั้งหกสำนัก”</p>
<p>“พรรคเที่ยงธรรมหกสำนัก?” สหายใต้หล้านิ่งคิดเนิ่นนานถึงสำนักทั้งหก อันเป็นสำนักมาตรฐานของชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมมะ ผู้คนเหล่านี้น้อยครั้งจะรวมตัวกัน และทุกครั้งที่รวมตัวกัน ย่อมมีเรื่องราวให้ต้องติดตาม มันคิดถึงตรงนี้คล้ายต้องการความคิดเห็นของซินแสเกา</p>
<p>“เพื่อกระไรกัน?” มันกล่าวขึ้น</p>
<p>ซินแสเกาคราง ‘อา’ ครุ่นคิดสืบต่ออีกชั่วลมหายใจเดียว ‘เพื่อกระไร?’ เหมือนกับซินแสเกาได้รับคำตอบแล้ว มือข้างหนึ่งมันขยับ ในฝ่ามือปรากฏอาวุธลับรูปร่างคล้ายเข็มและด้าย ปลายเข็มมีประกายสีครามคล้ายกับอาบยาพิษไว้</p>
<p>“ดอกโบตั๋นดอกนี้สมควรเด็ดออกจากการแสดงในค่ำคืนนี้ มิเช่นนั้นแล้วยุทธ์ภพต้องเกิดการนองเลือดครั้งยิ่งใหญ่”</p>
<p>สิ้นเสียงซินแสเกา มือของมันก็พลันหล่นวูบลงข้างลำตัว อาวุธยังมิได้ซัดออก ตลอดทั้งร่างของมันกลับถูกพลังดัชนีซัดใส่พร้อมกันในคราเดียวสามสิบจุด ตลอดทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงเคลื่อนไหว</p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b></p>
<p>สหายใต้หล้ามองร่างซินแสเกาที่พิงเข้ากับผนังฟากหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทั้งรวดเร็วและเงียบเชียบ </p>
<p><b></b></p>
<p><b>“ซินแสเกา &#8211; ผิดที่ท่านรู้เรื่องราวมากเกินไป”</b></p>
<p>มันหยุดกล่าวชั่วครู่ สายตากลับไปจับจ้องยังจุดเดิม คล้ายกับกำลังเฝ้ามองพฤติกรรมของนางรำทั้งหลาย ที่ค่อยๆทยอยเดินออกจากห้องแต่งกาย พวกนางกำลังก้าวเดินออกไปเพื่อทำการร่ายรำ เป็นการร่ายรำที่หนึ่งในมวลบุปผาคือดอกโบตั๋น</p>
<p>ในความมืดมิด มิทราบว่า ใบหน้าของสหายใต้หล้าขณะนั้นบ่งบอกอารมณ์เช่นไรออกมา มันผุดลุกขึ้นออกจากที่หลบซ่อนในมุมมืดหนึ่งกระโดดเข้าหาอีกความมืดมิดแห่งหนึ่ง ท่าร่างว่องไวหากแต่เงียบงัน ราวกับว่ามันได้สวมวิญญาณจอมโจรชุดเขียวอันเรื่องชื่อในวิชาตัวเบา</p>
<p>ซินแสเกานั่งอยู่ตรงนั้นไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆ เฝ้ามองเงาร่างของสหายใต้หล้าค่อยๆกลืนหายไปในความมืด </p>
<p>ชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจคล้ายมีเหตุแปรเปลี่ยนกับซินแสเกา เสมือนมีบางสิ่งกำลังสั่นลั่นสะท้านภายในร่างมัน แววตาของซินแสเกาแปรเปลี่ยน ระบายลมหายใจออกคราหนึ่ง อดกล่าวถ้อยคำบางอย่างออกมามิได้</p>
<p><b>“สหายใต้หล้า หรือที่แท้ ท่านเป็นคนของใต้ฟ้าลี้ลับ”</b></p>
<p>ซินแสเกามิมีเวลาครุ่นคิด มันรีบผละออกจากพื้นที่โดยพลัน เสียงฝีเท้าของมันแผ่วเบาราวกับลมหายใจเด็กทารก </p>
<p><b></b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>จากความมืดมิดออกสู่แสงสว่าง แสงสว่างอันมากมายภายนอก บางครั้งแสงสว่างอันมากมายละลานตายังน่ากลัวกว่าความมืดสนิทภายในซอกหลืบ</b></p>
<p align="center">
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/106/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=106&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2010/01/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%93-%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#38;h=103&#38;h=103" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๑๒ : ราวกับดอกโบตั๋น</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2009 03:57:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[ความเดิมตอนที่แล้ว สภาวะการณ์ที่บึงน้ำ : ยาจกเจียมพลาดพลั้งให้กับกระบวนท่า ใยไหมฟ้าคร่าวิญญาณ ของไบหยุ่น สรรพกำลังส่วนหนึ่งถูกตรึงไว้มิอาจเคลื่อนไหวได้ชั่วเวลาหนึ่ง อีกทั้งเบื้องหน้ามันพลันปรากฏ กระบี่โลหิตดำธาตุมารอันลี้ลับของเล่าอู๋เฟิง มารเฒ่าในกาลก่อน พร้อมกับเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำ ความเป็นมาของคนผู้นี้ มีอันใดเกี่ยวข้องกับเล่าอู๋เฟิง ยังมิอาจทราบได้ สภาวะการณ์ที่โตงเตี๊ยมวิญญูชน : สถานการณ์พลิกผัน เหล่าเติ่งในความมืดมิดกลับร่วมมือกับสหายเก่าหลงซี่ฮัว เปิดโอกาสให้กระบี่โปรยบุปผาและหลงซี่ฮัวหลบหนีออกนอกโรงเตี๊ยม อีกทั้งเกิดเรื่องประหลาดในโรงเตี๊ยม บุรุษลึกลับในชุดดำต่างร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด มิมีผู้ใดกล้าขยับเคลื่อนไหวภายในโรงเตี๊ยม สภาวะการณ์ที่แม่น้ำฉิว : สามสหายแห่งโรงเตี๊ยมวิญญูชนต่างร่วมลงเรือลำเดียวกัน ภายใต้ความช่วยเหลือของสำนักกระบี่บุปผา สหายใต้หล้าอีกทั้งซินแสเกากลับปลอมแปลงเป็นเด็กรับใช้บนเรือ ส่วนบัณฑิตธนูทอง กลับเลือกปลอมแปลงเป็นคนใกล้ชิดกับอดีตเจ้าสำนักกระบี่บุปผา ‘กระดังงาอัคคี’&#160;&#160; ในเวลาไม่นานเรือน้อยได้เทียบเรือใหญ่ กงจื้อกระไหล่เงินออกมารับหน้า แต่กระดังงาอัคคีกลับหาสนใจมันไม่ &#160; ตอน ๑๒ : ราวกับดอกโบตั๋น ณ กลางแม่น้ำฉิว เรือใหญ่ลอยนิ่งไม่แม้แต่จะสะเทือนด้วยระลอกคลื่น เพราะความใหญ่โตของมัน ทำให้ผู้คนบนเรือไม่อาจรับรู้ความเคลื่อนไหวที่ใต้ท้องเรือ เป็นเรื่องดีหรือเรื่องเลวร้ายเพียงใด นั่นย่อมอยู่ที่มุมมอง อาจเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้ได้ประโยชน์ อาจเป็นเรื่องน่าเศร้าใจสำหรับผู้ที่กำลังถูกกร่อนทำลายไปทีละเล็ก ทีละน้อย ชีวิต บางครั้ง คือความเสื่อมสลายในทุกขณะลมหายใจ อย่างเชื่องช้า เช่นเดียวกับนาง ก้าวย่างของนางแต่ละก้าวขณะนั้น มองไปอาจดูเชื่องช้า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=105&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p align="center"><strong><font color="#ff0000">ความเดิมตอนที่แล้ว</font></strong></p>
<p><b></b></p>
<table cellspacing="0" cellpadding="5" width="450" border="1">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="450"><strong><font color="#804000">สภาวะการณ์ที่บึงน้ำ</font></strong> : ยาจกเจียมพลาดพลั้งให้กับกระบวนท่า ใยไหมฟ้าคร่าวิญญาณ ของไบหยุ่น สรรพกำลังส่วนหนึ่งถูกตรึงไว้มิอาจเคลื่อนไหวได้ชั่วเวลาหนึ่ง           </p>
<p>อีกทั้งเบื้องหน้ามันพลันปรากฏ กระบี่โลหิตดำธาตุมารอันลี้ลับของเล่าอู๋เฟิง มารเฒ่าในกาลก่อน พร้อมกับเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำ ความเป็นมาของคนผู้นี้ มีอันใดเกี่ยวข้องกับเล่าอู๋เฟิง ยังมิอาจทราบได้</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="450"><strong><font color="#804000">สภาวะการณ์ที่โตงเตี๊ยมวิญญูชน</font></strong> : สถานการณ์พลิกผัน เหล่าเติ่งในความมืดมิดกลับร่วมมือกับสหายเก่าหลงซี่ฮัว เปิดโอกาสให้กระบี่โปรยบุปผาและหลงซี่ฮัวหลบหนีออกนอกโรงเตี๊ยม           </p>
<p>อีกทั้งเกิดเรื่องประหลาดในโรงเตี๊ยม บุรุษลึกลับในชุดดำต่างร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด มิมีผู้ใดกล้าขยับเคลื่อนไหวภายในโรงเตี๊ยม</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="450"><strong><font color="#804000">สภาวะการณ์ที่แม่น้ำฉิว</font></strong> : สามสหายแห่งโรงเตี๊ยมวิญญูชนต่างร่วมลงเรือลำเดียวกัน ภายใต้ความช่วยเหลือของสำนักกระบี่บุปผา สหายใต้หล้าอีกทั้งซินแสเกากลับปลอมแปลงเป็นเด็กรับใช้บนเรือ ส่วนบัณฑิตธนูทอง กลับเลือกปลอมแปลงเป็นคนใกล้ชิดกับอดีตเจ้าสำนักกระบี่บุปผา ‘กระดังงาอัคคี’&#160;&#160; </p>
<p>ในเวลาไม่นานเรือน้อยได้เทียบเรือใหญ่ กงจื้อกระไหล่เงินออกมารับหน้า แต่กระดังงาอัคคีกลับหาสนใจมันไม่           </p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p align="center">&#160;</p>
<hr align="center" width="100%" noshade="noshade" size="3" />
<p align="center"><b><font color="#ff0000">ตอน ๑๒</font> </b><b>: ราวกับดอกโบตั๋น</b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>ณ กลางแม่น้ำฉิว </b></p>
<p><b>เรือใหญ่ลอยนิ่งไม่แม้แต่จะสะเทือนด้วยระลอกคลื่น </b>เพราะความใหญ่โตของมัน ทำให้ผู้คนบนเรือไม่อาจรับรู้ความเคลื่อนไหวที่ใต้ท้องเรือ เป็นเรื่องดีหรือเรื่องเลวร้ายเพียงใด นั่นย่อมอยู่ที่มุมมอง อาจเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้ได้ประโยชน์ อาจเป็นเรื่องน่าเศร้าใจสำหรับผู้ที่กำลังถูกกร่อนทำลายไปทีละเล็ก ทีละน้อย</p>
<p>ชีวิต บางครั้ง คือความเสื่อมสลายในทุกขณะลมหายใจ อย่างเชื่องช้า</p>
<p> <span id="more-105"></span>
<p>เช่นเดียวกับนาง ก้าวย่างของนางแต่ละก้าวขณะนั้น มองไปอาจดูเชื่องช้า ยาวนาน<b> </b>หากแต่กลับแฝงไว้ด้วยท่วงท่างามสง่า อีกทั้งแสดงออกมาอย่างองอาจผ่าเผย ใบหน้าตั้งตรง ดวงตากวาดมองรายรอบราวกับว่า สรรพสิ่งล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง ไร้ซึ่งอาการหวาดเกรงผู้คน อาภรณ์สีขาวมีประกายแวววาวราวกับเกล็ดหิมะยามอาบแสงจันทร์กระจ่าง มีเพียงชายแขนเสื้อทั้งสองข้างที่ขลิบแพรไหมย้อมสีแดงสด </p>
<p>เป็นสีแดงสดเฉกเช่นสีของดอกโบตั๋น</p>
<p>มือเรียวยาวขาวนวลเมื่อยามต้องแสงจันทร์ เส้นผมของนางดำขลับเงางามจากต้นจรดปลาย ลึกลับดุจดั่งลอนคลื่นมืดมิดใต้สุดท้องมหาสมุทร ใบหน้านางทรงไข่รับเข้ากับดวงตากลมโตของนาง ริมฝีปากเล็กบางมีสีชมพูมันเงา นามที่ใช้เรียกนางกลับเร้าร้อนประหนึ่งเปลวอัคคีแห่งมวลบุปผา</p>
<p>“กระดังงาอัคคี ที่แท้เป็นท่าน”</p>
<p>ใครคนหนึ่งเอ่ยทักทายนางอย่างเป็นกันเอง เสียงของคนผู้นั้นก้องกังวานและทรงอำนาจ เป็นบุรุษผู้หนึ่งซึ่งสวมใส่อาภรณ์อย่างเป็นทางการปักดิ้นด้วยทองคำเงาวับ บ่าวไพร่ที่ติดตามอยู่หนหลังแต่งกายรัดกุมในชุดสีเข้มทว่ากลับดูหมองหม่น มองออกว่าเป็นองครักษ์ระดับสูงในกรมกอง บุรุษผู้มาถึงย่อมต้องมีตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาในบ้านเมือง คำที่กล่าวออกมาว่า ‘ที่แท้เป็นท่าน’ ย่อมหมายถึงผู้คนทั้งสองต่างรู้จักกันมาก่อน</p>
<p>กระดังงาอัคคียิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับคนผู้นี้ <b>“คารวะใต้เท้าหม่า”</b></p>
<p>จากนั้นเดินผ่านบุรุษผู้นั้น และ กลุ่มคนที่ยืนเรียงรายสองข้างทาง แสงโคมส่องสว่างในห้องโถง ความสว่างไสวคล้ายบรรจงสาดส่องไปที่นางเพียงผู้เดียว ผู้คนที่ยืนอยู่ก่อนนั้น พลันจ้องมองนางเป็นตาเดียว เป็นดวงตาที่หลากหลายอารมณ์ ทั้งยกย่อง ทั้งหมิ่นแคลน ทั้งโง่งม ทั้งเหม่อลอยเปลี่ยวเปล่า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น </p>
<p>สายตาผู้คนบ่งบอกเรื่องราวมากมาย ประกายตาของนางกลับมิได้เหมือนผู้คนทั่วไป เพราะคนทั่วไปมิได้เป็นเช่นเดียวกับนาง คนเหล่านั้นจึงมีความคิดที่ผิดแผกกันออกไป เมื่อเห็นนางมิได้ให้ความใส่ใจกับบุคคลที่ขึ้นชื่อว่า ‘ใต้เท้า’ ผู้คนเหล่านั้นได้แต่ใช้สายตาที่หลากความคิด เฝ้ามองนางเดินผ่านไปอย่างเงียบงัน</p>
<p>นางเดินไปอย่างเชื่องช้า ยังสุดทางเดิน จากนั้นหยุดที่ตรงนั้น และหันหลังกลับมา ยืนสงบนิ่ง สายตาของนางมิเพียงคมกริบ หากแต่กลับแฝงไว้ซึ่งม่านบางเบาผืนหนึ่ง สะกัดกั้นมิให้ผู้ใดในที่แห่งนี้เข้าใกล้ตัวนาง นางไม่กล่าวอันใดอีก คล้ายกับว่าเฝ้าคอยให้เรื่องราวต่างๆ ดำเนินผ่านไปตามธรรมชาติ </p>
<p>เป็นตามธรรมชาติอย่างที่สมควรจะเป็น</p>
<p><b>เช่นเดียวกับดอกโบตั๋น</b> ที่มิเคยแปรผันไปตามถ้อยคำบงการของผู้ใด หรือยินยอมพร้อมก้มศีรษะให้กับกระแสสังคมที่กดดันรอบข้าง</p>
<p>เรื่องราวของดอกโบตั๋นเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาเพื่อยกย่อมความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของดอกโบตั๋น ที่ไม่ยินยอมเบ่งบานตามคำบงการของพระนางอู๋เจ๋อเทียน</p>
<p>ในอดีตกาล มีอยู่คราหนึ่ง ที่พระนางอู๋เจ๋อเทียนได้มีโอกาสออกเดินชมอุทยานดอกไม้ ซึ่งหลังจากที่หิมะโปรยปรายภายในอุทยานล้วนแล้วมีแต่ความขาวโพลนของหิมะ พระนางจึงมีดำริว่า “หากขณะเวลานี้ บรรดาบุปผาชาตินานาสามารถเบ่งบานได้ในเวลาเช่นนี้ก็คงจะดีมิใช่น้อย”</p>
<p>เมื่อพระนางมีดำริเช่นนี้แล้ว จึงได้รสจนาเป็นภาษกวีลงในกระดาษ จากนั้นให้นางสนองที่อยู่รายข้างนำกระดาษแห่งพระประสงค์ไปเผาไฟเพื่อแจ้งหมายความตั้งพระทัยเหล่านั้นสู่สรวงสวรรค์เบื้องบน เดือดร้อนไปถึงเหล่าเทพยาดาแห่งบุปผา ที่ต่างต้องเตรียมการให้ดอกไม้ทั้งหลายในสวนเบ่งบานก่อนเวลาอันควร </p>
<p>จะมีก็เพียงแต่ดอกโบตั๋นเท่านั้น ที่มิยินยอมทำตามที่พระนางร้องขอ ด้วยเพราะดอกโบตั๋นเห็นว่า อันดอกไม้มีฤดูกาลที่จะเบ่งบานไปตามเวลา การที่พระนางทำเช่นนี้มิใช่เป็นการฝืนธรรมชาติหรอกหรือ</p>
<p>ครั้งเมื่อถึงเวลาที่พระนางอู๋เจ๋อเทียนออกประพาสอุทยานอีกครา ครั้งนี้ดอกไม้ในอุทยานต่างเบ่งบานโดยพร้อมเพรียง เป็นที่งดงามยิ่งนัก มีเพียงดอกโบตั๋นเท่านั้น ที่มิได้เบ่งบาน พระนองเห็นเช่นนั้นจึงมีรับสั้งให้ทหารเผาทำลายดอกโบตั๋นในอุทยานทั้งหมด </p>
<p>อีกทั้งให้นำเอาดอกโบตั๋นทั้งหมดที่อยู่ในเมืองฉางอันไปทิ้งไว้บนเขาลั่วหยาง ทว่าเมื่อดอกโบตั๋นเดินทางไปถึงเขาลั่วหยางแล้ว กลับเบ่งบานงดงามอย่างวิจิตรตระการตา เป็นที่ชื่นชมของเมืองลั่วหยางนับจากนั้นมา </p>
<p>ผู้คนมักเปรียบเทียบอิสตรีงดงามดั่งบุปผา นั่นย่อมต้องเป็นบุปผาที่คลี่บานอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หาได้เบ่งบานออกเพราะคำบงการของผู้ใด กระดังงาอัคคีเป็นอิสตรีเช่นนั้น </p>
<p>เป็นอิสตรีที่มีความกล้าหาญดุจเดียวกับดอกโบตั๋น</p>
<p><b>ห้องโถงใหญ่</b> มีดวงโคมมากมายให้ความสว่าง ผู้คนราวกับตัวหดเล็กลงเมื่อเทียบเคียงกับความกว้างใหญ่ภายใน เมื่อมองกวาดไปทั้งห้องโถงกลับพบเห็นป้ายไม้กว้างขนาดสี่วาเศษยาวนับสิบวา </p>
<p>เป็นไม้ท่อนใหญ่เมื่อนึกย้อนไปถึงเมื่อมันยังคงเป็นลำต้น แผ่นไม้สลักอักษรจมลึกไปในเนื้อไม้หนึ่งเชียะ คำที่สลักอ่านได้ความหมายว่า ‘โถงเที่ยงธรรม’</p>
<p>“เฮอะ!!.. ข้าพเจ้าคิดอาเจียนในโถงเที่ยงธรรม” เสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังนาง</p>
<p>เบื้องหลังนางย่อมมีผู้คน เป็นผู้คนที่รู้จักกล่าววาจาเย้ยหยันเป็นพิเศษ คนผู้นั้นย่อมเป็นใครอื่นไปมิได้ </p>
<p>‘บัณฑิตธนูทอง’ ผู้ซึ่งวางท่าทางสงบสุขุม มันยืนนิ่งไม่ห่างจากกายนางเท่าไรนัก กริยาของมันผิดกับก่อนหน้า ที่มันดูจะคึกคักกับการได้ขึ้นมาบนเรือใหญ่กลางแม่น้ำฉิวแห่งนี้ ทว่านอกจากมันแล้วกลับไม่พบเงาร่างของซินแสเกาและสหายใต้หล้า </p>
<p><b>หรือผู้คนทั้งสองมิได้ติดตามขึ้นเรือ</b></p>
<p><strong></strong></p>
<table cellspacing="0" cellpadding="5" width="450" border="1">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="450">
<p>“ท่านเห็นว่าเป็นเช่นไร”</p>
<p>ในความมืดมิด มีเสียงหนึ่งตอบออกมาอย่างแผ่วเบา “ข้าพเจ้าแทบไม่เชื่อสายตา”</p>
<p>“ข้าพเจ้าก็เช่นกัน” อีกเสียงหนึ่งกล่าวขึ้น</p>
<p>เป็นว่าขณะนั้นมีน้ำเสียงของผู้คนถึงสองคน น้ำเสียงของผู้คนยามเอ่ยวาจากลับแผ่วเบา ด้วยเพราะคนทั้งสองต่างหลบเร้นกายในความมืดมิด ในความมืดมิด หากได้เฝ้ามองความสว่างไสวภายนอก ย่อมสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนกว่าผู้คนที่อยู่ภายใน</p>
<p>แสงสว่างอาบไปทั่วห้องโถงสีขาวกระจ่าง ภายในกลับมีแพรพรรณหลากสี เป็นความขัดแย้งที่งดงาม ผู้คนที่อยู่ในโถงนี้ล้วนแล้วเป็นอิสตรี เป็นอิสตรีเรือนร่างเปลือยเปล่า มีบ้างที่คลุมเสื้อผ้าอาภรณ์ หากแต่เป็นอาภรณ์เนื้อบางเบา ซึ่งมิอาจอำพลางความโค้งเว้าของสัดส่วนอันรัดรึงกำลังขวัญของบุรุษเพศ</p>
<p>“จิ้งจอกเฒ่ากลับช่างเลือกทีทาง” น้ำเสียงนั้นคล้ายเย้ยหยัน คำว่าจิ้งจอกเฒ่าหลุดออกจากปาก ย่อมไม่อาจหมายความถึงใครอื่น</p>
<p>ซินแสเกา กระซิบข้างใบหูสหายใต้หล้า “ไฉนท่านยังรั้งอยู่ที่นี่เล่า?”</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&#160;</p>
</p>
<hr align="center" width="100%" noshade="noshade" size="3" />
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/105/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=105&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#38;h=103&#38;h=103" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๑๑ : เล่ห์ฅน</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/09/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%91-%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/09/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%91-%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2009 02:54:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/09/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%91-%e0%b9%80/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; -ตอน ๑๑ : เล่ห์ฅน- “มีเพียงไม่กี่คนในยุทธ์ภพเท่าที่เราพอจะเอ่ยนาม เหล่าจอมยุทธ์ที่ยินยอมแลก ระหว่าง ชัยชนะ กับ สันติภาพ เล่าเติ่ง ระหว่างเรากับท่าน ระหว่างชัยชนะกับสันติภาพ สิ่งใดสำคัญยิ่งกว่า” -เล่าอู๋เฟิง- ๐๐๐ “เห่อผิง เจ้าแทงข้าฯ” สิ้นเสียง เถ้าแก่หลงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงตึงตังคล้ายผู้คนล้มตัวเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ไม่นาน เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่าน ความเงียบงันบังเกิดอีกครา พลันนั้นเกิดเสียงปึงปังด้านหน้าโรงเตี๊ยม ทำลายความสงบ มีคนเดินนำเข้ามาก่อน ในความมืด มีสามสี่คนที่ถือโคมไฟ แสงสว่างจากดวงโคมส่องกวาดไปทั่วบริเวณ ภายในโรงเตี๊ยมพบเห็นเพียงเหล่าเติ่ง เป็นมันที่ยืนสงบนิ่งเพียงผู้เดียว ผู้คนในโรงเตี๊ยม กลับอันตรธานไปหมดสิ้น “พวกมันเล่า?” บุรุษผู้หนึ่งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ในน้ำเสียงคล้ายแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่าง เป็นอำนาจที่ผู้คนปั้นแต่งขึ้นภายใน เหล่าเติ่งหาได้รับรู้สักเพียงนิดถึงกระแสอำนาจที่คนผู้นั้นต้องการสำแดงออกมา “หลงซีฮั้ว เล่า?” ไม่มีคำตอบจากเหล่าเติ่ง จากนั้นเพียงชั่วลมหายใจเดียว ปรากฏผู้คนสวมใส่ชุดสีดำนับร้อยในมือถืออาวุธหลายชนิด ผู้คนเหล่านั้นต่างกรูเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมวิญญูชน ผู้ที่ก้าวเข้ามาคนแรก เดินเข้าหาเหล่าเติ่ง มันเว้นระยะห่างจากเหล่าเติ่งสามสี่ก้าว ในดวงตาแฝงความระแวดระวัง คล้ายกำลังสำรวจบางสิ่งบางอย่างจากมัน ผู้มาถึงค่อยๆวาดโคมไฟในมือออกไปข้างๆ แสงสว่างจากโคมทำให้พบเห็นกองโลหิตกองหนึ่ง เป็นโลหิตสีแดงข้น คนผู้นั้นค่อยๆเดินเข้าไปใกล้กองโลหิตนั่นยิ่งขึ้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=101&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><font color="#000000">&#160;</font><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><font color="#000000"><img title="clip_image002" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103&#038;h=103" width="454" border="0" /></font></a></p>
<p align="center"><b><font color="#000000">-ตอน ๑๑ : เล่ห์ฅน-</font></b></p>
<p><b><font color="#000000">“มีเพียงไม่กี่คนในยุทธ์ภพเท่าที่เราพอจะเอ่ยนาม เหล่าจอมยุทธ์ที่ยินยอมแลก ระหว่าง ชัยชนะ กับ สันติภาพ เล่าเติ่ง ระหว่างเรากับท่าน ระหว่างชัยชนะกับสันติภาพ สิ่งใดสำคัญยิ่งกว่า”</font></b></p>
<p align="right"><b><font color="#000000">-เล่าอู๋เฟิง-</font></b></p>
<p align="center"><font color="#000000">๐๐๐</font></p>
<p><b><font color="#000000">“เห่อผิง เจ้าแทงข้าฯ”</font></b></p>
<p><b><font color="#000000"></font></b></p>
<p><font color="#000000"><b>สิ้นเสียง </b>เถ้าแก่หลงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงตึงตังคล้ายผู้คนล้มตัวเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ไม่นาน เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่าน ความเงียบงันบังเกิดอีกครา</font></p>
<p><font color="#000000">พลันนั้นเกิดเสียงปึงปังด้านหน้าโรงเตี๊ยม ทำลายความสงบ มีคนเดินนำเข้ามาก่อน ในความมืด มีสามสี่คนที่ถือโคมไฟ แสงสว่างจากดวงโคมส่องกวาดไปทั่วบริเวณ ภายในโรงเตี๊ยมพบเห็นเพียงเหล่าเติ่ง เป็นมันที่ยืนสงบนิ่งเพียงผู้เดียว ผู้คนในโรงเตี๊ยม กลับอันตรธานไปหมดสิ้น </font></p>
<p><font color="#000000">“พวกมันเล่า?” บุรุษผู้หนึ่งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ในน้ำเสียงคล้ายแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่าง เป็นอำนาจที่ผู้คนปั้นแต่งขึ้นภายใน เหล่าเติ่งหาได้รับรู้สักเพียงนิดถึงกระแสอำนาจที่คนผู้นั้นต้องการสำแดงออกมา</font></p>
<p><font color="#000000"></font></p>
<p> <span id="more-101"></span><font color="#000000"></font>
<p><font color="#000000">“หลงซีฮั้ว เล่า?”</font></p>
<p><font color="#000000">ไม่มีคำตอบจากเหล่าเติ่ง</font></p>
<p><font color="#000000">จากนั้นเพียงชั่วลมหายใจเดียว ปรากฏผู้คนสวมใส่ชุดสีดำนับร้อยในมือถืออาวุธหลายชนิด ผู้คนเหล่านั้นต่างกรูเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมวิญญูชน ผู้ที่ก้าวเข้ามาคนแรก เดินเข้าหาเหล่าเติ่ง มันเว้นระยะห่างจากเหล่าเติ่งสามสี่ก้าว ในดวงตาแฝงความระแวดระวัง คล้ายกำลังสำรวจบางสิ่งบางอย่างจากมัน </font></p>
<p><font color="#000000">ผู้มาถึงค่อยๆวาดโคมไฟในมือออกไปข้างๆ แสงสว่างจากโคมทำให้พบเห็นกองโลหิตกองหนึ่ง เป็นโลหิตสีแดงข้น คนผู้นั้นค่อยๆเดินเข้าไปใกล้กองโลหิตนั่นยิ่งขึ้น พบเห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของรอยเท้า</font></p>
<p><font color="#000000">“มันไปแล้ว”</font></p>
<p><font color="#000000">เหล่าเติ่งเอ่ยประโยคแรกหลังจากดำรงสภาวะเงียบงันเนิ่นนาน ผู้ที่มองไปคล้ายเป็นหัวหน้ากลุ่มคนนับร้อย มีสีหน้าสงสัย “ไฉนท่านไม่ติดตามมันไป?”</font></p>
<p><font color="#000000">สิ้นเสียงคนกล่าววาจา ยังมีกลุ่มคนอีกมากมายที่กรูเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม ผู้เป็นหัวหน้าออกคำสั่งให้ค้นหาบางอย่าง เหล่าเติ่งยังคงยืนนิ่งตรงตำแหน่งเดิมมิผิดเพียง มันคล้ายต้องการเอ่ยวาจาบางอย่าง และคล้ายต้องการบอกกล่าวให้ได้</font></p>
<p><font color="#000000">ผู้เป็นหัวหน้าคนนับร้อยสังเกตเห็นสิ่งปกติ “ท่านผู้อาวุโสเป็นเช่นไรแล้ว ไฉนท่านไม่อาจเคลื่อนไหว? หรือว่าท่าน&#8230;” กล่าวยังไม่ทันสิ้นคำ ประตูโรงเตี๊ยมที่ถูกเปิดออกแต่แรกกลับกระแทกปิดดัง ‘ปึง’ ลมกระโชกเข้าภายในแรงสะเทือนทำเอาดวงโคมที่ถือดับวูบลง พลันขณะนั้นเกิดเสียงผู้คนร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด ผู้คนในชุดดำมากมายคล้ายอยู่ในความสับสน และในขณะนั้นเอง เสียงเหล่าเติ่งดังก้องขึ้นไปทั่วบริเวณ</font></p>
<p><font color="#000000">“พวกเจ้าอยู่ในความสงบ อย่าได้ขยับตัว”</font></p>
<p><font color="#000000">“เพราะอันใด ไฉนจึงเป็นเช่นนี้” เสียงผู้เป็นหัวหน้ากล่าวออก น้ำเสียงยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ ด้วยเพราะมันต้องแสดงออกซึ่งความเป็นผู้นำ</font></p>
<p><font color="#000000">“นี่เป็นกับดัก หลงซีฮั้วจิ้งจอกเฒ่ากลับซุกซ่อนกลไกไว้ในโรงเตี๊ยม”</font></p>
<p><font color="#000000">“จากนี้เป็นอย่างไร? ท่านไฉนไม่หาทางแก้ไข”</font></p>
<p><font color="#000000">สิ้นเสียงผู้คน กลับเกิดเสียงร้องของใครบางคนกู่ร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงล้มลงตึงตัง เสียงโหยหวนนั้น คล้ายกับสามารถเข่นฆ่าทหารได้ทั้งกองทัพ เสียงนั้นค่อยๆแผ่วเบา กลับกลายเป็นเสียงหอบหายใจ และเป็นเสียงผู้คนขาดใจตาย ขณะนั้นทุกคนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมกลับสงบนิ่ง ไม่มีผู้ใดกล้าขยับร่างกายแม้แต่นิดเดียว</font></p>
<p><font color="#000000"><b>ในความมืดมิด</b> ไม่มีผู้ใดเห็นผู้ใด มีเพียงความมืดมิดเท่านั้นที่เห็นผู้คน เหล่าเติ่งในความมืดมิด บัดนี้คิดกระทำการอย่างไรกัน</font></p>
<p align="center"><font color="#000000">๐๐๐</font></p>
<p><b><font color="#000000">บึงน้ำกว้างไกลสุดตา ศาลาหลังน้อยยังคงนิ่งสงบ เพียงเฝ้ามองอาการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งต่างๆรายรอบ ผู้คนเคลื่อนไหว ใช่หรือไม่ว่า ย่อมมีความหมายสองประการ หนึ่งเพื่อทำลาย สองเพื่อดำรงรักษาดูแล</font></b></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมพลิกร่างกลางเวหา ร่างกายบิดเบี้ยวดั่งปลาไหล ม่านน้ำหมุนเป็นวงเกลียวโอบล้อมรอบจากนั้นขมวดลง-เล็กแหลมคม พุ่งเข้าหามันทุกขณะจิต ยาจกเจียมมิมีเวลาคร่ำครวญ มันครุ่นคิดหาทางออกของตัวในชั่วพริบตา</font></p>
<p><font color="#000000">พลันตวัดเท้าออกวูบหนึ่ง</font></p>
<p><font color="#000000">รองเท้าฟางข้างหนึ่งพุ่งแหวกอากาศ ไบหยุนวางฝ่ามือลงข้างตัวจากนั้นวาดออกสู่เบื้องหน้าอีกครา พลันเกิดสายน้ำบรรจุลมปราณอีกกระแสหนึ่ง แบ่งแยกจู่โจมมายังรองเท้าฟางข้างนั้น</font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมกู่ร้องเสียงดังตามหลัง<b> </b><b></b></font></p>
<p><b><font color="#000000"></font></b></p>
<p><b><font color="#000000">“เด็กน้อย ดูสิว่ารองเท้ายาจกรสชาติเป็นเช่นไร!”</font></b></p>
<p><font color="#000000">พลังเสียงนั้นส่งให้รองเท้าฟางพุ่งเข้าหาสายน้ำที่สวนทางกลับมา ส่วนตัวมันเองใช้เวลาเพียงเศษเสี้ยวพริบตาหมุนร่างม้วนเป็นวงกลม ยามนี้คล้ายลูกข่างมนุษย์ เกิดสภาวะแรงดึงดูดสายน้ำเข้าหาตัวมันเอง ลดทอนสภาวะเกรี้ยวกราดของสายน้ำได้</font></p>
<p><font color="#000000">เหตุแปรเปลี่ยนครั้งนี้เหนือการคาดหมายของไบหยุน นางขมวดคิ้วงามเข้าหากัน วารีแหลมคมสายนั้นชำแรกรองเท้าฟางออกเป็นเสี่ยง ทว่าเบื้องหลังรองเท้าฟางกลับปรากฏมีดสั้นขนาดเท่าฝ่ามือทะยานแหวกอากาศสืบเนื่อง มีดเล่มนั้นทะลวงผ่านม่านน้ำของนางมา กระแสลมปราณในคมมีด สัมผัสได้ถึงความกราดเกรี้ยว </font></p>
<p><font color="#000000">นางดีดตัวออกจากเรือเพื่อหลบหลีกการโจมตี ส่งผลให้พลังลมปราณวารีของนางแปรเปลี่ยนสภาวะ จากแหลมคมเป็นอ่อนละมุนดังสภาวะแรกเริ่ม ระหว่างนางกับ ยาจกเจียมขณะนั้นคล้ายดั่งวิหกนิลเหินเวหา พุ่งสวนกันกลางท้องนภา แต่มิได้เกิดการปะทะกัน</font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมพ้นสภาวะแหลมคมมาได้ กลับมิเลิกรา มันยังรักษาสภาวะสืบเนื่อง เร่งท่าร่างผ่านอากาศลงยังหัวเรือของไบหยุน </font></p>
<p><font color="#000000">ส่วนนางอาศัยท่วงท่าท่องเมฆาเคลื่อนไหวผ่านอากาศและเวิ้งน้ำ ปลายเท้านางแตะยอดศาลาเรือนน้อย ท่วงท่านั้นนุ่มนวลคล้ายบรรจงให้ความสำคัญต่อศาลาหลังน้อยที่ดูอ่อนแอ มือทั้งสองข้างนางยังคงไพล่ไว้ด้านหลัง ตามองต่ำ สีหน้านางกลับมาเยือกเย็นยิ่งกว่าเมื่อครู่ ไม่อาจบรรยายได้ว่า ขณะเวลานั้น นางมีความคิดอันใดแอบแฝงอยู่ </font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมมิได้เหลือบแลนาง กลับมุ่งไปที่เด็กหนุ่มที่เคยยื่นอยู่เบื้องหลังไบหยุน มันขณะที่พุ่งร่างเข้าหา มือข้างหนึ่งของมันกลับซุกเข้าไปในเสื้อ วูบหนึ่งที่มันตวัดฝ่ามือซัดกลับออก เกิดประกายดาวหลายจุดพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม</font></p>
<p><font color="#000000">มันยังคงยืนนิ่งสงบไม่ขยับเขยื้อน คล้ายไม่มีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้นเบื้องหน้า ดวงตามันยังคงจับจ้องไปที่ภายในเรือของใต้เท้าเหลิง มือข้างหนึ่งที่ถือกระบี่สีดำลี้ลับเพียงใช้ข้อนิ้วหัวแม่มือดันกระบี่ออกจากฝัก </font></p>
<p><font color="#000000"><b>คมกระบี่ที่ไม่มีประกาย </b><b></b></font></p>
<p><font color="#000000">วูบเดียวที่ยาจกเจียมเห็นคมกระบี่ ใบหน้ามันถอดสี รั้งสภาวะพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม พลิกตัวกลับร่างกลางคัน เตะเท้าออกจากเรือของนางอย่างเร่งร้อน ประกายดาวที่ซัดออกเมื่อครู่กลับอันตรธานลับหายไปในความมืดมิดของคมกระบี่ ในความเงียบงันคล้ายสดับได้เพียงเสียงหายใจของยาจกเจียม</font></p>
<p><font color="#000000">ร่างของยาจกเจียมกลับมาถึงเรือของใต้เท้าเหลิง มือข้างหนึ่งซุกเข้าในอกเสื้อ อีกข้างหนึ่งยึดจับเอาหัวเรือเป็นที่มั่น เรือโยกไหวเล็กน้อย จากนั้นกระแสน้ำข้างเรือกลับตีวงถี่ คล้ายถูกคลื่นพลังบางอย่างเร่งเร้า ในดวงตาของยาจกเจียมมีเพียงจับจ้องไปที่กระบี่ในมือเด็กหนุ่ม </font></p>
<p><font color="#000000">“เจ้า!.. เจ้ามีความเกี่ยวข้องใดกับเล่าอู๋เฟิง” เสียงยาจกเจียมเกรี้ยวกราด เป็นมันคล้ายอยู่ในอาการตื่นตระหนกต่อกระบี่ดำลี้ลับเบื้องหน้า</font></p>
<p><font color="#000000">“ไบหยุน นี่มิได้อยู่ในข้อตกลง” ยาจกเจียมตวาดก้อง ขณะนั้น ใต้เท้าเหลิงคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น เดินโซเซออกมาจากห้องเรือที่มันถูกดึงร่างรั้งไว้เมื่อครู่ เมื่อเดินออกสู่ภายนอกพบเหตุแปรเปลี่ยนเบื้องหน้า ร่างกายคล้ายถูกตรึงไว้ไม่ให้ขยับไหว</font></p>
<p><font color="#000000">“เกิดเรื่องราวอันใดขึ้น ยาจกเจียมท่านมีความอธิบายเรื่องราวหรือไม่?” ใต้เท้าเหลิงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือทั้งสองข้างทิ้งลงข้างลำตัว ไม่ขยับ</font></p>
<p><font color="#000000">“เห็นทีว่า อธรรมประจิมจะละเลยข้อตกลงระหว่างเราเสียแล้วขอรับใต้เท้า”</font></p>
<p><font color="#000000">“เรื่องราวเป็นอย่างไร?”</font></p>
<p><font color="#000000">“อธรรมประจิมนำพากระบี่มารของอู๋เฟิงข้ามกำแพงเมือง นี่กลับเป็นเรื่องราวร้ายแรงยิ่งกว่าคิดหมายครอบครองบุปผาขจรไกล”</font></p>
<p><font color="#000000">ไบหยุนยังคงนิ่งสงบ ไม่มีผู้ใดทราบว่านั่นหมายถึงอะไร ใต้เท้าเหลิงสีหน้าเคร่งเครียด “อู๋เฟิง มัน-มันไฉนปรากฏตัวในยุทธ์ภพอีกครา” มือของมันข้างหนึ่งคล้ายกับพยายามยกขึ้น </font></p>
<p><font color="#000000">“เรียนใต้เท้า เด็กหนุ่มเบื้องหน้า ที่อยู่ในมือมันย่อมเป็นกระบี่มารเล่มนั่นเป็นแน่” ยาจกเจียมกล่าวด้วยน้ำเสียงลนลาน </font></p>
<p><font color="#000000">ใต้เท้าเหลิงขณะนั้นยกฝ่ามือขึ้นกำมือแน่น คล้ายเป็นสัญญาณบางประการ ขณะเดียวกันนั้น ไบหยุนกลับปรับเปลี่ยนท่วงท่า มือทั่งสองข้างของนางคลายออกจากหลังแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ขณะนี้ฝ่ามือทั้งสองข้างของนางคล้ายกับกำลังร่ายรำนิ้วมือไปมา จากนั้นนางเอ่ยวาจาเป็นหนแรก หลังจากเงียบงันยาวนาน</font></p>
<p><font color="#000000">“ ใต้เท้า ดูเหมือนท่านเองก็ละเลยเงื่อนไขระหว่างเราเช่นกัน”</font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมรู้สึกเย็นวาบที่ใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตแตะจมูก รู้สึกได้ว่าใบหน้ามีโลหิตหลั่งออกมา มันคิดขยับมือและพลิกร่างกลับไปยังใต้เท้าเหลิง แต่มันเปลี่ยนใจ กลับกู่ร้องออกด้วยกำลังภายในผ่านท้อง ไม่แม้แต่จะขยับปาก </font></p>
<p><b><font color="#000000">“อย่าได้เคลื่อนไหว”</font></b></p>
<p><font color="#000000">เสียงร้องนั่นก้องสะท้านไปทั่วผิวน้ำ ก่อเกิดลอนน้ำเป็นคลื่นสูงต่ำ</font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมกล่าวกับผู้ใด? เมื่อลมตีเข้าฝั่ง ปลายหญ้าที่ริมฟากกลับโยกโยนใบไปมา พบเห็นเงาดำมากมายริมฝั่ง อีกทั้งในผิวน้ำมีเงาร่างนับร้อยลอยคออยู่ในน้ำ ทุกร่างที่อยู่ในน้ำนิ่งสงบ และมีประกายแวววาวสะท้อนแสงจันทร์ เป็นประกายจากปลายลูกเกาทัณฑ์</font></p>
<p><font color="#000000">เกาทัณฑ์นับร้อยเล็งเข้าหาไบหยุน นางมิได้มองเงาร่างเหล่านั้น มือทั้งสองของนางยังคงสภาวะเดิม </font></p>
<p><font color="#000000">“ไบหยุน เจ้าคิดข่มขวัญผู้อาวุโสแล้ว ไฉนเจ้ากับข้าฯไม่กล่าววาจากันแต่โดยดี”</font></p>
<p><font color="#000000">“ผู้อาวุโสเจียม พวกท่านซุกซ่อนกองกำลังนับร้อย เราเป็นถึงธิดาของประมุขพรรค์กลับเดินทางมาพบใต้เท้าเพียงสอง เป็นผู้ใดกันที่คิดข่มขวัญผู้คน”</font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมหรี่ตาลง คล้ายสำรวจดูสิ่งๆต่างอย่างละเอียดยิ่งก่อนจะกล่าวออกไปว่า</font></p>
<p><font color="#000000">“เจ้าคิดใช้วิชามารอันใดเอาชนะลูกเกาทัณฑ์นับร้อยนับพัน”</font></p>
<p><font color="#000000">“ผู้อาวุโสเจียม ท่านไม่ทราบหรือลืมเลือนไปแล้ว”</font></p>
<p><font color="#000000">“เฮอะ – ใต้หล้ามีสักกี่ผู้คนที่สามารถใช้วิชาฝีมือนั่นได้”</font></p>
<p><font color="#000000">“ท่านไม่เชื่อว่าเด็กน้อยสามารถ”</font></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมเงียบงัน มันยังคงนิ่งสงบ ถ่ายทอดกำลังภายในสู่เบื้องล่างประคองผิวน้ำให้ทรงเรือมิให้โยกไหว</font></p>
<p><font color="#000000">“ท่านผู้อาวุโสเจียม อย่างน้อยท่านตอนนี้คล้ายยอมรับว่า เด็กน้อยสามารถใช้วิชานั้นได้จริง”</font></p>
<p><font color="#000000">ไบหยุนเมื่อนางกล่าววาจาออกไป น้ำเสียงของนางเย็นเชียบ เย็นยิ่งกว่าน้ำในบึงแห่งนี้ เด็กหนุ่มผู้ถือกระบี่สีดำ ยังคงยืนอยู่ในท่าเดิมไม่เคลื่อนไหว นางเบือนหน้าไปยังกอไผ่เล็กๆข้างศาลาน้อย ใบหน้าที่งดงามของนางปรากฏรอยยิ้มอันลี้ลับ นางกระดิกนิ้วหนึ่งครา กอไผ่ทั้งกอพลันสั่นไหวเล็กน้อย</font></p>
<p><font color="#000000">เพียงลมพัดผ่านวูบหนึ่ง กอไผ่กอนั้นพลันล่วงลงสู่พื้น เป็นกอไผ่ชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ละชิ้นเหมือนถูกกระบี่อันคมกริบตวัดออกด้วยความเร็ว ขอบรอยรอบเรียบสนิทไร้ริ้วรอยตำหนิ</font></p>
<p><font color="#000000"><b>“ไหมฟ้าคร่าวิญญาณ อย่าได้มีผู้ใดขยับร่างกาย”</b> ยาจกเจียมกล่าวออกด้วยเสียงในท้องอีกครา ทุกร่างที่อยู่ในบริเวณต่างหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว</font></p>
<p><b><font color="#000000">“ไบหยุน เจ้า!!” </font></b></p>
<p><font color="#000000">ยาจกเจียมแค้นเสียง มันไม่อาจเคลื่อนไหว ภาพขณะนั้น คล้ายผู้คนนับร้อยถูกสะกดให้ยืนนิ่งราวกับเป็นรูปสลักศิลา สายลมอ่อนๆโชยพัดผ่านผิวน้ำ ลำเรือนิ่งสงบ ผิวน้ำตีลอนเล็กน้อย ความเย็บลูบไล้ใบหน้าผู้คน </font></p>
<p><font color="#000000">ในดวงใจที่ซุกซ่อนภายในยามนี้เล่า ใช่ว่าเป็นน้ำแข็งก้อนหนึ่ง เป็นก้อนหัวใจที่มิอาจสูบฉีดโลหิตแล้วกระนั้นหรือ</font></p>
<p><font color="#000000">ไบหยุนยิ้ม </font></p>
<p><font color="#000000">เป็นรอยยิ้มอันเย็นเยือกไปถึงหัวใจ</font></p>
<p align="center"><font color="#000000">๐๐๐</font></p>
<p><font color="#000000"><b>ท่ามกลางราตรี</b> คล้ายมีเงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหว เงาดูรูปพิกลร่างนั้นพุ่งทะยานในระหว่างซอกซอยอันมืดมิด อาศัยแสงจันทร์นำทาง อันเงาร่างนั้นแท้จริงแล้วกลับเป็นผู้คนสองคน เป็นคนผู้หนึ่งแบกคนอีกผู้หนึ่ง ในขณะที่ท่วงท่าคล้ายดั่งวิหกเหิน มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบในสภาวะเร่งรีบ</font></p>
<p><font color="#000000"><b>“ท่านผู้อาวุโสเติ่งตอนนี้เป็นเช่นไรแล้ว?”</b> บุรุษผู้แบกคนผู้หนึ่งกล่าว</font></p>
<p><font color="#000000">“ไฉนเจ้ากลับไม่ถามว่าเราเสียโลหิตไปมากเพียงใด?” กล่าวจบคนผู้ถูกแบกไว้กลางหลังครวญคราง </font></p>
<p><font color="#000000">“ซีด..อุ๊ย..ข้าฯก็เจ็บเป็นนะ!”</font></p>
<p><font color="#000000">มองไปมองมา ผู้คนทั้งสองย่อมเป็นกระบี่โปรยบุปผาและเถ้าแก่หลงซึ่งมีอาการบาดเจ็บแต่ยังสามารถกล่าววาจาได้ </font></p>
<p><font color="#000000">“ผุ้ใดให้ท่านเข้ามารับกระบี่ข้าพเจ้า”</font></p>
<p><font color="#000000">“เด็กโง่ – เจ้าช่างโง่งมไม่ต่างจากไข่เต่าเหล่าเติ่ง”</font></p>
<p><font color="#000000">กระบี่โปรยบุปผายิ่งมีสีหน้าสงสัยขึ้นไปอีก กระแทกร่างลงพื้น สภาวะนั้นหนักแน่น “อ๊าก!!” เสียงเถ้าแก่หลงคำรามด้วยความเจ็บปวด </font></p>
<p><font color="#000000">“เด็กประเสริฐ อุ๊ย.. ไฉนเจ้าไม่ฉุกคิดเพียงนิดเล่าว่า เหล่าเติ่งเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์สายมาร ขณะฝึกวิชามันกลืนกินยาพิษมากมาย โลหิตมันย่อมผสมผสานยาพิษมากมาย เช่นกัน สีโลหิตของมันย่อมมิคล้ายเหมือนเราชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมมะ เหล่าเติ่งมันก็มิได้ฉุกคิดข้อนี้ มิใช้โลหิตเรายังเป็นโลหิตผู้ใดจึงสามารถหลอกลวงคนพวกนั้นได้”</font></p>
<p><font color="#000000">“ไฉนท่านมิบอกกล่าว ไฉนมิเป็นโลหิตข้าพเจ้า”</font></p>
<p><font color="#000000">“เด็ก โงะ! &#8211; เด็กประเสริฐ โลหิตเจ้ามีค่ายิ่ง เรารู้สึกได้ว่าตนเองมีโลหิตเสียมากเกินไป คิดถ่ายเทออกเสียบ้าง ใยมิเป็นผลดีแก่เรา เจ้าอย่าได้กังวลเลย เรื่องราวข้างหน้ายิ่งต้องอาศัยกำลังความสามารถของเจ้าอีกมาก”</font></p>
<p><font color="#000000">กระบี่โปรยบุปผาขณะนั้นจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง มันตั้งคำถามทุกขณะเวลาที่มันพุ่งร่างไปเบื้องหน้า ไฉนผู้อาวุโสเติ่งมิหนีออกมาพร้อมกับพวกเรา ไฉนท่านยังคงอยู่รับมือ เสียงกล่าววาจาโต้ตอบระหว่างหลงซีฮั้วกับผู้อาวุโสยังคงก้องวงอยู่ในสำนึกตลอดเวลา</font></p>
<p><font color="#000000">ในความมืดมิด ผู้คนกล่าววาจาด้วยกำลังภายในอันลึกล้ำ เสียงเหล่าเติ่งดังกังวาน อบอุ่น</font></p>
<p><font color="#000000">“หลงซีฮั้ว เห่อผิงบรรลุเพลงกระบี่บุปผาขั้นสูงแล้ว คงเหลือเพลงกระบี่สุดท้ายของยอดวิชาบุปผาขจรไกลแล้ว เรื่องราวต่อจากนี้ต้องฝากให้ท่านดูแลแล้ว”</font></p>
<p><font color="#000000">“เฮ๊อะ เจ้ามารเฒ่า ทำเป็นวางท่า เด็กน้อยนี้สำเร็จได้เพราะเราชี้แนะเพียงเล็กน้อย มิต้องมากความ”</font></p>
<p><font color="#000000">“จิ้งจอกเฒ่ายังคงหลงตัวเองไม่เปลี่ยนจริงๆ”</font></p>
<p><font color="#000000">“ท่านทั้งสองไฉนคบหากันเป็นสหาย” กระบี่โปรยบุปผาสับสน</font></p>
<p><font color="#000000">ในความมืดมิดมันเห็นคนทั้งสองยืนเคียงข้างกันคล้ายเป็นสหายที่คบหากันมานาน ทว่าเหล่าเติ่งกลับสามารถส่งเสียงเลียนเสียงเถ้าแก่หลงได้ในขณะที่เถ้าแก่หลงกลับฟาดมือไปมา ก่อเกิดเสียงคล้ายผู้คนเคลื่อนไหว</font></p>
<p><font color="#000000">เหล่าเติ่งหันมายิ้มให้กระบี่โปรยบุปผา มันกล่าววาจาด้วยกำลังภายในว่า</font></p>
<p><font color="#000000">“เห่อผิง นี่มิใช่เวลากล่าววาจา ใต้ฟ้าลี้ลับวางแผนร้ายให้ยุทธภพปั่นป่วนอีกครา มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถสกัดกั้นเรื่องราวเหล่านี้ได้”</font></p>
<p><font color="#000000">สิ้นเสียง นั้น เหล่าเติ่งอาศัยวิชาแปลงเสียง เลียนเสียงกระบี่โปรยบุปผา มือข้างหนึ่งของมันตวัดขึ้น กระบี่กลีบบุปผาแทงโดยที่กระบี่โปรยบุปผาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร </font></p>
<p><font color="#000000">กระบี่นั้นพุ่งใส่ร่างของเหล่าเติ่ง เถ้าแก่หลงขมวดคิ้วเข้าหากัน พลันนั้นเองมันกลับพุ่งร่างบังกระบี่กลีบบุปผาไว้ ภาพนั้นยังคงติดตากระบี่โปรยบุปผาจนถึงขณะเวลานี้ มันครุ่นคิดตลอดทางถึงวิชาของเหล่าเติ่ง พรรค์มาร ใต้ฟ้าลี้ลับ หลงซีฮั้ว</font></p>
<p><font color="#000000">“ท่านผู้อาวุโสเติ่งตอนนี้เป็นเช่นไรแล้ว” กระบี่โปรยบุปผาคร่ำครวญ</font></p>
<p><font color="#000000">“ตอนนี้เจ้าไข่เต่านั่นคงกำลังสำราญอยู่กับการฆ่าฅน” เถ้าแก่หลง</font></p>
<p><font color="#000000">“ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าท่านผู้อาวุโสเติ่ง คิดฆ่าผู้คน”</font></p>
<p><font color="#000000">“เราก็ไม่เชื่อ แต่หากผู้คนที่ถูกเข่นฆ่า เป็นเพียงเสียงๆหนึ่งเล่า เรื่องราวเช่นนี้ละที่เหล่าเติ่ง เจ้าลูกไข่เต่าคละคลุ้งชมชอบนักเชียว ฮ่าๆ”</font></p>
<p><font color="#000000">เถ้าแก่หลงหัวร่อ แต่รู้สึกเจ็บแปลบที่บาดแผล มันมองแผ่นหลังของกระบี่โปรยบุปผาที่กำลังแบกมันไปข้างหน้า ในใจกลับอบอุ่นขึ้นมา เพียงกระซิบข้างหูเด็กหนุ่มว่า</font></p>
<p><font color="#000000">“เด็กประเสริฐ วิชาตัวเบาเจ้ามีดีเท่านี้รึ ข้าฯเจ็บบาดแผลไปถึงกระดูกแล้วเว้ย!”</font></p>
<p><font color="#000000"><b>ใบหน้ากระบี่โปรยบุปผาปรากฏรอยยิ้ม</b> มันเกร็งกำลังภายใน พุ่งผ่านม่านราตรี ตรอกซอยบ้านเรือนมืดมิด ทุกคราที่สะกิดเท้าออก แทบไม่ทิ้งร่องรอยและเกิดสุ้มเสียงอันใด เบื้องหน้ามันขณะนั้นพบเห็นประกายระยับของลอนน้ำยามต้องแสงจันทร์</font></p>
<p><font color="#000000">เรือใหญ่กลางแม่น้ำฉิวยังคงลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้า</font></p>
<p><font color="#000000">“ท่านอาจารย์ อีกนิดเดียว บาดแผลเท่านี้ เพียงส่งท่านถึงมือซินแสเกา ทุกอย่างจะดีขึ้น”</font></p>
<p><font color="#000000">เถ้าแก่หลงไม่ตอบอันใด </font></p>
<p><font color="#000000"><b>ภายใต้ราตรี</b> มีดวงจันทร์ที่งดงาม หลงซีฮั้วค่อยๆหลับตาลง จนเหลือเพียงความมืดมิดปรากฏ ใบหน้าของมันขณะนั้นประดับไว้ด้วย รอยยิ้มอบอุ่น</font></p>
<p align="center"><font color="#000000">๐๐๐</font></p>
<p><font color="#000000"><b>ท่ามกลางลำน้ำ</b> เรือน้อยใหญ่เคลื่อนไหวไปมาเล็กน้อยด้วยกระทบเข้ากับลอนคลื่นที่ตีวงมาจากเรือใหญ่กลางแม่น้ำฉิว แต่นั่นก็มิได้ขวางกั้นมิให้เรือลำเล็กลำใหญ่เล่านั้น มิให้เคลื่อนลำเข้าหา ไม่ต่างกับฝูงปลาแหวกว่ายเข้าหาแสงสว่าง ผิดเพียงว่า ปลายทางแห่งแสงนั้น </font></p>
<p><font color="#000000">เรือใหญ่ที่ประดับธงสีขาวรูปประทับเป็นดอกโบตั๋นสีแดงค่อยๆเคลื่อนเข้าหาเรือใหญ่กลางแม่น้ำฉิว ที่ข้างเรือพบเห็นมีโป๊ะเรือเล็กๆเกาะข้างลำเรือ เป็นแพไม้ที่สามารถเคลื่อนไหวตามสภาวะโยกครืนของสายน้ำ </font></p>
<p><font color="#000000">สหายใต้หล้าเหม่อมองเรือใหญ่นั่น มันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้นมากไปอีกเมื่อเรือของสำนักกระบี่บุปผาเคลื่อนเข้าเทียบ บัดนี้มันกลับไม่สามารถมองเห็นลำเรือแล้ว ด้วยเพราะความใหญ่โตของมัน </font></p>
<p><font color="#000000">“เด็กน้อย ไฉนเจ้าไม่รีบเร่งผูกเรือเข้ากับหลักเทียบ” ซินแสเกาในชุดพ่อบ้านชรากระซิบบอกสหายใต้หล้าในชุดหนุ่มรับใช้ประจำเรือ สหายใต้หล้าเหลือบเห็นสหายชราข้างกายในชุดประจำสำนักกระบี่บุปผา </font></p>
<p><font color="#000000">มันคล้ายไม่อาจสะกดกลั้นเสียงหัวร่อจากภายในได้ ชุดพ่อบ้านของสำนักกระบี่บุปผายิ่งมองยิ่งคล้ายชุดพวกออกเร่ขายของแสดงปาหี่ตามลานเมืองต่างๆ เพียงแอบหัวร่อในใจเท่านั้นที่สามารถกระทำได้</font></p>
<p><font color="#000000">“เร่งมือหน่อยเจ้าหนู เห็นหรือไม่ว่า ท่านกงจื้อ มารอรับท่านเจ้าสำนักถึงท่าเทียบ”</font></p>
<p><font color="#000000">ผู้ที่กล่าวออกย่อมมิใช่ผู้ใด เป็นบัณฑิตธนูทองในคราบกงจื้อผู้ทรงภูมิ ดูไปดูมาบัณฑิตธนูทองกลับเป็นตัวเลวร้ายที่เลือกเอาบทสำคัญไปเสียแล้ว</font></p>
<p><font color="#000000">“ขอรับนายท่าน” สหายใต้หล้า ได้แต่เพียงกล้ำกลืนความรื่นรมย์ลงลำคอ จากนั้นค่อยโยงเชือกผูกเรื่องเข้ากับหมุดเหล็กที่ตรึงแน่นหนาของโป๊ะเรือใหญ่ </font></p>
<p><font color="#000000">ขณะที่มันกำลังผูกรัดเชือกนั้น บุรุษผู้หนึ่ง ใบหน้าขาวกระจ่างเนื่องจากพอกใบหน้าด้วยแป้งฝุ่น มือข้างหนึ่งถือพัดจีบฉลุลวดลายด้วยไม้สมุนไพร ยามพักโบกได้กลิ่นหอมเจือจางไปตามลมที่พัดพา คนผู้นั้นย่อมเป็นกงจื้อกะไหล่เงิน</font></p>
<p><font color="#000000">“อดีตเจ้าสำนัก ยินดีที่เห็นท่านมา ขาดท่านไปแล้ว ราตรีนี้ใช่เหมือนกับขาดหายบางสิ่งบางอย่าง อ่อ – ดั่งเช่นราตรีขาดซึ่งแสงดารา”</font></p>
<p><font color="#000000">กระดังงาอัคคียิ้มเล็กน้อย จากนั้นนางค่อยก้าวออกอย่างเนิบช้า ก้าวผ่านกงจื้อกะไหล่เงินไป</font></p>
<p><font color="#000000"><b>นางไม่กล่าววาจากับกงจื้อแม้แต่คำเดียว</b><b></b></font></p>
<p><font color="#000000">เรือใหญ่ยังคงลอยอยู่ลางน้ำ เรือน้อยค่อยหลั่งไหลเข้ามา ดุจปลาน้อยแหวกว่ายเข้าหาแสงสว่าง ผู้ใดทราบได้ว่า </font></p>
<p><font color="#000000"></font></p>
<p><strong><font color="#000000">ภายใต้แสงนั้น มีสิ่งใดรออยู่</font></strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/101/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/101/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=101&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/09/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%91-%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#38;h=103&#38;h=103" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๑๐ : มืดมิด</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2009 03:38:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[-ตอน ๑๐ : มืดมิด- &#160; เสียงลั่นคล้ายโลหะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เข็มบินหมื่นพันจำแลงปะทะเข้ากับบางสิ่ง เกิดประกายเจิดจ้ารายรอบกระบี่โปรยบุปผา แสงจ้าค่อยๆรางลง กระบี่กลีบบุปผายามนี้คงเหลือยาวเพียงสองเชี๊ย ทว่ารอบตัวกระบี่โปรยบุปผากลับมีโลหะแวววาวคล้ายกลีบดอกไม้หมุนวนรอบกายอย่างเชื่องช้า ประหนึ่งกาลเวลาสยบยอมให้กับลมปราณสงบนิ่ง ก่อเกิดม่านพลังสายหนึ่ง บัดนี้มันอยู่ในท่วงท่าพร้อมตั้งรับ เข็มบินหมื่นพันจำแลงถูกสยบลงบนพื้นอีกครา “บุปผาคลี่คลาย” เถ้าแก่หลงลอบชมเชยกระบี่โปรยบุปผา ‘เด็กน้อยฝึกฝนฝีมือได้ถึงเพียงนี้แล้ว’ จากนั้นคล้ายกับว่าลืมเลือนเรื่องราวบางประการ ‘อ่า’ เถ้าแก่หลงคราง เหล่าเติ่งมิได้เกิดอาการประหลาดใจ มันมิได้เหนือความคาดหมาย ‘กระบี่กลีบบุปผา’ คือยอดศาสตราหนึ่งในสิบสามกระบี่เซครา นครที่มีชื่อเสียงด้านคิดค้นสร้างอาวุธมากมาย สิบสามกระบี่คือกระบี่ซึ่งเทพศาสตราในแต่ละรุ่นคิดค้นเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ในรอบยี้สิบปีมีเทพศาตราหนึ่งคน กระบี่กลีบบุปผาเป็นศาตราประจำรุ่นที่สิบ นับว่าเป็นกระบี่ยุคหลัง พบการแปรเปลี่ยนสุดหยัง ไม่มีผู้ใดทราบได้ว่ามันสามารถพัฒนากระบวนท่าและแปรรูปลักษณ์กระบี่ได้อีกมากมายเพียงใด มันยิ้มออกอีกคราซัดเข็มบินออกอีกหนึ่งชุด เสียงติงตังเมื่อกลีบกระบี่สะท้อนเข็มบินเหล่าเติ่งกลับมา เหล่าเติ่งลดแขนลงเคลื่อนไหวร่างกายผิดแผกจากที่ผ่านมา กระบี่โปรยบุปผายังมิเคลื่อนไหว มันมิใช่ไม่ยอมเคลื่อนไหว หากเพียงว่ามันมิอาจเคลื่อนไหว บุปผาคลี่คลายเป็นกระบวนท่าตั้งรับ มิสามารถโจมตีอีกฝ่ายได้ เหล่าเติ่งทราบในข้อนี้เช่นกัน “เปล่าประโยชน์ – บุปผาคลี่คลายมิต่างจากดอกไม้เบ่งบาน เมื่อถึงเวลา กลีบบุปผากลับร่วงโรย” เป็นอย่างที่เหล่าเติ่งกล่าว บุปผาคลี่คลายแม้เป็นท่าตั้งรับกลับอาศัยพลังวัตรสองในสี่ส่วน เป็นการขุดหลุมพรางให้กับศัตรูที่มีความดึงดันในตัวตนสูง หากเหล่าเติ่งคิดบุกโจมตี บุฝคลี่คลายจะพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้คล้ายถูกดึงดูดเข้าหากัน มันตอบสนองต่อรูปธรรมแท้ เป็นเช่นนั้น เข็มบินหมื่นพันจำแลงจึงมิอาจหลอกลวงการตอบสนองของกลีบบุปผาคลี่คลายได้ กระบี่โปรยบุปผาเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รุกไล่เข้ามาลอบคิดว่าผิดท่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=100&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[</p>
<p align="center"><strong></strong></p>
<p align="center"><strong></strong></p>
<p align="center"><strong></strong></p>
<p align="center"><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p align="center"><strong>-ตอน ๑๐ : มืดมิด-</strong></p>
<p align="center">&#160;</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>เสียงลั่นคล้ายโลหะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เข็มบินหมื่นพันจำแลงปะทะเข้ากับบางสิ่ง เกิดประกายเจิดจ้ารายรอบกระบี่โปรยบุปผา แสงจ้าค่อยๆรางลง</strong> </p>
<p>กระบี่กลีบบุปผายามนี้คงเหลือยาวเพียงสองเชี๊ย ทว่ารอบตัวกระบี่โปรยบุปผากลับมีโลหะแวววาวคล้ายกลีบดอกไม้หมุนวนรอบกายอย่างเชื่องช้า ประหนึ่งกาลเวลาสยบยอมให้กับลมปราณสงบนิ่ง ก่อเกิดม่านพลังสายหนึ่ง บัดนี้มันอยู่ในท่วงท่าพร้อมตั้งรับ เข็มบินหมื่นพันจำแลงถูกสยบลงบนพื้นอีกครา </p>
<p><b>“บุปผาคลี่คลาย”</b> เถ้าแก่หลงลอบชมเชยกระบี่โปรยบุปผา ‘เด็กน้อยฝึกฝนฝีมือได้ถึงเพียงนี้แล้ว’ จากนั้นคล้ายกับว่าลืมเลือนเรื่องราวบางประการ ‘อ่า’ เถ้าแก่หลงคราง </p>
<p> <span id="more-100"></span>
<p>เหล่าเติ่งมิได้เกิดอาการประหลาดใจ มันมิได้เหนือความคาดหมาย ‘กระบี่กลีบบุปผา’ คือยอดศาสตราหนึ่งในสิบสามกระบี่เซครา นครที่มีชื่อเสียงด้านคิดค้นสร้างอาวุธมากมาย สิบสามกระบี่คือกระบี่ซึ่งเทพศาสตราในแต่ละรุ่นคิดค้นเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ในรอบยี้สิบปีมีเทพศาตราหนึ่งคน </p>
<p>กระบี่กลีบบุปผาเป็นศาตราประจำรุ่นที่สิบ นับว่าเป็นกระบี่ยุคหลัง พบการแปรเปลี่ยนสุดหยัง ไม่มีผู้ใดทราบได้ว่ามันสามารถพัฒนากระบวนท่าและแปรรูปลักษณ์กระบี่ได้อีกมากมายเพียงใด </p>
<p>มันยิ้มออกอีกคราซัดเข็มบินออกอีกหนึ่งชุด เสียงติงตังเมื่อกลีบกระบี่สะท้อนเข็มบินเหล่าเติ่งกลับมา เหล่าเติ่งลดแขนลงเคลื่อนไหวร่างกายผิดแผกจากที่ผ่านมา </p>
<p>กระบี่โปรยบุปผายังมิเคลื่อนไหว มันมิใช่ไม่ยอมเคลื่อนไหว หากเพียงว่ามันมิอาจเคลื่อนไหว บุปผาคลี่คลายเป็นกระบวนท่าตั้งรับ มิสามารถโจมตีอีกฝ่ายได้ เหล่าเติ่งทราบในข้อนี้เช่นกัน </p>
<p><strong>“เปล่าประโยชน์ – บุปผาคลี่คลายมิต่างจากดอกไม้เบ่งบาน เมื่อถึงเวลา กลีบบุปผากลับร่วงโรย”</strong></p>
<p>เป็นอย่างที่เหล่าเติ่งกล่าว บุปผาคลี่คลายแม้เป็นท่าตั้งรับกลับอาศัยพลังวัตรสองในสี่ส่วน เป็นการขุดหลุมพรางให้กับศัตรูที่มีความดึงดันในตัวตนสูง หากเหล่าเติ่งคิดบุกโจมตี บุฝคลี่คลายจะพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้คล้ายถูกดึงดูดเข้าหากัน มันตอบสนองต่อรูปธรรมแท้ เป็นเช่นนั้น เข็มบินหมื่นพันจำแลงจึงมิอาจหลอกลวงการตอบสนองของกลีบบุปผาคลี่คลายได้ </p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รุกไล่เข้ามาลอบคิดว่าผิดท่า ไฉนคนของพรรคมารกลับมีความสงบนิ่งเช่นนี้ ลมปราณฝ่ายอธรรมมักอาศัยการฝึกฝนจากพื้นฐานของอารมณ์รุนแรงกราดเกรี้ยว พวกมันจึงสามารถรีดเร้นกำลังภายในออกมาได้รวดเร็ว ทว่ากับเหล่าเติ่ง มันคล้ายก้อนหินเชียบเย็นที่เคลื่อนไหวได้ </p>
<p>หรือมันมิใช่&#8230; </p>
<p>คิดได้เช่นนั้นกระบี่โปรยบุปผาแปรเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นกระบวนท่าโจมตี กระบี่กลีบบุปผากลับมาอยู่ในสภาวะเดิม คราครั้งนี้เป็นมันเองที่ไม่สามารถสงบลมปราณของตนเองไว้ได้ </p>
<p><b>เถ้าแก่หลงมองทั้งสองอยู่เนิ่นนาน</b> มันค่อยสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา ปรากฏลูกคิดคร่ำคร่าใจกลางฝ่ามือ ปากของมันยังคาบกล้องยา ขณะเดียวกันลั่นดัชนีคิดคำนวณค่าเสียหาย </p>
<p>นรก- ดัชนีของมันว่องไวยิ่งกว่าฝ่ามือที่เหล่าเติ่งซัดเข็มบินเสียอีก </p>
<p>เหล่าเติ่งกลับแยกแยะสมาธิได้ดีเยี่ยม ขณะที่เหล่าเติ่งสับเท้าหลบหลีกกระบี่กลีบบุปผา กลับไม่กระทบถูกถ้วยชามจอกชาแม้แต่น้อย คล้ายกับล่วงรู้ว่ามีเถ้าแก่หน้าเลือดค่อยเคาะราคาค่าเสียหายกับมันอยู่ </p>
<p>เถ้าแก่หลงกลับร้ายกาจยิ่งกว่า ขณะที่มือหนึ่งดีดลูกคิด อีกมือกลับสามารถแยกแยะบัญชีออกเป็นสองรายชื่อ <b>“บัดซบ”</b> มันสบถคราหนึ่ง ด้วยเสียดายที่กระบี่กลีบบุปผากวาดเอาแต่ความว่างเปล่า มิได้เสียดายที่กระบี่มิได้สะกิดผิวเหล่าเติ่ง หากแต่กระบี่มิได้แตะต้องสิ่งใดในโรงเตี๊ยมเสียมากกว่า </p>
<p>ลมภายนอกโชยผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง แสงเทียนใต้โคมสะดุ้งไหว เถ้าแก่หลงเกิดปณิธานวูบเดียวกับแสงไฟ </p>
<p>มันสะกิดเท้าไปที่พื้น เกิดเสียงดังสามคราติดกัน ดวงไฟในโรงเตี๊ยมวิญญูชนพลันดับหมดสิ้น ม่านหน้าต่างถูกคลายลงปิดบังความสว่างภายนอก </p>
<p>“หลงซีฮั้ว เจ้าคิดเล่นสนุกอันใด นี่มีแต่ผลักไส เด็กน้อยลงสู่นรกโดยเร็ว”</p>
<p>เถ้าแก่หลงเปล่งเสียงออกด้วยกำลังภายใน เส้นเสียงนั้นจงใจให้กระบี่โปรยบุปผารับรู้เพียงผู้เดียว </p>
<p>“เห่อผิง เจ้าทราบหรือไม่ไฉนเจ้ามิอาจฟาดฟันถูกตัวมันเสียที”</p>
<p>“ข้าพเจ้าเกรงว่าต้องจ่ายค่าเสียหายในร้านท่านจนหมดตัว ฉะนั้นระวังตัวอย่างยิ่ง”</p>
<p>“เด็กโง่ – เหตุการณ์คับขันเจ้ายังมีใจคิดเรื่องนี้”</p>
<p>“ท่านก็เช่นกัน”</p>
<p>เถ้าแก่หลงสะดุ้งเฮือก จากนั้นเปล่งวาจาต่อไป “ไฟดับแล้ว เจ้าเห็นสิ่งใดบ้าง”</p>
<p>“ข้าเพเจ้าไฉนยังมองเห็นสิ่งใด ท่านอย่าได้รบกวนข้าพเจ้า ตอนนี้ข้าพเจ้ายังรับฟังการเคลื่อนไหวของมันอยู่”</p>
<p>“เด็กโง่ เจ้าช่างโง่งมเหมือนบิดาเจ้า ความมืดมิดอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วเจ้ายังไม่รู้จักมอง”</p>
<p>เสียงกระบี่กระทบเข็มบินเหล่าเติ่งหนึ่งครา ‘อ่า’ คำนวณจากเสียงอุทานกระบี่โปรยบุปผาถูกเข็มบินสี่จุด </p>
<p>“เจ้าเห็นหรือยัง เห่อผิง ฮ่าๆๆๆ”&#160; เหล่าเติ่งหัวร่อ </p>
<p>“เห่อผิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ?” เสียงเถ้าแก่หลง</p>
<p>“เห่อผิง เจ้าอย่าเชื่อมัน นั่นมิใช่เสียงของข้า” เสียงของเถ้าแก่หลง </p>
<p>“เห่อผิง เจ้าเชื่อในสิ่งที่ฟังหรือไม่ เห่อผิง ข้าคือหลงซีฮั้ว” เป็นเสียงของเถ้าแก่หลง </p>
<p><strong>กระบี่โปรยบุปผานิ่งงัน</strong> มันคล้ายคลี่คลายปัญหาที่ขบคิดมาเนิ่นนานได้แล้ว วางกระบี่ลงข้างกาย สูดลมหายใจเข้ายาวนานหนึ่งครา ลมปราณภายในกระจายออกทั่วร่าง ดวงตารู้สึกอบอุ่น จากนั้นค่อยๆกล่าวออกเชื่องช้า </p>
<p>“เหล่าเติ่ง ข้าพเจ้าฯเห็นท่านแล้ว”</p>
<p>สิ้นเสียงกระบี่โปรยบุปผา คล้ายมีเสียงกระบี่คืนฝัก กระบี่โปรยบุปผาแหลมคม ว่องไว ขณะนี้ใช้ออกในความมืดมิดแล้ว </p>
<p>&#160;</p>
<p><b>“เห่อผิง –เจ้าแทงข้าฯ”</b></p>
<p><strong></strong></p>
<p>เสียงที่กล่าวออกมาคือเสียงเถ้าแก่หลง</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/100/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/100/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=100&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#38;h=103&#38;h=103" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๙ : ยามวิกาล</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2009 03:36:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[-ตอน ๙ ยามวิกาล- ราตรีหมุนเวียนเปลี่ยนเป็นทิวา ยามวิกาลมืดมิด มีจันทราแสงพราวแห่งดารา ครั้นเข้าสู่รุ่งทิวามีสุริยันอันร้อนแรงกล้า เพียงราตรีนี้เหล่าเติ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย คำรามในลำคอ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า “โอ่- กระบี่กลีบบุปฝา ไม่ได้พบเจอกันนานเหลือเกิน” มิทันกล่าวจบคำ ความแหลมคมของกระบี่กลีบบุปผาทะลวงแหวกอากาศ เสียงหวีดหวิวกรีดดวงใจปวดแปลบ ผู้คนธรรมดารับฟังเสียงกรีดกระบี่ออกไม่อาจทรงตัว เด็กรับใช้ในโรงเตี๊ยมวิญญูชนใช้มือทั้งสองของตนปิดกั้นการรับรู้เสียงกระบี่ บ้างถึงกับสลบล้มลงตามกัน เหล่าเติ่งส่งเสียงคำรามคราหนึ่งร่างเงาดุจภูติพรายเลือนหายไปต่อหน้ากระบี่โปรยบุปผา เถ้าแก่หลงเฝ้ามองจากด้านหลังกระบี่โปรยบุปผา มือหนึ่งถือกล้องยาสูบอัดควันยาเข้าไปเต็มปอด จากนั้นโรยควันออกสู่เบื้องบน สายควันวูบไหวกระจายเป็นม่าน – เหล่าเติ่งปรากฏกายเบื้องบน เถ้าแก่หลงยิ้ม ผลักดันเก้าอี้ตัวหนึ่งเข้าชิดร่างกดลงเล็กน้อย ปรากฏประกายดาววิงวับข้างผนัง โรงเตี๊ยมวิญญูชนกลับซุกซ้อนกลไกอันซับซ้อนไว้ เห็นจะมีเพียงเถ้าแก่หลงเท่านั้นที่สามารถใช้โรงเตี๊ยมเป็นอาวุธได้ มีดบินชุดหนึ่งพุ่งผ่านอากาศ คะเนจากประกายวาววับเป็นมีดบินเล่มเล็กอย่างน้อยสิบเล่ม เหล่าเติ่งไม่หันมอง หลับตาลง-ระบายลมหายใจ วาดฝ่ามือออก มีประกายเล็กๆพุ่งออกจากปลายนิ้วมือเรียวเล็กแห้งแล้ง เป็นประกายแสงเล็กหรี่สายเดียว ติง!! เสียงคล้ายโลหะสองชิ้นปะทะกัน มีดบินหนึ่งในสิบเล่มที่พุ่งมากลับพลิกผันแปรเปลี่ยนทิศทาง มีดที่หนึ่งหมุนสะท้อนใส่มีดที่สอง มีดที่สองกระแทกใส่มีดที่สามและสี่ จากสี่กระแทกใส่ห้าและหก จากสามกระแทกใส่เจ็ดและแปด มีดที่สองกระแทกต่อไปยังมีดที่เก้าและสิบ มีดทั้งสิบเล่มเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหากระบี่โปรยบุปผาและเถ้าแก่หลง สภาวะที่เกิดขึ้นพลิกแพลงเพียงชั่ววูบเดียว ผู้คนเดินไปมาภายนอกโรงเตี๊ยมเพียงหายใจเข้าออกหนึ่งรอบ กระบี่โปรยบุปผาหลังจากแทงกระบี่ออกอาศัยด้านหลังเปิดโล่ง ด้ามกระบี่แรกแทงออกด้านหน้าบัดนี้พุ่งสวนกลับมาด้านหลัง เป็นกระบี่ที่ซุกซ้อนกลไกสามารถใช้ปลายกระบี่สองทาง ปลายกระบี่อีกด้านรูดผ่านด้ามกระบี่แทงย้อนกลับไปด้านหลัง สะกิดมีดบินที่เปลี่ยนวิถีมาทางมันกระเด็นออก มีดบินหมุนคว้างปักจมลงพื้นไม้คมมีดไม่เหลือพ้นจากแผ่นพื้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=99&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><b></b></p>
<p align="center"><b></b></p>
<p align="center"><b></b></p>
<p align="center"><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image001" style="display:inline;border-width:0;" height="103" alt="clip_image001" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/08/clip_image001.jpg?w=454&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p align="center"><b>-ตอน ๙ ยามวิกาล-</b></p>
<p><b>ราตรีหมุนเวียนเปลี่ยนเป็นทิวา</b> ยามวิกาลมืดมิด มีจันทราแสงพราวแห่งดารา ครั้นเข้าสู่รุ่งทิวามีสุริยันอันร้อนแรงกล้า เพียงราตรีนี้เหล่าเติ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย คำรามในลำคอ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า </p>
<p><strong>“โอ่- กระบี่กลีบบุปฝา ไม่ได้พบเจอกันนานเหลือเกิน”</strong></p>
<p>มิทันกล่าวจบคำ ความแหลมคมของกระบี่กลีบบุปผาทะลวงแหวกอากาศ เสียงหวีดหวิวกรีดดวงใจปวดแปลบ ผู้คนธรรมดารับฟังเสียงกรีดกระบี่ออกไม่อาจทรงตัว เด็กรับใช้ในโรงเตี๊ยมวิญญูชนใช้มือทั้งสองของตนปิดกั้นการรับรู้เสียงกระบี่ บ้างถึงกับสลบล้มลงตามกัน </p>
<p> <span id="more-99"></span>
<p>เหล่าเติ่งส่งเสียงคำรามคราหนึ่งร่างเงาดุจภูติพรายเลือนหายไปต่อหน้ากระบี่โปรยบุปผา เถ้าแก่หลงเฝ้ามองจากด้านหลังกระบี่โปรยบุปผา มือหนึ่งถือกล้องยาสูบอัดควันยาเข้าไปเต็มปอด จากนั้นโรยควันออกสู่เบื้องบน </p>
<p>สายควันวูบไหวกระจายเป็นม่าน – เหล่าเติ่งปรากฏกายเบื้องบน เถ้าแก่หลงยิ้ม ผลักดันเก้าอี้ตัวหนึ่งเข้าชิดร่างกดลงเล็กน้อย ปรากฏประกายดาววิงวับข้างผนัง </p>
<p>โรงเตี๊ยมวิญญูชนกลับซุกซ้อนกลไกอันซับซ้อนไว้ เห็นจะมีเพียงเถ้าแก่หลงเท่านั้นที่สามารถใช้โรงเตี๊ยมเป็นอาวุธได้ </p>
<p>มีดบินชุดหนึ่งพุ่งผ่านอากาศ คะเนจากประกายวาววับเป็นมีดบินเล่มเล็กอย่างน้อยสิบเล่ม เหล่าเติ่งไม่หันมอง หลับตาลง-ระบายลมหายใจ วาดฝ่ามือออก มีประกายเล็กๆพุ่งออกจากปลายนิ้วมือเรียวเล็กแห้งแล้ง เป็นประกายแสงเล็กหรี่สายเดียว </p>
<p><b>ติง!!</b> เสียงคล้ายโลหะสองชิ้นปะทะกัน มีดบินหนึ่งในสิบเล่มที่พุ่งมากลับพลิกผันแปรเปลี่ยนทิศทาง มีดที่หนึ่งหมุนสะท้อนใส่มีดที่สอง มีดที่สองกระแทกใส่มีดที่สามและสี่ จากสี่กระแทกใส่ห้าและหก จากสามกระแทกใส่เจ็ดและแปด มีดที่สองกระแทกต่อไปยังมีดที่เก้าและสิบ มีดทั้งสิบเล่มเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหากระบี่โปรยบุปผาและเถ้าแก่หลง สภาวะที่เกิดขึ้นพลิกแพลงเพียงชั่ววูบเดียว ผู้คนเดินไปมาภายนอกโรงเตี๊ยมเพียงหายใจเข้าออกหนึ่งรอบ </p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาหลังจากแทงกระบี่ออกอาศัยด้านหลังเปิดโล่ง ด้ามกระบี่แรกแทงออกด้านหน้าบัดนี้พุ่งสวนกลับมาด้านหลัง เป็นกระบี่ที่ซุกซ้อนกลไกสามารถใช้ปลายกระบี่สองทาง ปลายกระบี่อีกด้านรูดผ่านด้ามกระบี่แทงย้อนกลับไปด้านหลัง สะกิดมีดบินที่เปลี่ยนวิถีมาทางมันกระเด็นออก มีดบินหมุนคว้างปักจมลงพื้นไม้คมมีดไม่เหลือพ้นจากแผ่นพื้น เถ้าแก่หลงยิ้มอีกครา ครานี้มันยิ้มอย่างปรอดโปร่งโล่งใจ </p>
<p>มันดึงตะเกียบจากชุดวางบนโต๊ะขึ้นมาคู่หนึ่ง จากนั้นซัดออกไปยังแจกันอีกด้านของผนัง ตะเกียบคู่นั้นเสียบเข้ากับหูทั้งสองข้างแจกัน พบว่ามีรูเล็กซุกซ้อนอยู่ มีดบินเมื่อครู่ที่พุ่งออกมากลับหวนคืนสู่ผนัง จากแห่งหนที่มันถูกซัดออกมา </p>
<p>เหล่าเติ่งทิ้งร่างลงเบื้องหน้าเถ้าแก่หลง มันมองไปที่ผนังมองไปที่กระบี่โปรยบุปผาที่พลิกแพลงกระบี่ได้อย่างน่าแปลกใจ </p>
<p>ยามนี้ห่างจากกระบี่โปรยบุปผาเพียงหนึ่งช่วงกระบี่ ร่างผอมบาง ใบหน้าขาวซีดภายใต้ผ้าคลุมสีดำทมึนยิ่งเสริมส่งให้น่าครั่นคราม </p>
<p>“หลงซีฮั้ว จิ้งจอกเฒ่ายังมิได้เก็บเขี้ยวเล็บ เป็นเราเฒ่าเลอะเลือนกลับประมาทเจ้าเอง” มันยิ้มคล้ายพบเจอของเล่นชิ้นเดิมที่เคยทำหายไปในวัยเยาว์ </p>
<p>“เหล่าเติ่งมารเฒ่าประจิมเช่นกัน ไข่เต่าเจ้าถือว่าไม่คละคลุ้งเกินไป ทว่า&#8230; ไฉนมารหัวขนเช่นเจ้ากลับโผล่หัวมาในเวลาเช่นนี้ นี่เป็นว่าทหารชายแดนกำแพงเมืองมิอาจสกัดกั้นพรรคมารได้แล้วกระนั้นหรือ?”</p>
<p>เหล่าเติ่งยืดกายขึ้น มือทั้งสองข้างทิ้งลงข้างลำตัว กระบี่โปรยบุปผาหันหน้ากลับมายังทิศทางเดียวกับมัน กระบี่คืนฝัก กลับอยู่ในท่วงท่าแรกเริ่มก่อนชักกระบี่ </p>
<p>“พ่อค้าย่อมเป็นพ่อค้า หลงซีฮั้วท่านย่อมเข้าใจว่าเรามาเจรจาธุรกิจ”</p>
<p>“เรื่องราวที่เจรจามีผลกำไรงามหรือไม่?” เถ้าแก่หลงอัดควันหนึ่งหนก่อนโรยควันออกนอกหน้าต่าง สังเกตเห็นความผิดปกติภายนอก จากนั้นกล่าวต่อไป </p>
<p>“สหายท่านที่เคลื่อนไหวอยู่ภายนอกนั้นเกี่ยวกับการเจรจาหรือไม่?”</p>
<p>เหล่าเติ่งขมวดคิ้ว ใบหน้าสีขาวซีดของมันคล้ายมีความระแวงอยู่บ้าง ดวงตามันกรอกกลิ้งไปมา หลับตาลงคล้ายกำลังคาดคำนวณเรื่องราวบางประการ </p>
<p>“หลงซีฮั้ว-คนภายนอกไม่ว่ามาด้วยเรื่องราวประการใดไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจระหว่างเรา”</p>
<p>“ท่านยืนยันเช่นนั้น”</p>
<p>“ท่านย่อมทราบดี ข้าพเจ้านอกจากต่อยตีกับผู้คน ข้าพเจ้ามิเอาไหนเรื่องโป้ปดผู้คน เปลี่ยนเป็นท่านนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง”</p>
<p>“ฮ่าๆ- ข้าพเจ้าเชื่อท่าน อย่างน้อยเรื่องต่อยตีข้าพเจ้าสู้ท่านมิได้ มิเช่นนั้นท่านคงไม่เหลือไข่เต่าสามารถให้กำเนิดธิดางามงดอย่างไบหยุนน้อย” เถ้าแก่หลงกล่าวจบใช้สายตาคมกริบซัดใส่เหล่าเติ่งจากนั้นคล้ายกับถูกความเศร้าหมองครอบคลุม </p>
<p>“เรื่องราวผ่านมาแล้วผ่านไปดุจสายน้ำ หลงซีฮั้วท่านยังคงกล่าววาจาเช่นนี้เพื่อกระไร”</p>
<p>“ด้วยเราเป็นนักเจรจา”</p>
<p>“จึงกระทำได้เพียง &#8230; กล่าววาจาให้เจ้าเจ็บปวดดวงใจกระมัง”</p>
<p>“ท่านมิใคร่รู้รึว่าเราคิดมาเจรจาอันใดกับท่าน”</p>
<p>“เหล่าเติ่ง- ที่ท่านที่กล่าวออกมาข้าพเจ้าคาดคำนวณไว้แล้วสามในสี่ส่วน อีกส่วนที่เหลือข้าพเจ้าคิดอยากให้ท่านเปลี่ยนแปลงความคิด ไม่คิดกระทำเรื่องราวเหล่านั้น เพียงเท่านี้การเจรจาของข้าพเจ้านับเป็นผลสำเร็จแล้ว”</p>
<p>“ท่านเป็นพยาธิในท้องข้าพเจ้าหรือไร ไฉนทราบไปเสียหมดว่าข้าพเจ้ามีขดไส้อยู่กี่ขด กี่ขดเน่าเหม็น”</p>
<p>“นั่นยังไม่อาจทราบได้ว่าท่านใช้วิธีการใดช่วงชิงนางไปจากข้า” เถ้าแก่หลงแค้นเสียงหนักขึ้น เหล่าเติ่งเงียบงันไม่กล่าวอันใดตอบโต้ มันจึงชิงกล่าวต่อ </p>
<p>“นางเป็นอย่างไรบ้าง”</p>
<p>“หลงซีฮั้ว – นางสิ้นแล้ว”</p>
<p>เถ้าแก่หลงชะงักงัน “งั้นท่านเดินทางเข้ามาในเขตกำแพงเมืองด้วยการณ์ใด”</p>
<p>“หลงซีฮั้ว ท่านสามส่วนที่ท่านคาดคำนวณถูกต้อง ส่วนที่เหลือท่านผิดแล้ว ข้าพเจ้ามิเคยคิดขอให้ท่านอภัยต่อนางหรือต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเพียงคิดมาส่งข่าวให้ท่านท่านทราบ ข้าพเจ้ามิเคยมั่นใจเรื่องการเจรจามาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน เรื่องราวสามส่วนแรกมีแต่ใช้กำลังเข้าต่อสู้แล้ว”</p>
<p>เถ้าแก่หลง “ข้าพเจ้าได้แต่ให้คนรุ่นหลังรับหน้าแล้ว”</p>
<p><b>กระบี่โปรยบุปผาคล้ายได้รับคำสั่ง</b> สับเท้าเข้าประชิดเหล่าเติ่ง กระบี่ของมันปมเด่นคือความว่องไว หากแต่เมื่อเจอกับคู่ปรับเช่นเหล่าเติ่งแล้ว ความว่องไวมิอาจใช้ออกโดยพร่ำเพรื่อ </p>
<p>เหล่าเติ่งหันมามองกระบี่โปรยบุปผา ยามนี้มันไม่มีประกายตาอีกครั้ง มิมีผู้ใดสามารถอ่านประกายตามันออก การคาดคำนวณย่อมมิอาจกระทำ </p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาลั่นกระบี่อีกครา ครานี้แทงออกสามกระบี่โดยพร้อมเพรียง เหล่าเติ่งเพียงยืนมอง คล้ายคนชรามองดูเด็กน้อยเล่นซุกซน กระบี่ที่ซัดออกมานั้นมิอาจสะกิดผิวเหล่าเติ่งได้ มันมิได้ขยับร่างกายไปที่ใด เพียงกระบี่ที่ซัดออกไปหวังหลอกลวงให้ผู้คนหลบหลีก เพลงกระบี่กระแสหนึ่งดุจหลุมพราง ก่อกวนและชักนำให้คู่ต่อสู้คล้อยตามเข้าหาวิถีแห่งคมกระบี่ </p>
<p>เพียงแต่ว่า-สำหรับเหล่าเติ่งแล้ว </p>
<p><b>หลุมพรางเช่นนี้ กลับมิได้อยู่ในสายตามัน</b></p>
<p>“เหอผิง-เด็กน้อย มีดีเพียงเท่านี้ เฮ๊อะ!! เสียที” น้ำเสียงเหล่าเติ่งปนเย้ยหยัน กระบี่โปรยบุปฝาขยี่เท้ายันร่างตนเข้าหาฝ่ายตรงข้าม ทิศทางเป็นเส้นตรง กระบี่กลีบบุปผาแหวกม่านอากาศอีกครั้ง เสียงหวีดแหลมของมันไม่อาจทำให้จิตเหล่าเติ่งสั่นไหวได้ ทุกกระบี่ที่แทงออกล้วนว่างเปล่า สีหน้ามันขณะนั้นคล้ายกำลังขบคิดเรื่องราวบางอย่าง </p>
<p>‘มารเฒ่าตนนี้ใช้วิชาสายอธรรม ไฉนไม่เกิดอาการพลุ่งพล่านใดๆปรากฏในจังหวะการหายใจในแต่ละย่างเท้า’ ครุ่นคิดถึงตรงนี้พลิกกระบี่จ้วงแทงจากบนลงล่าง คมกระบี่ฝังลึกลงพื้นกระเบื้องโรงเตี๊ยม </p>
<p>เถ้าแก้หลงหรี่ตามอง มองความผันแปรของกระบี่กลีบบุปผา </p>
<p><strong>กระบี่โปรยบุปผาหยุดนิ่งชั่วขณะ กระชับกระบี่แนบแน่นอีกครา</strong> คล้ายเกิดม่านสายลมหอบหนึ่งหมุนวนรอบกาย เหล่าเติ่งหยุดเท้าไว้ที่หัวราวบันไดไม้ ภายใต้ผ้าคลุมมีประกายตา คล้ายตั้งท่ากระทำเรื่องราวบางอย่าง ชั่วพริบตา มันสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้างวูบหนึ่ง ครานี้เกิดประกายเข็มนับร้อยนับพันออกจากแขนเสื้อมัน </p>
<p>“หมื่นพันจำแลง” เถ้าแก่หลงอุทาน เป็นกระบวนท่าซัดเข็มบินพันเล่ม หมื่นจำแลง ประกายเข็มทั้งหมดมีทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เข็มจริงและจำแลงซัดออกมาในคราเดียว ในประวัติศาสตร์คล้ายมีเพียงเล่าอู๋เฟิง(ผู้เฒ่าไร้ร่องรอย)ที่สามารถสยบเข็มบิน ‘หมื่นพันจำแลง’ ได้ คิดถึงตรงนี้หันหน้ากลับไปยังกระบี่โปรยบุปผา </p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาเห็นความเปลี่ยนแปรเบื้องหน้ากลับยังคงรักษาอาการสงบนิ่งไว้ ขณะนั้นมันเพียงถอนคมกระบี่ออกจากพื้น ประกายเข็มหมื่นพันจำแลงพุ่งใส่กระบี่โปรยบุปผาดั่งห่าฝน </p>
<p>&#160;</p>
<p>เป็นห่าฝนที่โปรยปรายมืดฟ้ามัวดิน </p>
<p><strong>ฝน &#8211; มีทั้งที่ชื่นเย็นมีทั้งเคลือบแฝงคลีฝุ่นอันเกรอะกรัง </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/99/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/99/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=99&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/08/clip_image001.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image001</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๘ : เมฆขาวโปรยวรุณ</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%98/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%98/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 09:16:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%98/</guid>
		<description><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๘ : เมฆขาวโปรยวรุณ เรือใหญ่ ยังคงนิ่งสงบกลางแม่น้ำฉิว สหายใต้หล้าคุกเขาก้มตัวต่ำจนแทบราบไปกับปลายหญ้าที่โบยไหวไปตามแรงลมริมฝั่งแม่น้ำ เหม่อมองท้องฟ้าทอดถอนใจ เหม่อมองลำเรือ-ทอดหายใจอีกครา คิดตั้งคำถามผู้คน แต่มิพบว่าซินแสเกา บัณฑิตธนูทอง อยู่ข้างกายมัน มีเพียงสภาวการณ์เบื้องหน้าของมันขณะนั้น กระไรกัน? มันสงสัย ด้วยเพราะเรือน้อยใหญ่ต่างล่องเข้าหาเรือใหญ่กลางนาวา มิเพียงแต่มีพ่อค้าวานิชผู้มั่งมี อีกทั้งยังพบเห็นเหล่าขุนนางจากเมืองเล็กๆข้างเคียง สวมใส่อาภรณ์ประดับยศครบครัน ราวกับว่าพวกมันมีธุระว่าความการกิจบ้านเมืองกันบนเรือสำราญลำนั้น &#160; “กระไรกัน?” สุ่มเสียงหนึ่งดังแผ่วเบามาแต่เบื้องหลัง สหายใต้หล้าไม่ขยับกายแม้แต่น้อย ด้วยเพราะเสียงนั้นเป็นเสียงซินแสเกา “ท่านถามผู้ใด?” สหายใต้หล้าเอ่ย “ผู้ใดตอบได้ข้าพเจ้าก็ถามให้กับมัน” ซินแสเกาตอบ จากนั้นมันขยับร่างมาสู่เบื้องหน้า สายตามันกวาดไปในเวิ้งน้ำ กลับไปหยุดไว้ตรงเรือน้อยลำหนึ่ง คิ้วมันขมวดแทบพันม้วนเป็นเส้นเดียว กลืนก้อนอากาศที่ใช้สำหรับหายใจลงคออย่างลำบากยากเย็น สหายใต้หล้าเหลือบดูซินแสเกาลอบคิดในใจ ‘เป็นมันพบเจอผู้ใดกัน?’ ซินแสเกาเป็นนักเลงเก่า สายตากว้างไกลจนผู้คนยากคาดคำนวณ “บัณฑิตธนูทองเล่า?” สหายใต้หล้าเอ่ยถามเพราะสงสัย “ระหว่างมานี่ มันพบเจอคนผู้หนึ่ง มิอาจผละมาได้ เพียงบอกให้เราเร่งขึ้นมาบอกข่าวต่อท่านก่อน” “ข่าวคราอันใด?” “ท่านทราบหรือไม่ ไฉนผู้คนมากมายมารวมตัวกันบนเรือนั่น” กล่าวจบชี้นิ้วไปยังเรือลำใหญ่ “เพราะกระไร?” สหายใต้หล้าหรี่ตาลงครุ่นคิด “เพราะค่ำคืนนี้มีข่าวว่า อาภรณ์ฟ้า ปรากฏ” [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=96&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b>กระบี่ไร้ยางอาย </b><b>ตอนที่ ๘ </b><b>: เมฆขาวโปรยวรุณ</b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>เรือใหญ่ ยังคงนิ่งสงบกลางแม่น้ำฉิว</b> สหายใต้หล้าคุกเขาก้มตัวต่ำจนแทบราบไปกับปลายหญ้าที่โบยไหวไปตามแรงลมริมฝั่งแม่น้ำ เหม่อมองท้องฟ้าทอดถอนใจ เหม่อมองลำเรือ-ทอดหายใจอีกครา คิดตั้งคำถามผู้คน แต่มิพบว่าซินแสเกา บัณฑิตธนูทอง อยู่ข้างกายมัน มีเพียงสภาวการณ์เบื้องหน้าของมันขณะนั้น</p>
<p>กระไรกัน? </p>
<p>มันสงสัย ด้วยเพราะเรือน้อยใหญ่ต่างล่องเข้าหาเรือใหญ่กลางนาวา มิเพียงแต่มีพ่อค้าวานิชผู้มั่งมี อีกทั้งยังพบเห็นเหล่าขุนนางจากเมืองเล็กๆข้างเคียง สวมใส่อาภรณ์ประดับยศครบครัน ราวกับว่าพวกมันมีธุระว่าความการกิจบ้านเมืองกันบนเรือสำราญลำนั้น</p>
<p>&#160;</p>
<p> <span id="more-96"></span>
<p><b>“กระไรกัน?”</b> สุ่มเสียงหนึ่งดังแผ่วเบามาแต่เบื้องหลัง สหายใต้หล้าไม่ขยับกายแม้แต่น้อย ด้วยเพราะเสียงนั้นเป็นเสียงซินแสเกา </p>
<p>“ท่านถามผู้ใด?” สหายใต้หล้าเอ่ย “ผู้ใดตอบได้ข้าพเจ้าก็ถามให้กับมัน” ซินแสเกาตอบ</p>
<p>จากนั้นมันขยับร่างมาสู่เบื้องหน้า สายตามันกวาดไปในเวิ้งน้ำ กลับไปหยุดไว้ตรงเรือน้อยลำหนึ่ง คิ้วมันขมวดแทบพันม้วนเป็นเส้นเดียว กลืนก้อนอากาศที่ใช้สำหรับหายใจลงคออย่างลำบากยากเย็น สหายใต้หล้าเหลือบดูซินแสเกาลอบคิดในใจ ‘เป็นมันพบเจอผู้ใดกัน?’ ซินแสเกาเป็นนักเลงเก่า สายตากว้างไกลจนผู้คนยากคาดคำนวณ </p>
<p>“บัณฑิตธนูทองเล่า?” สหายใต้หล้าเอ่ยถามเพราะสงสัย</p>
<p>“ระหว่างมานี่ มันพบเจอคนผู้หนึ่ง มิอาจผละมาได้ เพียงบอกให้เราเร่งขึ้นมาบอกข่าวต่อท่านก่อน”</p>
<p>“ข่าวคราอันใด?”</p>
<p>“ท่านทราบหรือไม่ ไฉนผู้คนมากมายมารวมตัวกันบนเรือนั่น” กล่าวจบชี้นิ้วไปยังเรือลำใหญ่</p>
<p>“เพราะกระไร?” สหายใต้หล้าหรี่ตาลงครุ่นคิด </p>
<p>“เพราะค่ำคืนนี้มีข่าวว่า อาภรณ์ฟ้า ปรากฏ” สิ้นเสียงซินแสเกา สหายใต้หล้าคล้ายมีประกายตาแปลกประหลาด</p>
<p>“ท่านว่า <b><u>อาภรณ์ฟ้า</u></b> ของวิเศษแห่ง <b>พรรค์ใต้ฟ้าลี้ลับ</b> ปรากฏงั้นรึ”</p>
<p>“นี่เป็นข่าวลือ-ข้าพเจ้าไฉนเชื่อถือ” เงียบเพียงครู่ “ แต่สาระมิใช่ว่า อาภรณ์ ฟ้ามีจริงหรือไม่”</p>
<p>“สาระอยู่ตรงประการใด?”</p>
<p>“สาระอยู่ตรงที่ว่า ผู้คนต่างแห่มาชมดูของวิเศษนั้น”</p>
<p>“ทั้งที่พวกมันไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน”</p>
<p>“เห็นแล้วอย่างไร ไม่เห็นแล้วอย่างไร ผู้คนฟังข่าวลือเป็นเรื่องประหลาด ขอเพียงเป็นส่วนหนึ่งในขณะกาลนั้นย่อมเพียงพอ อย่างน้อยได้มีโอกาสยืนอยู่ในจุดนั้น หรือท่านไม่อยาก”</p>
<p>“ข้าพเจ้าย่อมอยากเป็นของธรรมดา-ทว่า อาภรณ์ฟ้า นั่นไฉนเป็นของจริง”</p>
<p>“ท่านมั่นใจว่าพวกมันที่ปล่อยข่าวคิดล่อลวงผู้คนมา”</p>
<p>สหายใต้หล้ามิตอบ เพียงพยักหน้าลงหนึ่งคราแทนคำบอก</p>
<p><b>“เพื่อกระไร?”</b> ซินแสเกาสงสัย</p>
<p>“อาภรณ์ฟ้าเป็นสิ่งของวิเศษเร้นลับมิอาจแบ่งแยกได้ว่าเป็นของฝ่ายอธรรมหรือเทวะ ทั้งสองฝ่ายต่างสมอ้างว่าสิ่งนั้นเป็นของตน มิมีผู้ใดยินยอมให้แก่กัน การปล่อยข่าวลือเช่นนี้ มิเพียงดึงดูดให้ฝ่ายอธรรมเดินทางเข้าสู่กำแพงเมือง </p>
<p>ฝ่ายเทวะย่อมมิอาจนิ่งเฉย พวกมันย่อมเดินทางเข้าประจันหน้ากันเพียงเพราะสิ่งที่มิอาจจับต้อง เพราะสิ่งที่มันไม่เคยพบเห็น เพราะสิ่งที่มันมิอาจเป็นเจ้าของ”</p>
<p>ซินแสเกาขบคิดคราหนึ่งก่อนเอ่ยวาจา</p>
<p>“นี่หากเป็นเพียงเรื่องราวในตำนาน ไฉนใต้เท้าเหลิงถึงออกประกาศเชิญชวนผู้คนมาที่เรือลำนั้นเพื่อชมดู อาภรณ์ฟ้า”</p>
<p>สหายใต้หล้าถอนหายใจออกหนึ่งคำ</p>
<p>“เฮ๊อะ!! ข้าพเจ้าไม่ทราบ มิอาจคาดเดา คนผู้นี้มีเงาตามหลังเป็นยาจกเจียมยิ่งมิอาจคาดคำนวณว่าพวกมันกำลังคิดการณ์อันใด หากมองดูสถานการณ์ตรงหน้า งานนี้มิเพียงคนของพรรคกระยาจกตรึงกำลังอย่างหลวมๆกระจายทั่วเมือง ไม่มีหัวหน้ากลุ่มบงการ นั้นแสดงว่าพวกมันรอสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อกระทำการณ์อันใดพร้อมกัน”</p>
<p>ซินแสเกามองสหายใต้หล้า คล้ายกำลังค้นหาความลับบางประการของบุรุษหนุ่มผู้นี้ คนเช่นมันไฉนมีความคิดความอ่านซับซ้อนลึกซึ้งได้เพียงนี้ ผ่อนลมหายใจพลางส่ายหน้าไปมาคล้ายมึนเมาข้อความ กล่าวออกว่า</p>
<p>“เรื่องราวในยุทธ์ภพ ไฉนมีคนที่สามเข้ามาจัดการให้ หรือพวกมันคิดรวบหัวรวบหางกำจัดหนามแทงใจมันเสียทีเดียว”</p>
<p>มันกล่าวจบแหงนมองฟากฟ้าเบื้องบน ท้องฟ้าสีครามเข้มแทบเป็นสีดำ ทว่ามีเมฆขาวลอยอ้อยอิ่งเป็นขบวน มิทราบว่าเมื่อใดจึงก่อเกิดเป็นวรุณชุ่มเย็น โปรยลงสู่เบื้องล่าง</p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b><b></b></p>
<p><b>ท่ามกลางบึงน้ำ เงาจันทร์คมและกลม ศาลาน้อยยังไร้ผู้คนอาศัยใต้ร่มเงา</b> ยามราตรีผู้คนไฉนยังต้องอาศัยใต้ร่มเงาสิ่งปลูกสร้าง สู้ออกเดินท่องออกมาภายนอกเพื่อสัมผัสรับรู้ถึงกระแสหายใจของแผ่นดิน กระแสลมที่โชยชื่นมิดีกว่ารึ </p>
<p>เรือของใต้เท้าเหลิงจอดนิ่งสงบคล้ายเฝ้าคอยเรื่องราวบางประการ เรืออีกลำหนึ่งของไบหยุนน้อย มีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย นางกลับนั่งชงชาตรงหัวเรือ เครื่องชงชาชุดเล็ก สลักจากไม้หอม และเคลือบสีดำเป็นมันขลับ ใต้เท้าเหลิงนั่งมองท่วงท่าของนางขณะที่กำลังชงชา ได้รับกลิ่นหอมลุ่มลึกของชาจางๆโชยผ่านประสาทรับรู้</p>
<p>ไบหยุนมีรอยยิ้มอันทรงพลังน่าลุ่มหลง </p>
<p>ใต้เท้าเหลิงชมดูจนห้วงจิตเลอะเลือน ยาจกเจียมมีแววตาประหลาดชนิดหนึ่ง มองออกว่านางกำลังใช้วิชามาร<b> ผูกร้อยดวงจิต</b> คิดใช้ผู้คนให้กระทำเรื่องราวที่นางอยากให้กระทำ เดินเข้าประชิดด้านหลังใต้เท้าเหลิง มือหนึ่งผายออกแผ่ลมปราณอุ่นกระแสหนึ่งสู่เบื้องหลังใต้เท้าของมัน ใต้เท้าเหลิงคล้ายได้รับความร้อนกระแสหนึ่งแทรกกระจายไปทั่วร่าง จากจุดตันเถียนพุ่งกระจายห้าทิศ ไปแล้วกลับมารวมกันที่จุดเดิมจากนั้นลับหายไป&#160; แววตาที่เคยพร่ามัวกลับกระจ่างสดใส เหลียวหลังกลับมามองยาจกเจียม ยาจกเจียมกระแอมหนึ่งคราก่อนยกมือขึ้นป้องปากเอ่ยวาจาต่อนายของมัน</p>
<p>“ใต้เท้า อธรรมประจิม เข้ามาในกำแพงเมืองเราได้ด้วยเพราะใต้เท้าอำนวยสะดวก เหล่าเติ่งกลับเดินทางแวะเด็ดบุปผาขจรไกล นี่กลับเป็นเรื่องหวาดเสียวนัก แม้เราเองคิดช่วงใช้ผลจากสถานการณ์ครั้งนี้ แต่อย่างน้อยควรเหลือทางออกไว้หนึ่งประตู อย่างน้อยการณ์นี้ไม่สำเร็จ ยังเหลือทุนไว้ต่อกำไรภายหน้า”</p>
<p>ยาจกเจียมกล่าวออกแม้แผ่วเบา แต่มันไฉนมิรู้ว่าด้วยพลังฝีมือของไบหยุนธิดาของเหล่าเติ่งประมุขพรรคอธรรมประจิม ใยมิสามารถรับฟังสิ่งที่พวกมันกล่าวต่อกัน</p>
<p>ใต้เท้าเหลิงรับฟังเรื่องราวดังนั้นวูบหนึ่งคล้ายนึกขึ้นได้ แต่ขณะเดียวกันมันกลับซุกซ้อนรอยยิ้มร้ายกาจชนิดหนึ่ง ยาจกเจียมมองลึกลงไปในแววตานั้น ค่อยพบว่า ใต้เท้าท่านนี้กลับมีแผ่นการณ์ซุกซ้อนไว้หลายชั้น</p>
<p>“ไบหยุนขออภัยใต้เท้า หากการที่ผู้อาวุโสเติ่งกระทำการณ์นอกเหนือข้อตกลงระหว่างเรา นั่นย่อมเพื่อประโยชน์ของใต้เท้าทั้งสิ้น บุปผาขจรไกล หากสามารถอยู่ในกำมือพวกเรา” หยุดชั่วขณะชายตามองยาจกเจียม </p>
<p>“ใต้เท้า.. ท่านว่านี้มิเป็นผลดีหรอกรึ”</p>
<p>ใต้เท้าเหลิงยิ้มออกมาวูบหนึ่งก่อนกล่าวออกมา </p>
<p>“ไบหยุนน้อย เรากับเหล่าเติ่งคบหากันมานาน เรื่องราวที่ท่านผู้อาวุโสคิดหรือกระทำเราไฉนไม่เข้าใจ เด็กน้อยคลายใจได้ ยาจกเจียมเพียงระแวดระวังภัยให้กับเรา นั่นเป็นเรื่องสามัญธรรมดา โปรดอย่าเอามาใส่ใจ เรื่องราวเล็กน้อย เพื่อเทียบกับงานใหญ่”</p>
<p>ไบหยุนยิ้มเล็กน้อย กล่าวออกมาว่า</p>
<p>“ท่านผู้อาวุโสเจียมใส่ใจต่อใต้เท้ายิ่ง ถึงกับใช้ผู้คนติดตามค้นหาผู้ถือครอบบุปผาขจรไกลอยู่นานนับหลายปี พรรคอธรรมประจิมของเรา อาศัยลู่ทางที่ท่านผู้อาวุโสแผ้วถางไว้ก็เท่านั้น”</p>
<p>วาจาไบหยุนสั้นกระจับ ซัดกระบี่สั้นอย่างแยบยลไปที่ยาจกเจียม ยาจกเจียนแค้นเสียงในคอ สีหน้าแปรเปลี่ยน พรรคอธรรมประจิมและพรรคกระยาจกล้วนต้องการครอบครองบุปผาขจรไกล มันอาศัยอิทธิพลของใต้เท้าเหลิงทางหนึ่งเพื่อค้นหาเช่นกัน</p>
<p><b>วูบหนึ่งมันกลับมีประกายตาชั่วร้ายครอบงำ</b> มือหนึ่งคว้าจับใต้เท้าเหลิงเบื้องหน้า กระชากกลับไปข้างหลังมัน เรือส่ายโงนเงน อาศัยสภาวะนั้นดีดตัวพุ่งออกไปยังไบหยุน ขณะลอยตัว ซัดฝ่ามืออกแผ่ลมปราณกระแสหนึ่งรายรอบเรือน้อย ปรากฏเสียงติงๆกระจ่างชัด </p>
<p>ในความมืดมิดกลับมีประกายมีดสั้นดุจห่าฝนพรมลงทั่วสารทิศ ยาจกเจียมคำรามก้องทั่วบริเวณ มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ซัดบางอย่างออกไปคลี่คลุมตัวเรือ ใบมีดเล็กดุจห่าฝนนั่นคล้ายปะทะเข้ากับของแข็งบางอย่างเกิดประกายแสงเป็นสะเก็ดเล็กๆทั่วบริเวณ </p>
<p>ไบหยุนยังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิม นางเพียงกรีดมือข้างหนึ่ง ยาจกเจียมหรี่ตามอง พบเห็นถ้วยน้ำชาลอยคว้างกลางอากาศ พุ่งมาหามันดุจลูกเกาทัณฑ์ เห็นดังนั้นทำท่าดัชนีดีดเม็ดสีดำบางอย่างออก </p>
<p>ถ้วยชาแตกกระจาย</p>
<p>น้ำชาที่อยู่ภายในแตกออกเป็นหลายสาย ทว่ากลับยังคงสภาวะแหลมคมพุ่งเข้าหายาจกเจียมคล้ายกรงเล็บของอสุนีบาต ยาจกเจียมงอตัวหลบหลีกกระแสน้ำที่อัดแน่นด้วยกระแสปราณเกรี้ยวกราด หากแต่กลับโดยกระแสน้ำนั้นกินเนื้อไปสามสี่แผล</p>
<p>ไบหยุนเห็นสภาวะของยาจกเจียมยังคงลอยคว้างกลางอากาศ คล้ายกาลเวลาเดินทางเชื่องช้า ยากจกเจียนคลายร่างที่คดงอ พุ่งเข้าหาเรือน้อยของไบหยุน นางมองหน้าผ่านดวงตาของยาจกเจียมเข้าไปในหัวใจมัน กรีดมือออกทั้งสองข้าง แผ่นน้ำกระจายขึ้นเป็นสายม่านรอบเรือน้อย ปลายน้ำที่ซัดกระจายขึ้นเป็นเส้นสายโถมเข้าใส่ยาจกเจียมคล้ายถูกผู้คนบงการ </p>
<p>ยาจกเจียมเห็นกระบวนท่าสุดท้ายที่นางใช้ออกต้องลอบด่าตัวเองในใจว่า</p>
<p><b>‘ผิดท่า’ </b></p>
<p align="center"><b>๐๐๐</b><b></b></p>
<p>ริมฝั่งแม่น้ำฉิวยังคงเรียบสงบ เรือน้อยใหญ่ต่างค่อยลอยเข้าหาเรือใหญ่ดุจปราการมหิมากลางน้ำ ซินแสเกาคล้ายเฝ้ารอเรื่องราวบางประการอย่างเย็นใจ สหายใต้หล้ากลับรุ่มร้อนใจด้วยเพราะมีเงื่อนปมมากมายที่มันยังไขไม่ออก </p>
<p>“ท่านว่าเรือลำนั้นมีผู้คนอยู่ภายในมากมายหรือไม่?”</p>
<p>“เรือลำนั้นมองไปคล้ายใหญ่โต แต่แท้จริงแล้วเป็นโครงสร้างเรือเสียครึ่งหนึ่ง ใช้สอยเป็นเป็นพื้นที่ภายในได้สองส่วน ส่วนที่เหลือกลับใช้สอยจากภายนอก ผู้คนส่วนใหญ่อยู่ภายนอกเพื่อเฝ้าชมความงดงามของแม่น้ำ หากอาภรณ์ฟ้ามีจริง หากมันไม่เดินทางจากข้างนอกมาสู่ใน ย่อมต้องใช้ห้องนิรภัยชั้นในสุดเก็บรักษา”</p>
<p>ซินแสเกายิ้ม กล่าวถามมันสั้นๆว่า “ท่านว่าเราสามารถเข้าไปถึงห้องนั้นได้หรือไม่?”</p>
<p>สหายใต้หล้ามิรอให้ซินแสเกากล่าวความต่อ มันชิงตอบ</p>
<p>“รอบๆตัวเรือออกมาหนึ่งเส้น(ประมาณ๔๐เมตร) พบเจอกองเรือระวังภัยทุกระยะสิบวา เรือแต่ละลำแม้ไม่เป็นถึงกับมือดีของกงจื้อกระไหล่เงิน ทว่าจำนวนมากมายนั่น เราท่านหากคิดทะลวงเข้าไปคิดว่าไม่พ้นต้องสำลักน้ำตายดับเป็นผีเฝ้าใต้แม่น้ำฉิว”</p>
<p>ซินแสเกาหันมามองมัน ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยหนึ่งคราก่อนเปล่งวาจา “ผู้ใดว่าเราจะฝ่าทะลวงเข้าไป?”</p>
<p>สิ้นคำ – ซินแสเกาผุดลุกขึ้น เรือใหญ่ขนาดกลางลอยลำผ่านมาเบื้องหน้าอย่างเนิ่นช้า ผู้คนพบเห็นธงเรือโบยไสวเป็นรูปดอกโบตั๋นสีแดงแต้มลงบนผ้าใบขาวสะอาด เรือลำนั้นย่อมเป็นเรือของสำนักกระบี่บุปผา</p>
<p>คนที่ยืนอยู่ตรงหัวเรือเปลี่ยนองค์ทรงเครื่องประหนึ่งบัณฑิตเจ้าสำอางย่อมเป็นบัณฑิตธนูทอง หากแต่ใบหน้ามันยามนี้ประดับหนวดเคราเพิ่มเติมอายุมันให้สูงขึ้นสิบยี้สิบปี กลายเป็นบัณฑิตชราที่มีประกายตาของคนเยาว์</p>
<p>สหายใต้หล้ายังมิทันจะเอ่ยปาก บัณฑิตธนูทองก็ชิงกล่าวก่อนมันแล้ว</p>
<p>“เฒ่าโสโครก กับ สหายน้อยเหม็นคลุ้งพันลี้ ยังมิรีบใสหัวกลับเข้าเรือเจ้านายอีก ทำนายหญิงเสียเวลาถึงเพียงนี้ ต้องจับโบยให้สมโทษ”</p>
<p>มันกล่าวจบหันกลับหลังไปยังคนผู้หนึ่ง </p>
<p>กระดังงาอัคคีอยู่ในชุดแพรสีขาวกระจ่างตามแบบฉบับของสำนักกระบี่บุปผา เนื้อผ้าบางรัดรึงทรวดทรงองค์เอวเปิดเผยบางสัดส่วนที่กลมกลึงสะท้านจิตผู้คน ประกายตาของนางบนใบหน้าอันผ่องใส่คล้ายดรุณีแรกรุ่น ผิวพรรณเปล่งประกายยามต้องแสงจันทร์นวลยิ่งเสริมส่งให้นางประดุจนางสวรรค์ลงมาโปรดสรรพสัตว์บนพื้นพิภพ</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมแสดงว่า สำนักกระบี่บุปผาก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมชม อาภรณ์ฟ้า เช่นกัน สหายใต้หล้าไม่คิดชมอาภรณ์ฟ้า ขณะนั้นมันกลับคิดชมดูว่า เหตุการณ์หลังจากนั้นยังเป็นเช่นไรต่อไป</p>
<p><b>เมฆขาวลอยเอื่อย</b><b></b></p>
<p><b></b><b></b></p>
<p><b>เงาจันทร์ในผิวน้ำเปล่งประกายบิดเบี้ยว </b><b></b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>แต่ผู้คนก็ยังชมชอบมองดูมัน</b></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/96/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/96/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=96&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%98/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#38;h=103" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๗ : อธรรมกำสรวล</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%97/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2009 11:44:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%97/</guid>
		<description><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๗ : อธรรมกำสรวล อาทิตย์อัสดงลงไม่นานนัก จันทราลอยกลางนภา ก็พลันปรากฏแสงนวล &#160; เถ้าแก่หลงมองออกไปภายนอกหน้าต่างบานน้อย ขณะนั้นครุ่นคิดเรื่องราวสืบต่อ ไม่นานจึงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นชา &#34;เพียงครั้งนี้ พวกมันคิดรับประทานอันใดเพื่อประทังความหิวโหยกัน?&#34; กระบี่โปรยบุปผาสีหน้าผ่อนคลายลง มันเหลียวหน้ามองเถ้าแก่หลง ขณะนั้นเองปรากฏรอยยิ้มประหลาดชนิดหนึ่งประทับในแววตาของมัน เถ้าแก่หลงเริดคิ้ว สีหน้าปรากฏร่องรอยความคิดอีกชนิดหนึ่ง มันกำลังคาดคำนวณเรื่องราวบางประการ “ท่านอย่าได้คาดคำนวณให้เนิ่นนานเกินไป” กระบี่โปรยบุปผากล่าวขึ้นอย่างระมัดระวัง ดวงตามันกวาดไปรอบข้าง คล้ายต้องมั่นใจว่า ระหว่างมันกับเถ้าแก่หลงไม่มีรูหูที่ห้ารับรู้เรื่องราว เถ้าแกหลงกลับมองมันด้วยสายตาเช่นเดียวกับที่บิดาใช้มองดูบุตรตนเองกระทำเรื่องราวร้อนรน “ท่านกลับคล้ายบิดามากกว่ามารดา” เถ้าแก่หลงกล่าวไปมีรอยยิ้มอบอุ่นมอบให้มัน กระบี่โปรยบุปผากลับมีสีหน้าเย็นชา ที่หว่างคิ้วปรากฏรอยย่น อารมณ์นั้นคล้ายถูกกระบี่น้ำแข็งยาวเพียงคืบทิ่มแทงหัวใจสามสิบกระบี่ในจุดเดียวโดยพร้อมเพรียง เมื่อเถ้าแก่หลงกล่าวถึงบิดาของมันเช่นนี้คนทั้งสองย่อมมิใช่คนอื่นคนไกล เถ้าแก่หลงเห็นสีหน้ากระบี่โปรยบุปผาเป็นเช่นนั้นยังคงยิ้มออกเหมือนเคย มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ คิดควานหาสิ่งของบางอย่าง เนิ่นนานจึงพบเจอกล้องยาหนึ่งอัน ล้วงลงไปในอกเสื้ออีกครา ค่อยหยิบอีกสิ่งหนึ่งออกมา เป็นกลักไม้สีดำขลับ เป็นกลักไม้ใส่ยาเส้น สำหรับกล้องยา เถ้าแก่หลงจัดการกับกล้องยาและยาเส้นแล้วหันหน้าไปทางหน้าต่าง จากนั้นโรยควันยาหนึ่งคำก่อนกล่าวข้อความ “เหอผิง – เจ้าอย่าได้คิดเหยียบรอยเท้าเดิมของบิดาของเจ้า” เถ้าแก่หลงกล่าวชื่อของมันสนิทสนมถึงเพียงนี้ คนทั้งสองย่อมมีความผูกพันอันลึกซึ้ง “เจ้าจงระวังรอบคอบให้ดี ชีวิตไม่เหมือนการค้า นั่นมิอาจคำนวณผลกำไรได้แน่นอน บางครั้งยิ่งไม่อาจคาดประมาณได้ หากเกิดความสูญเสีย อีกทั้งหนึ่งชีวิตของเจ้ายังมีอีกหลายชีวิตต้องแบกรับ” เถ้าแก่หลงกล่าวออกอย่างเชื่องช้าเคร่งขรึม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=94&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" style="display:inline;border-width:0;" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg?w=454&#038;h=103" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b></b></p>
<p><b>กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๗ </b><b>: อธรรมกำสรวล</b></p>
<p>อาทิตย์อัสดงลงไม่นานนัก</p>
<p>จันทราลอยกลางนภา ก็พลันปรากฏแสงนวล</p>
<p>&#160;</p>
<p><b>เถ้าแก่หลงมองออกไปภายนอกหน้าต่างบานน้อย ขณะนั้นครุ่นคิดเรื่องราวสืบต่อ</b> ไม่นานจึงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นชา</p>
<p>&quot;เพียงครั้งนี้ พวกมันคิดรับประทานอันใดเพื่อประทังความหิวโหยกัน?&quot;</p>
<p><b></b></p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาสีหน้าผ่อนคลายลง มันเหลียวหน้ามองเถ้าแก่หลง ขณะนั้นเองปรากฏรอยยิ้มประหลาดชนิดหนึ่งประทับในแววตาของมัน เถ้าแก่หลงเริดคิ้ว สีหน้าปรากฏร่องรอยความคิดอีกชนิดหนึ่ง มันกำลังคาดคำนวณเรื่องราวบางประการ</p>
<p>“ท่านอย่าได้คาดคำนวณให้เนิ่นนานเกินไป”</p>
<p> <span id="more-94"></span>
<p>กระบี่โปรยบุปผากล่าวขึ้นอย่างระมัดระวัง ดวงตามันกวาดไปรอบข้าง คล้ายต้องมั่นใจว่า ระหว่างมันกับเถ้าแก่หลงไม่มีรูหูที่ห้ารับรู้เรื่องราว เถ้าแกหลงกลับมองมันด้วยสายตาเช่นเดียวกับที่บิดาใช้มองดูบุตรตนเองกระทำเรื่องราวร้อนรน</p>
<p>“ท่านกลับคล้ายบิดามากกว่ามารดา” เถ้าแก่หลงกล่าวไปมีรอยยิ้มอบอุ่นมอบให้มัน</p>
<p>กระบี่โปรยบุปผากลับมีสีหน้าเย็นชา ที่หว่างคิ้วปรากฏรอยย่น อารมณ์นั้นคล้ายถูกกระบี่น้ำแข็งยาวเพียงคืบทิ่มแทงหัวใจสามสิบกระบี่ในจุดเดียวโดยพร้อมเพรียง เมื่อเถ้าแก่หลงกล่าวถึงบิดาของมันเช่นนี้คนทั้งสองย่อมมิใช่คนอื่นคนไกล</p>
<p>เถ้าแก่หลงเห็นสีหน้ากระบี่โปรยบุปผาเป็นเช่นนั้นยังคงยิ้มออกเหมือนเคย มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ คิดควานหาสิ่งของบางอย่าง เนิ่นนานจึงพบเจอกล้องยาหนึ่งอัน ล้วงลงไปในอกเสื้ออีกครา ค่อยหยิบอีกสิ่งหนึ่งออกมา เป็นกลักไม้สีดำขลับ</p>
<p>เป็นกลักไม้ใส่ยาเส้น สำหรับกล้องยา เถ้าแก่หลงจัดการกับกล้องยาและยาเส้นแล้วหันหน้าไปทางหน้าต่าง จากนั้นโรยควันยาหนึ่งคำก่อนกล่าวข้อความ</p>
<p>“เหอผิง – เจ้าอย่าได้คิดเหยียบรอยเท้าเดิมของบิดาของเจ้า” เถ้าแก่หลงกล่าวชื่อของมันสนิทสนมถึงเพียงนี้ คนทั้งสองย่อมมีความผูกพันอันลึกซึ้ง</p>
<p>“เจ้าจงระวังรอบคอบให้ดี ชีวิตไม่เหมือนการค้า นั่นมิอาจคำนวณผลกำไรได้แน่นอน บางครั้งยิ่งไม่อาจคาดประมาณได้ หากเกิดความสูญเสีย อีกทั้งหนึ่งชีวิตของเจ้ายังมีอีกหลายชีวิตต้องแบกรับ”</p>
<p>เถ้าแก่หลงกล่าวออกอย่างเชื่องช้าเคร่งขรึม ยกกล้องยาขึ้นเสมอใบหน้าคล้ายคิดจัดการคลี่คลายความตึงเครียดอีกครา แล้วจึงกล่าวออกอีกหลายคำ</p>
<p>“เจ้ากำลังครุ่นคิดว่า ไฉนพรรคกระยาจกจึงได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว อีกทั้งกำลังครุ่นคิดว่าไฉนเรือสำราญลำนั้นบรรทุกพ่อค้าวาณิชมากมาย ในราตรีพระจันทร์เต็มดวง ดารารอบข้างเสริมส่งให้เกิดลมพายุพัดรุนแรงสลับทิศ </p>
<p>ไฉนมีข่าวลือปล่อยออกมาสองกระแส กระแสหนึ่งเอ่ยถึงเหล่าขุนนางพ่อค้าเตรียมตัวขึ้นเรือทำการค้าแลกเปลี่ยนทรัพย์สินมากมายเหลือคณาบนเรือสำราญ กระแสหนึ่งเอ่ยถึงเหล่ามิจฉาชีพ กำลังตั้งตารอคอยราตรีเช่นนี้อย่างกระหายหิว”</p>
<p>กระบี่โปรยบุปฝาพยักหน้า เถ้าแก่หลงเพียงขยับตัวเล็กน้อย มือที่ถือกล้องยาชี้นำสู่ภายนอก กระบี่โปรยบุปฝามองตาม</p>
<p>“เด็กน้อย เรามีนิทานเรื่องหนึ่งคิดเล่าให้เจ้าฟัง” หยุดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยความต่อ</p>
<p>“เจ้ามีเวลาเพียงพอรับฟังหรือไม่”</p>
<p>เถ้าแก่หลงมิได้รอคำตอบจากกระบี่โปรยบุปผา มันเริ่มเล่านิทานเรื่องนั้น</p>
<p>“เป็นเรื่องเล่าของสลัดเตี้ยพเนจรตนหนึ่ง มันเล่าให้เราฟังเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับเศษอาหารเล็กน้อย เราท่องจำเก็บไว้ในใจเพียงหวังได้ใช้ออกมาภายหลังเพื่อหาผลกำไรเล็กน้อย เรื่องนั้นสั้นกระชับไม่ซับซ้อน เพียงเป็นเรื่องราวของชายผู้หนึ่งที่นั่งตรงขอบบ่อเลือดในนรกอเวจี </p>
<p>มันผู้นี้กระทำกรรมบนโลกมนุษย์มามาก จึงต้องมาชดใช้กรรมในนรกเบื้องล่าง”</p>
<p>กระบี่โปรยบุบฝา กล่าว “สมควรเป็นเช่นนั้น”</p>
<p>เถ้าแก่หลงยิ้มเล็กน้อยกล่าวต่อ “มันผู้นี้ก็มีความดีอยู่บ้าง – ตรงที่มันเคยช่วยชีวิตแมงมุมตัวหนึ่ง อ่อ – แน่นอน แมงมุมแม้มองไปแล้วมีขนาดเล็กกว่ามนุษย์ หากแต่ว่า ชีวิตย่อมเป็นชีวิตมิได้จำแนกแยกขนาดปริมาณ”</p>
<p>“ท่านกำลังกล่าวว่า มันผู้นั้นกำลังได้โอกาสให้หลุดพ้น”</p>
<p>“ฮา ฮา” เถ้าแก่หลงหัวร่อแจ่มใส</p>
<p>“เด็กน้อยฉลาดเหมือนมารดา โง่งมเหมือนบิดา”</p>
<p>กระบี่โปรยบุปผายิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “ท่านไฉนไม่คิดเก็บปากไว้เล่าต่อ”</p>
<p>เถ้าแก่หลงโรยควันหนึ่งคราก่อนเล่าต่อ</p>
<p>“มีอยู่วันหนึ่ง มีเทพบนสวรรค์มองลงมาในนรกพบเจอมัน เห็นว่ามันสมควรได้โอกาสที่จะหลุดพ้นความทุกข์เบื้องล่าง เทพดาตนนั้นเพียงหย่อนใยแมงมุมเงินสายหนึ่งลงสู่เบื้องล่าง เพื่อให้ชายผู้นั้นใช้ป่ายปีนขึ้นมา ชายผู้นั้นเมื่อได้รับโอกาสแล้วก็เร่งปีนขึ้นมาด้วยใยแมงมุมที่แสนบอบบางเส้นนั้น”</p>
<p>“ธรรมดาสัตว์โลก เมื่อเห็นหนทางที่ดีกว่าย่อมไขว่คว้าหาไว้กับตน”</p>
<p>กระบี่บุปผาเอ่ยขึ้นมา เถ้าแก่หลงมิตอบโต้เพียงเล่าเรื่องราวต่อไป</p>
<p>“ชายผู้นั้นปีนป่ายขึ้นมายังจุดสูงสุดเกือบที่จะพบปากทางออกของนรกแล้ว เขาหันกลับไปมองเบื้องล่าง ในความสูงที่ต้องอดชื่นชมตัวเองว่าสามารถอดทนปีนป่ายขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้</p>
<p>ทว่าเมื่อหันมองกลับไปเบื้องล่างกลับพบเจอ บรรดาคนบาปเบื้องล่างพยายามปีนป่ายตามมันขึ้นมา ชายผู้นั้นลอบคร่ำครวญในใจว่า ด้ายเส้นบางเส้นนี้จะสามารถทานทนน้ำหนักพวกมันได้เชียวหรือ คิดดังนั้นจึงตะโกนออกไปว่า <strong>“เจ้าพวกคนชั่วช้า เชือกเส้นนี้เป็นของเรา จงอย่าได้คิดปีนป่ายขึ้นมา”</strong> หลังจากชายผู้นั้นกล่าวจบ เส้นใยแมงมุมสีเงินนั้นก็พลันสะบั้นออกตรงส่วนเหนือจากชายคนนั้นขึ้นมา</p>
<p>ชายผู้นั้นหล่นลงสู่บ่อเลือดแห่งนรกอเวจีอีกครา”</p>
<p>เถ้าแก่หลงเล่านิทานจนจบ หันไปมองกระบี่โปรยบุปผา เล็กน้อย ก่อนขยับตัวไปใกล้หน้าต่างยิ่งขึ้น </p>
<p>“เหอผิง เจ้าทราบหรือไม่ว่า <b>‘บุปผาขจรไกล’</b> ก็เป็นเช่นเดียวกับสายใยของแมงมุมเงินตัวนั้น”</p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนกล่าวออกมาว่า</p>
<p>“บุปผาขจรไกล เป็นทางออกสำหรับยุทธ์ภพขณะนี้ พรรคกระยาจกเคลื่อนกำลังเต็มพื้นที่ ย่อมมีแผนการเลวร้าย ท่านเองเมื่อก่อนก็เคยผ่านสถานการณ์เช่นนี้มา ไฉนยังคงวางใจเรื่องราว”</p>
<p>เถ้าแก่หลงถอนหายใจเนิ่นนาน สีหน้าหม่นหมองลง</p>
<p>“คราครั้งนั้นบิดาเจ้าก็กล่าวต่อเราเช่นนี้ เหอผิง บุปผาขจรไกล เมื่อใช้ออกต้องครุ่นคิดให้รอบคอบ พรรคกระยาจกยังคงดำรงอยู่เช่นนี้ ไฉนเจ้าไม่ใคร่ครวญให้ดีว่า เหตุใดพวกมันยังคงมีลูกพรรคมากมายยิ่งกว่ากาลก่อน เจ้าบอกต่อเราได้หรือไม่ว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นกาลก่อน”</p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาเงียบงัน ไม่กล่าววาจาอันใดออกมาอีก คล้ายกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดสับสนร้อนรน เถ้าแก่หลงยิ้มหม่นหมอง มองดูมันด้วยสายตาของบิดามองดูบุตรชาย </p>
<p>“ฝ่ายธรรมะเอย ฝ่ายอธรรมเอย สุดท้ายแล้วเจ้าว่าทำอย่างไรพวกเราจึงสามารถปีนป่ายพ้นซึ่งบ่อเลือดอเวจี”</p>
<p>กระบี่โปรยบุปผานิ่งเงียบไม่ตอบเช่นเคย</p>
<p>“เหอผิง – ชื่อเจ้ามีความหมายว่ากระไร เหอผิง เจ้าอย่าได้ลืมเลือน”</p>
<p>เถ้าแก่หลงกล่าวจบโรยควันยาเส้นออกสู่ภายนอกหน้าต่าง ในความมืดมิดเบื้องนอก สายควันเส้นนั้นมองไปคล้ายอิสตรีกรีดร่ายระบำชดช้อย ท่ามกลางอากาศธาตุว่างเปล่า ลมหอบหนึ่งพัดพาเอามวลควันมลายหาย </p>
<p>กระบี่โปรยบุปผาเฝ้ามองมวลควันนั้นอย่างครุ่นคิดชั่วครู่หนึ่ง หรี่ตาลง จากนั้นหลับตาสนิท มือหนึ่งเกาะกุมกระบี่กลีบบุปผาไว้ ไม่แนบแน่นเช่นกาลก่อนหน้า บัดนี้สีหน้ามันผ่อนคลาย คล้ายจิตใจได้รับการบรรเทาเรื่องราวบางประการ</p>
<p>ในสายควันยาเส้นของเถ้าแก่หลงซุกซ้อนเรื่องราวประการใดกัน</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p><strong>ภายในโรงเตี๊ยมอันสงบเงียบได้ชั่วเวลาหนึ่ง พลันเกิดเสียงตึงตังด้านล่างโรงเตี๊ยม</strong> เถ้าแก่หลงละสายตาจากภายนอก เดินก้าวเท้าอย่างมั่นคงเพื่อชมดูเหตุการณ์แปรเปลี่ยนภายใน เมื่อมาถึงริมระเบียงไม้ สามารถมองเห็นผู้คนเบื้องล่าง</p>
<p>“<b>หลงซีฮั้ว </b>-เจ้าลูกไข่เต่า ไสหัวที่หดไว้ออกมาให้กับเราเฒ่าเติ่งเดี๋ยวนี้”</p>
<p>ผู้มาถึงมิได้ถนอมหน้าตาหรือท่าที กลับกล่าวเปิดเผยซื่อตรงด้วยน้ำเสียงแฝงพลังหลายส่วน คนผู้นี้มองอย่างละเอียดคล้ายคนชราคล้ายคนหนุ่มฉกรรจ์ในร่างเดียว แม้รูปกายภายนอกคือชายชราร่างเล็กไม่สูงใหญ่ อีกทั้งยังผอมบางเหมือนคนเป็นโรค ทว่าประกายตากลับสดใส น้ำเสียงกลับทุ้มลึกกังวานไกล สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สีดำสนิท มีเพียงใบหน้าที่ขาวซีดราวกับไม่มีโลหิตไปหล่อเลี้ยง </p>
<p>เด็กๆในร้านเห็นว่าเกิดเรื่องราวไม่ดีเป็นแน่ ต่างเข้าหามุมห้องหลบซ่อนเฝ้าดูเรื่องราว เถ้าแก่หลงเพียงมองดูคนผู้นั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เสียงหัวเราะในลำคอ-ฮึๆ ก่อนกล่าวออกอย่างเนิบช้า</p>
<p>“<b>เหล่าเติ่ง</b> ทารกไข่เต่าเน่าคละคลุ้ง หรือเจ้าเบื่อหน่ายการมีชีวิตแล้วกระมัง” เถ้าแก่หลงกล่าวจบคล้ายมีเสียงหัวเราะของตนติดตามมาสมทบ จากนั้นโรยควันยาออกสู่เบื้องหน้า ประกายตาแปรเปลี่ยน คล้ายเป็นผู้คนอีกคนหนึ่ง ฉีกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์</p>
<p><b>“เฮ๊อะ!!”</b> เหล่าเติ่งถอนหายใจหนักคราหนึ่งคล้ายกระแทกลมปราณลงพื้น รอบบริเวณเกิดมวลอากาศกระแทกออก ชั่วพริบตาเดียวเหล่าเติ่งบรรลุถึงขอบราวระเบียงเบื้องหน้าเถ้าแก่หลงด้วยความเร็วดุจภูติพราย ลมปราณเกรี้ยวกราดรอบตัวแผ่คลุมทั่วโรงเตี๊ยม ขณะนั้นมันห่างจากปลายกล้องยาสูบของเถ้าแก่หลงเพียงไม่กี่เชียะ </p>
<p>เพียงแต่ว่า จากคอหอยเหล่าเติ่งเพียงครึ่งเชียะ ปรากฏหนึ่งกระบี่รั้งสภาวะเอาไว้ ขอเพียงผู้กระชับกระบี่ในมือ กระแทกพลังใส่ด้ามกระบี่เล็กน้อย ผู้คนตรงข้ามย่อมมิอาจรักษาศีรษะของตัวเองไว้ได้</p>
<p>เหล่าเติ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย คำรามในลำคอ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า</p>
<p>“อ่า &#8211; กระบี่กลีบบุปฝา มิได้พบเจอกันนาน”</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p><b></b></p>
<p><b>บึงน้ำกระจ่างจันทรา เรือน้อยเคลื่อนลอยเดียวดาย เงาสะท้อนในผิวน้ำวูบไหวไปทุกขณะที่ลำเรือเคลื่อนผ่าน</b> กลางบึงน้ำกว้างใหญ่ปรากฏศาลาไม้หลังน้อยเพียงหนึ่ง ศาลาน้อยนั้นก่อสร้างฐานด้วยหินอัดแน่นจนเป็นรูป เสาไม้ท่อนไม่ใหญ่มากนักอีกทั้งยังคงรูปเดิมเมื่อแรกเดิม</p>
<p>กล่าวคือมิได้มีการตัดทอนความโก่งงอตามธรรมชาติ หากแต่อาศัยความเป็นธรรมชาติเดิมนั้น ค้ำยันพึ่งพิงกันอย่างลงตัว รายข้างมีต้นไผ่สี่ห้ากองอกงามโบยไหวไปมาเมื่อต้องลม มองแล้วขัดแย้งกับสภาพว่างเปล่าของเวิ้งน้ำรายรอบ</p>
<p>ไม่ห่างไกลกันนั้น พบเห็นเรือลำน้อยอีกหนึ่งลำ จอดนิ่งสงบอยู่ก่อนแล้ว ที่หัวเรือคล้ายมีคนผู้หนึ่งยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าเชิดขึ้นฟากฟ้าเบื้องบน เฝ้ามองแสงจันทร์ในอาการผ่อนคลาย เบื้องหลังมีผู้ติดตามเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ประกายตาคนผู้นั้น แฝงประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจผิดกับคนที่ยืนอยู่หัวเรือ </p>
<p>“ยาจกเจียม เจ้าว่าราตรีนี้ไฉนดูงดงามเป็นพิเศษ” ผู้ยืนตรงหัวเรือกล่าวกับคนเบื้องหลังโดยที่มิได้ละสายตาจากภาพเบื้องบน</p>
<p>“เรียนใต้เท้า สิ่งงดงามย่อมมีพิษภัยเคลือบแฝง ขอใต้เท้าพิจารณา” ยาจกเจียมกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ ดวงตามันยังกลอกกลิ้งไปมาคล้ายแมวระวังภัย</p>
<p>“ฮา ฮา ยาจกเจียม พิษภัยคือเสน่ห์ชนิดหนึ่งที่กระตุ้นผู้คนให้เคลิ้มฝัน บันดาลให้ผู้คนก่อเกิดปณิธาน เรื่องเช่นนี้เจ้าไฉนไม่ทราบ”</p>
<p>ใต้เท้าของยาจกเจียมหันกลับมามองหน้ามัน คล้ายต้องการคำตอบ ยาจกเจียมฉีกยิ้มอันเลวร้าย กล่าวออกด้วยน้ำเสียงดุจเดิม</p>
<p>“ความหิวโหยคือพิษร้ายกาจที่สุดที่ข้าน้อยรู้จักขอรับใต้เท้า”</p>
<p>ใต้เท้ามีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นวูบหนึ่ง จากนั้นโปรยยิ้มอย่างประจบเอาใจ ไม่กล่าววาจาต่อ เพียงหันกลับไปยืนอยู่ท่าเดิม</p>
<p>เนิ่นนาน&#8230;</p>
<p>จากนั้นปรากฏเรืออีกลำหนึ่งแล่นมาถึงเบื้องหน้าเรือลำที่จอดนิ่งอยู่ก่อน ระหว่างเรือทั้งสองคือศาลาน้อยบนเกาะเล็กๆกลางบึงน้ำ ในความสงบ มีผู้คนเดินออกมาจากห้องเรือ ผิวน้ำข้างเรือนิ่งสงบไม่โยกไหวไปมา </p>
<p>ผู้คนที่เคลื่อนไหวย่อมมีกำลังภายในไม่ธรรมดา</p>
<p>ผู้คนยามเคลื่อนไหวดูปลอดโปร่งงดงาม หนึ่งที่เดินนำ เป็นสตรีในชุดคลุมสีครามทมึนดูลึกลับ ใบหน้าผ่องใสกระจ่างเมื่อมี แสงจันทร์ทาบผ่าน อีกเงาร่างหนึ่งที่ติดตามออกมามองไปคล้ายเด็กหนุ่มใบหน้าคมคายเส้นผมทั้งศีรษะขาวโพลนแซมเทาหม่น ผิวเข้มแต่ประกายตาเจิดจ้าหากแต่นัยน์ตาส่วนที่ควรดำกลับขาว ส่วนที่ควรขาวกลับดำสนิท มือทั้งสองข้างกอดอกตัวเองกระชับ ในมือข้างหนึ่งถือซองกระบี่สีดำสนิท ผู้คนทั้งสองคล้ายเฝ้าคอยให้อีกฝ่ายหนึ่งเอ่ยวาจา</p>
<p>“ผู้มาถึงใช่คุณหนูไบหยุน (เมฆขาว)ใช่หรือไม่?” ใต้เท้าตรงหัวเรือกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง</p>
<p>“ใต้เท้าเหลิงยังจดจำเด็กน้อยได้ ไบหยุนยินดีที่ได้พบใต้เท้าอีกครั้ง” นางกล่าวไปพร้อมกันนั้นผสานมือคารวะใต้เท้าเหลิง </p>
<p>“ฮา ฮา บุรุษใดหลงลืมนามของไบหยุนน้อย สมควรจมน้ำตายสามคราจึงสาสม”</p>
<p>ใต้เท้าเหลิงหัวเราะหลายคำก่อนถามเรื่องราวต่อ</p>
<p>“เหล่าเติ่งเล่า ไฉนท่านผู้เฒ่ามิได้ร่วมเดินทางมากับคุณหนู?”</p>
<p>ไบหยุนยิ้มเล็กน้อย สายตาเย้ายวนชวนลุ่มหลง นางกล่างออกอย่างเนิบช้า คล้ายกับว่ากาลเวลารายรอบได้อยู่ในการควบคุมของนางแล้ว</p>
<p>“ท่านผู้เฒ่าระหว่างนี้คิดแวะเด็ด บุปผาขจรไกล ให้พ้นทางก่อนดำเนินแผนการ ขอใต้เท้าเหลิงอย่าได้กังวลใจ ”</p>
<p>ใต้เท้าเหลิงรับฟังเรื่องราวถึงกับหัวร่อออกมาอย่างสมอารมณ์หมาย</p>
<p>&#160;</p>
<p>ผิวน้ำกระเพื่อมไหว </p>
<p>พระจันทร์บิดเบี้ยวไม่อาจรักษารูปกลมกลึง </p>
<p><b>เป็นความเคลื่อนไหวที่มิอาจคาดคำนวณ&#8230;</b></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<blockquote><p>หมายเหตุ : (๑) นิทานที่เถ้าแก่หลงเล่าให้กระบี่โปรยบุปผาฟัง ดัดแปลงจากเรื่องสั้นเรื่อง ‘ใยแมงมุม’ ของริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ ผู้ประพันธ์นิยายเรื่อง ราโชมอน (๒) เหอผิง แปลว่า สันติภาพ (๓) หลง แปลว่า มังกร ซีฮั้ว แปลว่า ถนอมบุปผา (๔) เติ่ง แปลว่า รอคอย </p>
</blockquote>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/94/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/94/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=94&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image0021.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๖ : ผู้คนจับปลาบนต้นไม้</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%96/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%96/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2009 11:41:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%96/</guid>
		<description><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย ตอนที่ ๖ : ผู้คนจับปลาบนต้นไม้ อัสดงกาล เมฆน้อยหยอกเย้าสายลม บุรุษหนุ่มเกี้ยวพาราสี ดรุณีแรกรุ่นกรีดกรายร่ายระเริง บรรยากาศขณะนั้นชวนหลงใหลจนคิดหายตัวมลายตนจากโลกีย์วิสัย สหายใต้หล้านั่งผ่อนลมหายใจซึมเซา ซินแสเกากลับมีสายตาเหม่อลอย เถ้าแก่หลงพลันหดหู่ไปตามกัน ไฉนพวกมันทั้งสามกลับมีอาการเช่นนี้ เบื้องนอกโรงเตี๊ยมกลับแตกต่าง ด้วยเพราะมีเสียงคึกคักของฝูงชน ในมวลหมู่ผู้คนนั้น ปรากฏเงาร่างคนผู้หนึ่งย่างก้าวแต่ละครั้งสง่างามกรุยกรายชวนมอง ในมือ ถือพัดจีบโบยสะบัดไปมาอย่างผ่อนคลาย คนทำการค้าพบเจอคนผู้นั้นเดินผ่านมา มิกล่าวทักทาย &#34;บัณฑิตธนูทอง วันนี้ท่านเมามายอีกแล้วกระมัง&#34; เสียงพ่อค้าขายบะหมี่ร้องทัก เป็นถ้อยความสามัญที่ใช้กันประจำ บัณฑิตธนูทองเมื่อเว้นว่างจากการงานมักหมดเวลาไปกับสุรานารี ดำเนินวิถีอย่างคนสามัญ หากแต่ชนชั้นบัณฑิตกลับเรียกมันว่า หานหลินเฟิง(บัณฑิตไม่เอาถ่าน) ด้วยเพราะมันกลับไม่เอาธุระอันใดกับสมาคมบัณฑิตของทางการ ฉายาเช่นนี้มันกลับสมใจยิ่ง ด้วยเพราะทำให้ระลึกเสมอว่า การศึกษาไม่อาจจบสิ้น ด้วยเพราะมันคือบัณฑิตที่ไม่เอาถ่าน &#34;เราเมามายสุรา พวกขุนนางเมามายลาภยศ ดูว่าผู้ใดถูกความเมามายกลื่นกินก่อนกัน&#34; มันตอบด้วยสำเนียงแจ่มใส น้ำเสียงนั่นแฝงกำลังภายในล้ำลึก เพียงกล่าวออกสามารถส่งถ้อยความไกลนับสิบลี้ คล้ายต้องการเอ่ยออกไปให้ใครบางคนสดับรับรู้ถึงความคิดของมัน และภาพความเป็นอยู่ของผู้คน “กล่าวได้ประเสริฐ กล่าวได้สมใจยิ่ง” แม่ค้าขายสุราหมักข้าวเจ้านางหนึ่งตะโกนขึ้น บัณฑิตธนูทองได้แต่ค้อมกายคารวะ พ่อค้าชาวบ้านได้รับฟังผู้เป็นถึงบัณฑิตบอกกล่าวเย้ยหยันขุนนางขันทีล้วนแล้วรู้สึกสมใจยิ่ง ด้วยเพราะวาจาบัณฑิตผู้รอบรู้ล้วนมีน้ำหนักในสายตาชาวบ้าน บัณฑิตธนูทองกล่าวออกได้สมใจชาวบ้าน เนื่องเพราะมันเองดำรงตนระดับสามัญ บัณฑิตธนูทองขณะนั้นพกพาสีหน้าแจ่มใสสาวเท้าก้าวเข้าร้านเหลาวิญญูชน กวาดสายตาพบคนทั้งสามนั่งทอดอาลัยอยู่ริมหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยม จากมุมนั้นสามารถมองเห็นสายน้ำเบื้องนอก บัณฑิตธนูทองเห็นดังนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=92&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="clip_image002" style="display:inline;border-width:0;" height="103" alt="clip_image002" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image002.jpg?w=454&#038;h=103" width="454" border="0" /></a><b></b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>กระบี่ไร้ยางอาย </b><b>ตอนที่ ๖ : ผู้คนจับปลาบนต้นไม้</b></p>
<p><strong></strong>    <br /><b>อัสดงกาล เมฆน้อยหยอกเย้าสายลม</b> บุรุษหนุ่มเกี้ยวพาราสี ดรุณีแรกรุ่นกรีดกรายร่ายระเริง บรรยากาศขณะนั้นชวนหลงใหลจนคิดหายตัวมลายตนจากโลกีย์วิสัย สหายใต้หล้านั่งผ่อนลมหายใจซึมเซา ซินแสเกากลับมีสายตาเหม่อลอย เถ้าแก่หลงพลันหดหู่ไปตามกัน ไฉนพวกมันทั้งสามกลับมีอาการเช่นนี้</p>
<p>เบื้องนอกโรงเตี๊ยมกลับแตกต่าง ด้วยเพราะมีเสียงคึกคักของฝูงชน ในมวลหมู่ผู้คนนั้น ปรากฏเงาร่างคนผู้หนึ่งย่างก้าวแต่ละครั้งสง่างามกรุยกรายชวนมอง ในมือ ถือพัดจีบโบยสะบัดไปมาอย่างผ่อนคลาย คนทำการค้าพบเจอคนผู้นั้นเดินผ่านมา มิกล่าวทักทาย</p>
<p>&quot;บัณฑิตธนูทอง วันนี้ท่านเมามายอีกแล้วกระมัง&quot; </p>
<p> <span id="more-92"></span>
<p>เสียงพ่อค้าขายบะหมี่ร้องทัก เป็นถ้อยความสามัญที่ใช้กันประจำ บัณฑิตธนูทองเมื่อเว้นว่างจากการงานมักหมดเวลาไปกับสุรานารี ดำเนินวิถีอย่างคนสามัญ หากแต่ชนชั้นบัณฑิตกลับเรียกมันว่า หานหลินเฟิง(บัณฑิตไม่เอาถ่าน) </p>
<p>ด้วยเพราะมันกลับไม่เอาธุระอันใดกับสมาคมบัณฑิตของทางการ ฉายาเช่นนี้มันกลับสมใจยิ่ง ด้วยเพราะทำให้ระลึกเสมอว่า การศึกษาไม่อาจจบสิ้น ด้วยเพราะมันคือบัณฑิตที่ไม่เอาถ่าน</p>
<p>&quot;เราเมามายสุรา พวกขุนนางเมามายลาภยศ ดูว่าผู้ใดถูกความเมามายกลื่นกินก่อนกัน&quot; มันตอบด้วยสำเนียงแจ่มใส น้ำเสียงนั่นแฝงกำลังภายในล้ำลึก เพียงกล่าวออกสามารถส่งถ้อยความไกลนับสิบลี้ คล้ายต้องการเอ่ยออกไปให้ใครบางคนสดับรับรู้ถึงความคิดของมัน และภาพความเป็นอยู่ของผู้คน</p>
<p>“กล่าวได้ประเสริฐ กล่าวได้สมใจยิ่ง” แม่ค้าขายสุราหมักข้าวเจ้านางหนึ่งตะโกนขึ้น    <br />บัณฑิตธนูทองได้แต่ค้อมกายคารวะ</p>
<p>พ่อค้าชาวบ้านได้รับฟังผู้เป็นถึงบัณฑิตบอกกล่าวเย้ยหยันขุนนางขันทีล้วนแล้วรู้สึกสมใจยิ่ง ด้วยเพราะวาจาบัณฑิตผู้รอบรู้ล้วนมีน้ำหนักในสายตาชาวบ้าน บัณฑิตธนูทองกล่าวออกได้สมใจชาวบ้าน<s> </s>เนื่องเพราะมันเองดำรงตนระดับสามัญ </p>
<p>บัณฑิตธนูทองขณะนั้นพกพาสีหน้าแจ่มใสสาวเท้าก้าวเข้าร้านเหลาวิญญูชน กวาดสายตาพบคนทั้งสามนั่งทอดอาลัยอยู่ริมหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยม จากมุมนั้นสามารถมองเห็นสายน้ำเบื้องนอก บัณฑิตธนูทองเห็นดังนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย คาดคำนวณเรื่องราว ในห้วงสมองครุ่นคิดมากมาย สุดท้ายเห็นว่ามันสมควรเดินเข้าไปถามไถ่พวกมันจึงประเสริฐ</p>
<p>คิดได้ดังนั้นเพียงบิดร่างเล็กน้อยทะยานขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว &#8211; นิ่มนวล</p>
<p>&quot;ไฉนพวกท่านจึงนั่งปล่อยลมหายใจทิ้งขว้างกันเช่นนี้&quot;</p>
<p>สหายใต้หล้าเงยหน้าขึ้นพบเจอบัณฑิตธนูทองผู้เป็นสหายจ่ายค่าสุราถึงกับตกใจวูบหนึ่ง </p>
<p>&quot;ที่แท้เป็นท่าน&quot; มันกล่าวจบคล้ายไม่มีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้น จากนั้นเพียงหันหน้าไปยังตำแหน่งเดิมที่สายตาละจากมา ซินแสเกาทั้งเถ้าแก่หลงก็เป็นเช่นเดียวกัน ครู่หนึ่งมันทั้งสามพลันถอนหายใจโดยพร้อมเพรียง</p>
<p>บัณฑิตธนูทองเห็นเช่นนั้นพานรู้สึกคันยุบยิบในดวงใจ ขณะ<s>ที่</s>คิดถามไถ่เรื่องราวให้แน่ชัด สายตามันก็เคลื่อนไปพบเจอเข้ากับ&#8230;</p>
<p>ประกายน้ำยามต้องแสงอาทิตย์อัสดงแพรวพราว แม่น้ำฉิว(เสาะหา)ไหลลอยเอื่อยเชื่องช้า แผ่วเบาเนิ่นนานจนแทบเรียกว่าผิวน้ำนั้นอยู่ในอาการสงบ เงาสะท้อนริมฝั่งตระการตาตรึงใจผู้คนยามพบเห็น ด้วยเพราะเงาสะท้อนนั้นบิดเบี้ยวผิดรูปแปรร่างจากสภาวะความจริง คล้ายสิ่งปรุงแต่งอันงดงาม ก่อเกิดจินตนาการหลากล้น เพียงพอให้กวีศิลปินใช้ต่อยอดตะกอนสำนึก สร้างสรรค์คีตากวีแลภาพวาดอันเลิศภพจบแดน</p>
<p>ไม่ไกลจากท่าเรือ พบเจอไม้ใหญ่แห้งตายทั้งยืนต้นหนึ่ง ขณะนั้นเห็นเพียงเส้นสายกิ่งก้านสาขาอันกว้างใหญ่ ไร้ใบห่มคลุม ชายชราผู้หนึ่งนั่งตกปลาอยู่บนต้นไม้นั้น ข้างกายพบว่ามีสุ่ม แหและเครื่องมือหาปลามากมายผูกร้อยเป็นพวงเดียว </p>
<p><b>บัณฑิตธนูทองเห็นภาพเช่นนั้นปรากฏเบื้องหน้าถึงกับสะท้านใจ</b> <s></s>มันพลันนึกถึงถ้อยความของท่านเมิ่งจื้อ กล่าวต่อ อ๋องฉีเซวียน ถึงการก่อสงครามโดยหลักคิดในการแผ่ขยายดินแดน </p>
<p>ด้วยเพราะเมื่อก่อสงคราม ประชาชนย่อมเดือดร้อน อาหารส่วนหนึ่งแต่ละมื้อต้องแบ่งปันให้ทหารเพื่อทำสงคราม โลหะที่ควรใช้เป็นเครื่องมือเพาะปลูกกลับต้องแปรเปลี่ยนเป็นศาสตรา เพียงเพื่อใช้เข่นฆ่าพี่น้องใต้ฟ้าร่วมผืนดิน </p>
<p>ดินแดนกว้างไกลย่อมไม่อาจมองเห็นทั่วถึง เช่นนั้นการดูแลรักษายิ่งเป็นเรื่องราวใหญ่หลวง นี่กลับเป็นเพิ่มภาระให้กับประชาชนโดยแท้ </p>
<p>เมื่อเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ไม่ต่างอะไรกับการหาปลาบนต้นไม้ เนื่องเพราะนอกจากไม่ได้ปลา ยังอาจเกิดอันตรายพลาดพลั้งตกลงมาเจ็บตัวภายหลัง นับเป็นการใช้วิธีที่ผิดฝืนธรรมชาติเพื่อให้ได้มา คิดถึงตรงมันถึงกับทอดถอนใจไปกับผู้คนเบื้องหน้า </p>
<p>ด้วยไม่คาดคิดว่าจะเห็นภาพเช่นนี้ในยุคของพวกมัน</p>
<p>หากแต่ภาพคนหาปลาเบื้องหน้าย่อมมีต้นสายปลายความ ชายชราผู้นั้นไฉนต้องการเสียดสีเย้ยหยันชีวิตถึงเพียงนี้ มันเหลียวหน้าไปทางซินแสเกา เพียงเอ่ยถามเบาๆ เพราะเกรงจะรบกวนอารมณ์รันทดของผู้คน</p>
<p>&quot;ไฉนผู้อาวุโสท่านนั้นจึงหาปลาบนกิ่งไม้ตายซาก?&quot;</p>
<p>ซินแสเกาไม่แม้แต่จะเหลือบแลผู้คน กระทั้งมิกล่าวถ้อยความใด ราวกับถ้อยคำต่างๆล้วนสิ้นเปลืองยิ่งในเวลาเช่นนี้ เพียงชี้นิ้วออกไปภายนอกหน้าต่าง ห่างไปไม่ไกลคือท่าเรือ บัณฑิตธนูทองเห็นภาพเบื้องหน้าถึงกับคราง </p>
<p>‘อา’</p>
<p><b>ภาพที่พบเจอคือเรือลำหนึ่ง เป็นเรือไม้ขนาดใหญ่เท่าตึกสามชั้น เบื้องบนมีศาลาน้อยหลายหลัง</b> แต่ละหลังกรุม่านพรางตา ผู้คนมองจากภายนอกไม่อาจทราบได้ว่าผู้คนภายในกระทำเรื่องราวอันใด แต่ผู้อยู่ภายในกลับสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอก จึงเป็นแพรพรรณชนิดพิเศษที่นำเข้าจากนอกกำแพงใหญ่</p>
<p>บนเรือตกแต่งประดับประดาดวงโคมหลากสีสัน ชมดูจนละลานตา ผู้คนบนเรือล้วนแล้วสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์แพรพรรณเลิศหรู ย่อมแสดงว่าเป็นชนชั้นไม่ธรรมดา </p>
<p>ลำดับขั้นลดหลั่นลงมาเป็นห้องจัดเลี้ยง มีมโหรีบรรเลงขับคลอบรรยากาศอันงามงดเบื้องหน้า ผู้คนในชั้นนั้นกลับมองออกว่าเป็นพ่อค้าแม่ขายระดับธรรมดา แต่ก็ไม่ถึงกับยากไร้ คนพวกนี้ยินยอมเสียเงินทองบ้างเล็กน้อยเพื่อซื้อหาความตื่นตาตระการใจ ด้วยเพราะพวกมันไม่ว่าอย่างไรขอมีส่วนร่วมกับสิ่งแปลกใหม่ที่ก่อกำเนิดขึ้นบนโลกหล้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเกิดด้วยน้ำมือมนุษย์ ฤ ธรรมชาติ </p>
<p>“นี่กลับเป็นเรือสำราญของผู้ใดจัดทำขึ้นมา” บัณฑิตธนูทองเอ่ยถาม </p>
<p>“พ่อค้าสมัยนี้ล้ำหน้ายิ่ง ถึงกับนำบรรยากาศยามสุริยาแสงอัสดงส่งขายต่อชาวบ้านได้”</p>
<p>เถ้าแก่หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เราทำการค้ามาเนิ่นนานยังเข้าใจว่า บรรยากาศยามเย็นล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ธรรมชาติจัดสรรให้เปล่าต่อผู้คน” มันกล่าวออกด้วยน้ำเสียงแฝงอารมณ์ขุ่นเคือง </p>
<p>บัณฑิตธนูทองรับฟังคล้ายไม่แน่ใจว่า เถ้าแก่หลงเห็นว่านี่กลับเป็นเรื่องที่มันพลาดโอกาสที่จะกระทำถึงกับขุ่นเคืองที่มีคนพานตัดหน้ากระทำเรื่องราวเช่นนี้ หรือกล่าวออกด้วยรู้สึกถูกเอาเปรียบโดยไม่อาจขัดขืน</p>
<p><b>จากสิ่งที่เห็น มันร้อยเรียงเรื่องราวจากภาพที่เห็นค่อยสรุปได้ว่า</b> ด้วยเพราะเรือลำนี้เอง ชายชราหาปลาผู้นั้นถึงกับอับจนหนทางที่จะออกเรือหาปลา ด้วยเพราะท่านออกหาปลายามราตรี และด้วยเรือเล็กจึงมิอาจล่องเรือท่องผืนน้ำกว้างใหญ่ได้ เรือใหญ่ลำนี้เมื่อออกหาความสำราญยามอัสดงยาวเรื่อยไปจนถึงราตรีกลับกลายว่าหยิบฉวยโอกาสทำมาหากินของผู้อื่น </p>
<p>พ่อค้าที่คิดฉกฉวยกำไรจากความลำบากของผู้อื่นมีเพียงผู้เดียวในนครแห่งนี้</p>
<p>“กงจื้อกะไหล่เงิน” บัณฑิตธนูทองกล่าวออก เถ้าแก่หลงพยักหน้าบงบอกความหมาย </p>
<p>“ยังมีอีกหนึ่ง” ซินแสเกาเสริม </p>
<p>“ยังอีกหนึ่ง!! – คนชั่วช้าเช่นนี้กลับมีเพิ่มอีกหนึ่ง ฮาๆ ดูท่าว่า พวกท่านตื่นเช้าขึ้นมาชมดูพระอาทิตย์ทอแสงยังต้องซื้อหาจับจ่ายบรรยากาศ”</p>
<p>บัณฑิตธนูทองกล่าวออกด้วยน้ำเสียงขมขื่นยิ่ง สหายใต้หล้าหับขวับมาจ้องมองที่มัน อารมณ์ผู้คนยามนี้คล้ายอัดอั้นในอก ไม่อาจบอกกล่าวอันใด ภาษิตว่าไว้เรื่องน้ำท่วมปากกลับเป็นเช่นนี้ บัณฑิตธนูทองไม่เหลียวแล สหายใต้หล้า มองจ้องออกไปเบื้องนอก ขบคิดเรื่องราว เพียงชั่วเวลาสามสี่ลมหายใจเข้าออก มันถึงกับคลี่พัดในมืออก โบกโบยลมเย็นเข้าหาตัว จากนั้นสะบัดเก็บพัดด้วยความรวดเร็ว เสียงสับพัดหนักแน่น จากนั้นมันกล่าวออกมาอย่างมาดมั่น</p>
<p><b>“มันเป็นใคร?” </b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>ซินแสเกาซ้อนดาบในรอยยิ้ม กล่าวออกอย่างเชื่องช้า แผ่วเบายิ่ง ด้วยเกรงว่ามีผู้อื่นได้ยิน </b></p>
<p>“ใต้เท้าเหลิง” ยามเอ่ยถึงคนผู้นี้ มันต้องระบายลมออกปากหนึ่งครา</p>
<p>“ใต้เท้าเหลิง – ทางการไฉนเห็นดีเห็นงามกับกิจการเช่นนี้”</p>
<p>บัณฑิตธนูทองกล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใส น้ำเสียงนั้นแฝงกำลังภายในหลายส่วน คาดว่าสามารถเดินทางไปหลายร้อยลี้ เถ้าแก่หลงถอดสีหน้า ฝ่ามือตบโต๊ะ สีหน้าเคียดแค้นขึ้นทุกขณะ จากนั้นกล่าวออกว่า</p>
<p>“ใต้เท้าเหลิงเห็นพวกเราชาวบ้านมีชีวิตผ่านไปราบเรียบสามัญธรรมดา ชมชอบให้ผู้คนเกิดความสำราญ สมควรชื่นชมท่านจริงๆ”</p>
<p>“ฮาๆ ประเสริฐประเสริฐ สมควรชมเชยท่านจริงๆ ฮาๆ” ซินแสเกาเอ่ยขึ้นบ้าง ในน้ำเสียงแฝงกำลังภายในเช่นกัน ไม่ทราบว่าผู้ใดสามารถสดับรับฟังได้บ้าง สหายใต้หล้าเห็นเช่นนั้น รวบรวมกำลังภายในกล่าวออกว่า </p>
<p>“ฮาๆ สมใจนัก ผู้คนหาปลากลับไม่ต้องออกเรือหาปลาก็มีงานทำ ด้วยพวกเขาได้รับโอกาสให้สมัครเป็นพนักงานประจำเรือ โอ่-เรือสำราญเช่นนี้ทำเงินให้กับพ่อค้าขุนนางกลับสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้คนต่ำต้อย ประเสริฐ ประเสริฐ ยังมีเรื่องราวใดประเสริฐเช่นนี้”</p>
<p>“แล้วคนหาปลานั่นเล่า ท่านคิดเห็นอย่างไร? เถ้าแก่หลง” บัณฑิตธนูทองถามไถ่เถ้าแก่หลงเชิงหยอกเย้า เถ้าแก่หลงเป็นพ่อค้าธรรมดาสามัญไฉนมีกำลังภายในส่งเสียงออกด้วยกำลังภายในเย้ยหยันสังคมได้ ซินแสเกาเห็นดังนั้น ถึงกลับกล่าวออกแทนว่า</p>
<p>“เถ้าแก่หลง ท่านย่อมมองหาผลกำไรออก ชายชราหาปลาผู้นั้น ท่านเพียงจ้างวานให้ท่านหาปลาบนต้นไม้เป็นประจำทุกวัน จัดหาที่นั่งจิบชาร่ำเมรัยเสียหลายที่ ผู้คนมักชมชอบของแปลกใหม่ คนหาปลาบนต้นไม้กลับค้ากำไรได้ ท่านว่าความคิดนี้ดีหรือไม่”</p>
<p>หลังกล่าวจบมันหัวร่อยาวนาน </p>
<p>เถ้าแก่หลงเห็นดังนั้นถึงกับครุ่นคิดชั่วเวลาหนึ่ง คล้ายเห็นคล้อยตามอยู่หลายส่วน ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งคัดคานความคิดนั้นไว้ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด</p>
<p>“พวกท่านกลับชั่วร้ายนัก นี่รึที่เรียกตัวเองว่าบัณฑิต นี่หรือวิญญูชน ข้าพเจ้าแม้เป็นพ่อค้า แม้หวังกำไรอยู่บ้าง อย่างน้อยยังคงรักษาความสมดุลระหว่างกำลังซื้อกำลังขาย ไฉนเลยบีบคั้นให้ผู้คนยอมจำนนต่อการผูกขาดนั่นได้”</p>
<p><b>บัณฑิตธนูทองหันมามองซินแสเกาพร้อมสหายใต้หล้า กลับปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายชนิดหนึ่ง </b>คนทั้งสามสบตากันคล้ายมีเรื่องราวต้องกระทำให้ได้ประการหนึ่ง พานลุกขึ้นจากเก้าอี้ ซินแสเกากลับเอ่ยความขึ้นมาอย่างธรรมดาสามัญมิได้แฝงลมปราณกำลังภายใน </p>
<p>“เรือใหญ่เช่นนั้นยามล่มลงคงใช้เวลาหลายชั่วยาม”    <br />“พนักงานบนเรือส่วนใหญ่เป็นอดีตลูกแม่น้ำ ความกว้างแม้น้ำเท่านี้สามารถเอาตัวรอดได้”</p>
<p>เถ้าแก่หลงรับฟังคล้ายคาดเดาเรื่องราวได้หลายส่วน ถึงกับตลึงลาน </p>
<p>“พวกท่านคิดกระทำการอันใด?”</p>
<p>บัณฑิตธนูทองมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า หันกลับไปมองซินแสเกาพร้อมพยักหน้าคล้ายรับทราบเรื่องราว จากนั้นคนทั้งสองอาศัยท่าร่างอันปราดเปรียวท่องทะยานออกไปทางหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยม เพียงติดตามเงาร่างสหายใต้หล้าที่เคลื่อนไหวออกตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ</p>
<p>เถ้าแก่หลงเฝ้ามองเงาร่างคนทั้งสามเลือนลับหายไปในเงาเรือนร้านค้าอันเรียงรายไร้ระเบียบ ภายในใจครุ่นคิดถึงปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องราวง่ายดาย ภายใต้การสนับสนุนของใต้เท้าเหลิง ยอดฝีมือมากมายล้วนประจำการอยู่บนเรือนั้น คิดถึงตรงนี้พลันรู้สึกว่ามีผู้คนยืนอยู่เบื้องหลังโดยที่มันไม่ทราบว่าคนผู้นี้มาถึงเมื่อใด</p>
<p>มันคนค้าขายแม้ไม่เป็นวรยุทธ์ทว่าประสาทหูตากลับว่องไวด้วยเพราะคนทำการค้าย่อมต้องอาศัยหูตาทำงานสัมพันธ์กับความคิด คนผู้มาถึงสามารถเข้าถึงตัวมันได้เพียงนี้โดยที่มันไม่อาจรู้สึกสำนึกได้นอกจาก สหายใต้หล้า ซินแสเกา บัณฑิตธนูทอง หนึ่งเดียวไม่มีผู้ใดในเมืองนี้ย่อมเป็น</p>
<p>“กระบี่โปรยบุปผา หรือท่านคิดตามพวกมันไปชื่นชมเรือสำราญ?” เถ้าแก่หลงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ</p>
<p><b>ผู้มาถึงไม่กล่าวอันใดเพียงดึงเก้าอี้เบื้องหน้าออก</b> จากนั้นค่อยนั่งลง ผายมือออกไปยังเก้าอี้อีกตัว คล้ายต้องการให้เถ้าแก่หลงนั่งลงเพื่อสนทนา ใบหน้ามันขาวกระจ่างรับกับอาภรณ์สีขาวดุจหิมะ ดวงตากลับคมกริบไม่ต่างอันใดคมกระบี่กลีบบุปผาที่วางลงเบื้องหน้ามัน </p>
<p>“คนพวกนี้กระทำเรื่องราวอันใดล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเรา “ กระบี่โปรยบุปผากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หยุดชั่วคราก่อนเอ่ยความ</p>
<p>“เถ้าแก่หลง ท่านทราบหรือไม่ว่าพรรคกระยาจกเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว?”</p>
<p>เถ้าแก่หลงนั่งลงยังเก้าอี้เบื้องหน้าตนเอง กลับไม่ได้นั่งตรงที่กระบี่โปรยบุปผาชี้นำ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม สายตาสอดส่ายไปทั่วบริเวณ แม้ในขณะนั้นผู้คนในร้านแทบจะไม่มีใครนอกเสียจากบริกรในร้าน</p>
<p>“พวกมันเคลื่อนไหวเสมอ – แน่นอนเมื่อมันรู้สึกหิวโหย”</p>
<p>เถ้าแก่หลงมองออกไปภายนอกหน้าต่างบานน้อย ขณะนั้นครุ่นคิดเรื่องราวสืบต่อ ไม่นานจึงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นชา</p>
<p>&#160;</p>
<p><b></b></p>
<p><b>&quot;เพียงครั้งนี้ พวกมันคิดรับประทานอันใดเพื่อประทังความหิวโหยกัน</b><b>?&quot;</b></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/92/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/92/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=92&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/06/25/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%96/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/06/clip_image002.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๕ : คนพเนจร</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/04/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%95-%e0%b8%84%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/04/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%95-%e0%b8%84%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2009 11:34:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/04/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%95-%e0%b8%84%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๕ : คนพเนจร &#160;ประตูเมืองทิศตะวันออก ผู้คนสัญจรมีมาก บ้างค้าขาย-บ้างติดต่อแจ้งข่าว บ้างยืนเฝ้าคอยผู้คนคืนเรือน คนเฝ้าประตูได้แต่ยืนมอง … ประตูเมืองใช่มีเพียงคนเฝ้าประตู : บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิด ใบหน้ากร้านเกรียมจมูกคมรับเข้ากับคิ้วหนาเชิดขึ้น ขมวดตรงหว่างคิ้วเล็กน้อย ขอบตาลึกดวงตาเป็นประกาย บริเวณหางตาพบเจอริ้วรอยย้นตามสมควร ใบหน้ามันมีรอยแผลเป็นสามสี่แห่ง คล้ายถูกของมีคมเชือดเฉือนด้วยความเร็ว ด้วยเพราะแผลเหล่านั้นเล็กยิ่งแต่ลึกยิ่ง&#160; ทว่าถูกกลบหายด้วยรอยเปรอะเปื้อนของโคลนดิน เมื่อยามฝนตกโชกหนัก จึงเห็นว่าเมื่อถูกชำระล้างแล้ว มันเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าคมเข้มผู้หนึ่ง แต่มันก็หานำพาไม่ ใบหน้าของมันในบางครั้งคล้ายกับสามารถลอกออกมาได้อีกหนึ่งชั้น ด้วยเพราะโคลนที่พอกไล้ใบหน้าของมันนั้น เมื่อผสมปนเข้ากับฝุ่นดินที่คละคลุ้งด้วยเพราะคนสัญจรไปมา เป็นเช่นดั่งหน้ากากโคลนบางๆหนึ่งชั้น เสื้อผ้าอาภรณ์คล้ายไม่เป็นชิ้นเป็นกัน กล่าวไปคล้ายเป็นผ้าฝ้ายหลายชิ้นเย็บติดรวมเป็นผืนเดียว ผูกมัดรัดรอบกายด้วยด้วยเชือกฟางเส้นเท่าข้อนิ้ว เกรอะไปด้วยคราบดินและไขมันสัตว์ ผู้รัดเพียงหลวมๆไม่แน่หนาแต่อย่าใด ในบางครั้งครามันเดินเหินด้วยอาการติดขัดด้วยเพราะผ้าที่มันใช้พันรัดรอบกายนั้นหลุดล่วงลงกองกับพื้น แต่มันก็หาได้ใส่ใจ เพียงหยิบชิ้นผ้าขึ้นมาพาดใส่เนื้อตัว เดินเหินไปมาไม่นำพาสายตาผู้คน เบื้องหลังมันมีถุงผ้าใบหนึ่ง ใช้เก็บสิ่งของสองสามชิ้น เป็นกล่องไม่เก่าแก่ชิ้นหนึ่ง ภายในนั้นไม่มีใครทราบได้ว่าซุกซ้อนสิ่งของอันใดไว้ ไม่เคยมีผู้ใดคิดถามไถ่สอดรู้อยากเห็น ด้วยเพราะกลิ่นไอเนื้อตัวมันนั้นฉุนเฉียวเปรี้ยวใจเหลือต้านทาน สำหรับผู้คนธรรมดาสามัญไฉนปล่อยเนื้อตัวให้เหม็นคละคลุ้งปานนี้ มันเป็นผู้ใด? บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิดหันไปมองหน้าบุรุษที่สอง อาการที่แสดงออกทางใบหน้า เชิงถามไถ่ มันนั่งอยู่เป็นประจำตรงนั้น : บุรุษที่สองไคร่ครวญ มันมีที่ทางประจำตรงนั้น ตรงถัดจากประตูเมืองไปทางด้านขวา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=87&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="P0401217LA" height="99" alt="P0401217LA" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la-thumb.jpg?w=450&#038;h=99&#038;h=99" width="450" border="0" /></a></p>
<p align="left"><strong>กระบี่ไร้ยางอาย </strong><strong>ตอน ๕ : คนพเนจร</strong></p>
<p align="right"><font size="2"><font color="#804040">&#160;<strong>ประตูเมืองทิศตะวันออก</strong></font></font></p>
<p align="right"><strong><font color="#804040" size="2">ผู้คนสัญจรมีมาก</font></strong></p>
<p align="right"><strong><font color="#804040" size="2">บ้างค้าขาย-บ้างติดต่อแจ้งข่าว</font></strong></p>
<p align="right"><strong><font color="#804040" size="2">บ้างยืนเฝ้าคอยผู้คนคืนเรือน</font></strong></p>
<p align="right"><font color="#804040" size="2"><strong>คนเฝ้าประตูได้แต่ยืนมอง</strong></font></p>
<p align="right"><strong><font color="#804040" size="2">…</font></strong></p>
</p>
<p> <span id="more-87"></span>
</p>
<p><strong><font color="#804040" size="2">ประตูเมืองใช่มีเพียงคนเฝ้าประตู</font> : <font size="2">บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิด </font></strong></p>
<p><font size="2">ใบหน้ากร้านเกรียมจมูกคมรับเข้ากับคิ้วหนาเชิดขึ้น ขมวดตรงหว่างคิ้วเล็กน้อย ขอบตาลึกดวงตาเป็นประกาย บริเวณหางตาพบเจอริ้วรอยย้นตามสมควร ใบหน้ามันมีรอยแผลเป็นสามสี่แห่ง คล้ายถูกของมีคมเชือดเฉือนด้วยความเร็ว ด้วยเพราะแผลเหล่านั้นเล็กยิ่งแต่ลึกยิ่ง&#160; ทว่าถูกกลบหายด้วยรอยเปรอะเปื้อนของโคลนดิน </font></p>
<p><font size="2">เมื่อยามฝนตกโชกหนัก จึงเห็นว่าเมื่อถูกชำระล้างแล้ว มันเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าคมเข้มผู้หนึ่ง แต่มันก็หานำพาไม่ ใบหน้าของมันในบางครั้งคล้ายกับสามารถลอกออกมาได้อีกหนึ่งชั้น ด้วยเพราะโคลนที่พอกไล้ใบหน้าของมันนั้น เมื่อผสมปนเข้ากับฝุ่นดินที่คละคลุ้งด้วยเพราะคนสัญจรไปมา เป็นเช่นดั่งหน้ากากโคลนบางๆหนึ่งชั้น</font></p>
<p><font size="2">เสื้อผ้าอาภรณ์คล้ายไม่เป็นชิ้นเป็นกัน กล่าวไปคล้ายเป็นผ้าฝ้ายหลายชิ้นเย็บติดรวมเป็นผืนเดียว ผูกมัดรัดรอบกายด้วยด้วยเชือกฟางเส้นเท่าข้อนิ้ว เกรอะไปด้วยคราบดินและไขมันสัตว์ ผู้รัดเพียงหลวมๆไม่แน่หนาแต่อย่าใด ในบางครั้งครามันเดินเหินด้วยอาการติดขัดด้วยเพราะผ้าที่มันใช้พันรัดรอบกายนั้นหลุดล่วงลงกองกับพื้น แต่มันก็หาได้ใส่ใจ เพียงหยิบชิ้นผ้าขึ้นมาพาดใส่เนื้อตัว เดินเหินไปมาไม่นำพาสายตาผู้คน</font></p>
<p><font size="2">เบื้องหลังมันมีถุงผ้าใบหนึ่ง ใช้เก็บสิ่งของสองสามชิ้น เป็นกล่องไม่เก่าแก่ชิ้นหนึ่ง ภายในนั้นไม่มีใครทราบได้ว่าซุกซ้อนสิ่งของอันใดไว้ ไม่เคยมีผู้ใดคิดถามไถ่สอดรู้อยากเห็น ด้วยเพราะกลิ่นไอเนื้อตัวมันนั้นฉุนเฉียวเปรี้ยวใจเหลือต้านทาน สำหรับผู้คนธรรมดาสามัญไฉนปล่อยเนื้อตัวให้เหม็นคละคลุ้งปานนี้</font></p>
<p><font size="2">มันเป็นผู้ใด? บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิดหันไปมองหน้าบุรุษที่สอง อาการที่แสดงออกทางใบหน้า เชิงถามไถ่</font></p>
<p><strong><font color="#804040" size="2">มันนั่งอยู่เป็นประจำตรงนั้น</font> :<font size="2"> บุรุษที่สองไคร่ครวญ</font></strong></p>
<p><font size="2">มันมีที่ทางประจำตรงนั้น ตรงถัดจากประตูเมืองไปทางด้านขวา มีคอกม้าเล็กๆหน้า ‘โรงเตี๊ยมกระจ่างจันทร์’ บริเวณสังสรรค์ของผู้คนมีกันจะกินแลเกือบจะไม่มีกิน ผู้คนมักเหลียวมองมันเสมอเมือเดินเข้าออก มีไม่น้อยที่โยนชิ้นอาหารเศษเงินให้กับมัน เพียงหวังว่าจะเห็นมันให้ความค้อมคารวะ ในความเอื้ออารีต่อผู้คน </font></p>
<p><font size="2">เปล่าเลย… มันกลับไม่สนใจใยดี เพียงใช้มือเท้ากวาดเศษเงินทองข้าวของประดามีทิ้งไปข้างๆเสียหมด ล้มตัวลงนอนไม่อนาทรร้อนใจ กรอกลูกตาไปมาเหมือนในใจนึกรำคาญผู้คนที่มักโยนข้าวของเกะกะที่นอนของมัน หัวของมันวางลงบนต้นแข็นอันอัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อ สุนัขข้างทางบางครั้งอาศัยมันผู้นี้เป็นแห่งหนในการอิงแอบหาไออุ่น รุ่งเช้ามันตื่นขึ้นมาเพียงผลักไสด้วยปลายเท้าหนึ่งขวับ </font></p>
<p><font size="2">ที่นอนของมันบางครั้งเป็นพื้นราบเรียบ สามารถเหยียดยาวได้เต็มตัว บางครั้งเป็นมุมผนังซอกกำแพงเมืองอันชื้นแฉะเพียงมันสามารถแหมะแทรกกายได้ นั่นนับเรียกได้ว่าเป็นที่นอน</font></p>
<p><font size="2">ต่อแสงแดดกลางวัน มันคิดนึกอยากร้อนก็ร้อน คิดหนาวก็หนาว&#160; เมื่อฝนตกเพียงเดินหลบเข้าหาชายคาเรือนใกล้เคียง คิดอยากล้มนอนก็นอนแม้จะเป็นเวลากลางวันก็ตามที หากแต่ยามค่ำคืนมันกลับนั่งพิงหลังเข้าหากำแพงเมือง นิ่งสงบแหงนมองฟากฟ้า&#160; </font></p>
<p><font size="2">ราตรีที่แสงดาวพราวระยับมันจ้องมองระยิบแสงเหล่านั้นด้วยอาการสงบ สีหน้าคล้ายครุ่นคิด วางมือพาดกวาดไปมาราวกับกำลังรังสรรค์จิตนากรรมท่ามกลางอากาศธาตุ</font></p>
<p><font size="2">ยาวนานตราบถึงรุ่งอรุณ ราวกับว่ากำลังค้นหาความเร้นลับบางประการจากความมืดมิดในเวิ้งฟ้า </font></p>
<p><font size="2">เคหะสถานของมันคล้ายยิ่งใหญ่เทียมโลกหล้า เอาพสุธาเป็นพื้นนั่งโรงนอน ท้องฟ้าคล้ายหลังคาห่มคลุม อุ่นไอราตรีด้วยสุนัขจรจัดสามสีตัว ใบหน้ามันเรียบเฉยไม่อาจแยกแยะได้ว่าขณะนั้นมันสุขมันทุกข์หรือรื่นเริงใจ</font></p>
<p><font size="2">มันกินอะไร? ผักหญ้าตามรายทางคืออาหาร ได้เศษข้าวในจานเครื่องเซ่นบูชา มันมิได้แย่งชิงของกินกับผู้คน แต่มันกลับแย่งชิงเครื่องเซ่นไหว้จากเทพเทวาตามศาลเจ้า&#160; แต่ก็ไม่มีผู้ได้เอาความ คนเหล่านั้นเพียงสวดส่งให้เทพยดาลงทัณฑ์มันด้วยตัวท่านเอง ด้วยเพราะไม่อยากลดตัวลงมามีปากเสียงกับมัน</font></p>
<p><font size="2">ผ่านไปสองอาทิตย์ เทพเทวายังปราณีมันอยู่? บุรุษที่สองหันหน้าไปหาบุรุษที่สาม คล้ายต้องการความเห็น</font></p>
<p><strong><font color="#804040" size="2">มันมาถึงเมืองนี้ได้เพียงสองอาทิตย์</font> : <font size="2">บุรุษที่สามไตร่ตรอง</font></strong><font size="2">&#160;</font></p>
<p><font size="2">ตลอดทั้งวันหากแยกแยะช่วงเวลาที่มันกระทำเรื่องราว<strong> </strong>เช้าบางครั้งตื่นนอน บางครั้งหลับไหลคล้ายซากศพ เมื่อตื่นขึ้นมาแลมองซ้ายขวา จากนั้นยกมือทั้งสองข้าง เพียงบิดร่างกายไปมา&#160; เสียงกระดุกลั่นเป็นช่วงๆ จากนั้นถือถุงผ้าเก่าๆใบนั้นเดินไปเดินมา ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเดินไปยังแห่งหนใด ไปเมื่อใด กลับมายังตรงที่แห่งเดิมเมื่อใด </font></p>
<p><font size="2"><strong>‘ไม่มี’</strong> บุรุษที่สองแสดงความเห็น<strong> ‘ไม่อาจคาดเดา’</strong> บุรุษที่หนึ่งส่งเสริม ความเห็นแรก</font></p>
<p><font size="2"><strong>‘ไม่น่าไว้วางใจ’</strong> บุรุษที่สามสรุป สีหน้ามันเคร่งเครียด </font></p>
<p><font size="2">ความได้ว่าผู้คนที่กระทำตัวเช่นนี้เป็นผู้คนที่น่ากลัวที่สุด มันจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด ไม่มีใครล่วงรู้หมายกำหนดล่วงหน้า </font></p>
<p><font size="2"><strong>“มันอาจเป็นมือสังหาร”</strong> บุรุษที่สองออกความเห็น </font></p>
<p><font size="2">“ไฉนท่านคิดว่ามันเป็นมือสังหาร?แล้วมันคิดสังหารผู้ใด?” บุรุษที่สามฉงนสงสัย</font></p>
<p><font size="2">“โรงเตี๊ยมกระจ่างจันทร์ มีผู้คนเข้าออกมากมาย ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้มีอำนาจในทางการค้า เรื่องผลประโยชน์มากมายมักพูดจากันในสถานที่แห่งนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันทำทีเป็นคนบ้าใบ้ แทรกตัวเขามาในเมืองเพื่อลอบสังหารใครบางคน” </font></p>
<p><font size="2">“มันอาจเป็นเพียงคนยากไร้คนหนึ่งก็เป็นได้?” </font></p>
<p><font size="2">“มันกลับไม่สนใจเงินทองที่ผู้คนยื่นให้ ผู้คนทั่วไปไฉนชืดชาต่อทรัพย์สินเงินทอง”</font></p>
<p><font size="2">“มีเหตุผล เป็นข้าพเจ้าไฉนเลยไม่รับเศษเงินเศษทองเหล่านั้น”</font></p>
<p><font size="2">“นั่นเพราะมันมีเงินทองก้อนหนึ่งรอมันอยู่”</font></p>
<p><font size="2">“อืมม์-มันคิดสังหารผู้ใดกันนะ?”</font></p>
<p><font size="2">บุรุษที่สองออกความเห็นคล้ายกับได้พิจารณาท่าทีของคนผู้นี้อย่างถ้วนถี่ “ผลประโยชน์ ผลประโยชน์เท่านั้นที่ทำให้ผู้คนคิดสังหารกัน” มันกล่าวตบท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทอดหายใจอาลัยโลกหล้า</font></p>
<p><font size="2">“มีความเป็นไปได้-ท่านเล่าคิดเห็นประการใด?” บุรุษที่สามเหลียวมองบุรุษที่หนึ่ง </font></p>
<p><font size="2">“ข้าพเจ้าว่ามันกลับเป็น ‘<strong>สายลับของทางราชการ’ </strong>ลักลอบเข้ามาสืบข่าว”</font></p>
<p><font size="2">“ข่าวคราอันใด?”</font></p>
<p><font size="2">“การทุจริต ฮั๊วประมูลโครงการ ธุระกิจการค้าไฉนเจรจาในที่ลับ”</font></p>
<p><font size="2">“อ่า-มีเหตุผล” มันหยุดครุ่นคิดเล็กน้อย “ไฉนต้องปลอมแปลงถึงเพียงนั้น” มันตั้งคำถามเพื่อความแน่ใจ </font></p>
<p><font size="2">“อืมม์- นั่นสิ” </font></p>
<p><font size="2">บุรุษที่หนึ่งคิดเนิ่นนาน มันนึกไม่ออกว่ายังมีอยู่อีกหรือไม่ในเวลานี้ ที่คนจากทางการจะปลอมตัวลงมา ดูความเป็นอยู่ของผู้คน เหมือนสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ที่ทรงชอบปลอมแปลงเป็นสามัญชนออกมานอกกำแพงวัง เพื่อตรวจดูความเป็นอยู่ของผู้คน</font></p>
<p><font size="2">“หรือมันอาจเป็น..สมณะผู้บรรลุธรรม” บุรุษที่หนึ่งกล่าวออกสีหน้ามันมั่นใจยิ่ง</font></p>
<p><font size="2">บุรุษที่สามหลังจากที่มันไตร่ตรองดูแล้ว รู้สึกเหน็ดเหนื่อยใจอย่างบอกไมถูกเพียงกล่าวออกไปว่า..</font></p>
<p><font size="2"><strong>“จับตาดูมันสืบไปอีกระยะ”</strong> </font></p>
<p><font size="2">น้ำเสียงมันคล้ายออกคำสั่ง </font></p>
<p><font size="2">&#160;</font></p>
<p><strong><font color="#804040" size="2">มันหายไปแล้ว</font> : <font size="2">บุรุษที่สามคิดอยากดื่มสุราให้เมามาย</font></strong><font size="2">&#160;</font></p>
<p><font size="2">สามวันต่อมา สิ่งที่ควรอยู่ตรงนั้นกลับไม่อยู่แล้ว บุรุษผู้นั้นหายไป ข้าวของข้างกายมันนั้นก็พลันหายไปด้วย บุรุษที่หนึ่งบอกกล่าวถึงสิ่งเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นให้บุรุษที่สามรับทราบ</font></p>
<p><font size="2">“มันหายไปจริงๆ” บุรุษที่สามครุ่นคิด “เจ้าใช่เฝ้าดูมันตลอดเวลาหรือไม่”</font></p>
<p><font size="2">“อย่างน้อยที่สุดตอนข้าพเจ้าถ่ายหนัก นอกนั้นข้าพเจ้ามิปล่อยให้มันคลาดสายตา”</font></p>
<p><font size="2">“แล้วปลดเบาเจ้าเล่า?” </font></p>
<p><font size="2">บุรุษที่หนึ่งไม่ตอบ คล้ายเป็นความลับประการหนึ่ง บุรุษที่สามระบายลมหายใจออกคล้ายชีวิตมันได้คลี่คลายเรื่องราวบางประการ มันมองออกไป</font></p>
<p><font size="2">“เถ้าแก่หลง สุราที่ข้าพเจ้าวานฝากฝังท่านไว้เมื่อคราวก่อน ข้าพเจ้าคิดดื่มกินให้เมามาย” บุรุษที่สามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เหมือนผู้คนเพิ่งเสร็จสิ้นภาระกิจบางประการ </font></p>
<p><font size="2">บุรุษที่หนึ่งหันขวับ เสมองมาที่บุรุษที่สาม “สิ่งของแลกเปลี่ยนคราวก่อนยังคงเหลืออยู่งั้นรึ?” มันเค้นถามบุรุษที่สาม “ที่แท้ท่านยังมีแอบซุกซ้อน”</font></p>
<p><font size="2">“ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่ช่างร้ายกาจ” มันยิ้ม-ส่งสายตากรุ่มกริ่ม “ร้ายกาจได้ประเสริฐ”</font></p>
<p><font size="2">“นั่นเป็นส่วนของข้า เจ้ามีอันใดข้องเกี่ยว” บุรุษที่สามยิ้มเย้ยบุรุษที่หนึ่งค้อนขวับ</font></p>
<p><font size="2">บุรุษที่สองวิ่งหน้าตื่นออกมาจากหลังร้าน สีหน้ามันไม่สู้ดีนัก มือไม้ชี้ให้บุรุษที่หนึ่งและสองเข้าไปดูเรื่องราวประการหนึ่ง</font></p>
<p><font size="2">“หายไป”</font></p>
<p><font size="2">“อันใดหายไป?” บุรุษที่สามสงสัย</font></p>
<p><font size="2">“สุรา” บุรุษที่สองกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ</font></p>
<p><font size="2">“สุราของข้าพเจ้า” บุรุษที่สามน้ำเสียงหงุดหงิด</font></p>
<p><font size="2">“ทั้งหมด”</font></p>
<p><font size="2">“ของข้าพเจ้าด้วยงั้นรึ?” บุรุษที่หนึ่งโพล่งขึ้นมาใบหน้าถอดสี</font></p>
<p><font size="2">“ของเจ้ามีด้วยงั้นรึ?” บุรุษที่สองหันขวับ สายตาเพ่งมองมาที่บุรุษที่หนึ่ง</font></p>
<p><font size="2">“อ่อ- ข้าพเจ้าคล้ายนึกได้ว่าไม่มี” มันตอบพร้อมกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณโรงเก็บของของโรงเตี๊ยม</font></p>
<p><font size="2">พบเจอกล่องไม้กล่องหนึ่ง เป็นกล่องไม้เก่าคร่ำครา เนื้อไม้สีสันซีดจางจนไม่อาจพบเห็นลวดลายที่เขียนไว้แต่เดิม บุรุษที่หนึ่งหยิบกล่องไม้นั้นขึ้นมา มันทั้งสามคล้ายเข้าใจเรื่องราวต่างๆกระจ่างชัดเจน </font></p>
<p><font size="2">“มันอาจเป็นเพียงคนพเนจร” บุรุษที่สองกล่าวออก น้ำเสียงหมดอาลัยในชีวิต</font></p>
<p><font size="2">“ซินแสเกาท่านเห็นว่าเป็นเช่นไร?” บุรุษที่หนึ่งเอ่ยถามบุรุษที่สาม</font></p>
<p><font size="2"><strong>“ข้าพเจ้าบอกแล้ว-ว่ามันไม่น่าไว้วางใจ”</strong> บุรุษที่สามเอ่ยความขณะที่มือหนึ่งตบไหล่บุรุษที่สองเพียงแผ่วเบา</font></p>
<p align="center"><font size="2">- &#8211; -</font></p>
<p align="center"><font size="2">กล่องไม้ร่วงหล่นลงพื้น คงเหลือเพียงความว่างเปล่าภายใน</font></p>
<p align="center"><font size="2">บุรุษที่สามรู้สึกปวดแปลบที่ท้องน้อย ขนลุกชูชัน</font></p>
<p align="center"><font size="2">มันรู้สึกอยากปลดเบา</font></p>
<p align="center"><strong><font color="#804040" size="2">เพียงเจ็บใจที่ไหสุราของมันหาได้อยู่ตรงที่เดิม</font></strong></p>
<p align="center"><font size="2">- จบตอน -</font></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/87/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/87/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=87&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/04/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%95-%e0%b8%84%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la-thumb.jpg?w=450&#38;h=99&#38;h=99" medium="image">
			<media:title type="html">P0401217LA</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๔ : สุนัขรับใช้</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/04/13/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%94-%e0%b8%aa%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/04/13/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%94-%e0%b8%aa%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 02:10:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/04/13/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%94-%e0%b8%aa%e0%b8%b8/</guid>
		<description><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๔ : สุนัขรับใช้ ฟ้าเปิดกระจ่างโล่ง อากาศแจ่มใส สายลมโชยเย็นเมื่อพริ้วผ่านผิวน้ำแลพุ่มไม้ชุ่มชื้น กาลเวลาเช่นนี้ ผู้คนมักนั่งเฝ้ามองธรรมชาติ ยังมีเวลาใดเล่าที่เหมาะสมลงตัวเพียงนี้ - &#8211; - ซินแสเกา ก็คิดเช่นนั้นอยู่บ่อยไป ในเวลาที่มันวางมือจากภาระกิจต่างๆที่เร่งรัด ผู้คนเมื่อถึงเวลาควรผ่อนพักเสียบ้าง ผู้ใดไม่รู้ตน เฝ้ากระทำการต่างๆวุ่นวายในวิถีชีวิตประจำวันจนเกินเวลาอันควร คนผู้นั้นไม่ต่างจากทาสที่เป็นข้ารับใช้กิเลสตัญหา ตัญหาผู้คนมีหลากหลาย บ้างคือความกระหายอยากอันชื่อเสียงลาภยศ บ้างโหยหิวความอร่อยรสทางเนื้อหนังมังสา&#160; ซินแสเกาเป็นเช่นนั้นหรือไม่&#160; แน่นอน มันเป็นปุถุชนสามัญ ไม่อาจหลบเร้นกฏเกณฑ์สามัญของกระแสสังคมได้ มันกระหายอันใด? “สุราอย่างดี” มันกล่าวต่อคู่สนทนา ผู้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามมันนั้น เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง ใบหน้าขาวผ่องสีหน้าแววตาสุขุมรุ่มรวย มือข้างหนึ่งไพล่ไปข้างหลัง มืออีกข้างหนึ่งถือพัดจีบทำจากไม้สมุนไพรฉลุลายงดงาม เมื่อโบกพัดไปมาแล้วเกิดกลิ่นหอมเจือจาง เพียงพอให้ผู้สูดรับเกิดความกระจ่างแจ่มใส ชาวบ้านร้านค้าเรียกขานคนผู้นี้ว่า ‘กงจื้อกะไหล่เงิน’ “ค่าตอบแทนของท่านเพียงเท่านั้น” กงจื้อกะไหล่เงินย้ำถามความแน่ใจ “เพียงเท่านั้นสำหรับข้าพเจ้า ทว่ามากมายสำหรับข้าพเจ้า” ซินแสเกากล่าวออกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ภายใจมันคิดเห็นเช่นนั้นจริงตามคำกล่าว กล้องยาโรยควันฉุนเบื้องหน้า กงจื้อกะไหล่ทองเพียงมองด้วยสายตาไม่น่าเชื่อถือ คนผู้นี้มองผู้คนจากศีรษะจรดปลายเท้า “ท่านไฉนมั่นใจว่าสามารถค้นพบเจอมันโดยง่ายดาย” “เฮอะ- บ้านเมืองเราใช่ว่ากว้างใหญ่เกินไป ไฉนสุนัขเพียงตัวเดียวเราจึงไม่สามารถหาพบ” สุนัขพันธ์ดีของกงจื้อกะไหล่เงินสูญหาย ดูมันร้อนใจยิ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=85&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="left"><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><img title="P0401217LA" height="99" alt="P0401217LA" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la-thumb.jpg?w=450&#038;h=99&#038;h=99" width="450" border="0" /></a></p>
<p align="left"><strong>กระบี่ไร้ยางอาย </strong><strong>ตอน ๔ : สุนัขรับใช้</strong></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">ฟ้าเปิดกระจ่างโล่ง </font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">อากาศแจ่มใส </font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">สายลมโชยเย็นเมื่อพริ้วผ่านผิวน้ำแลพุ่มไม้ชุ่มชื้น </font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">กาลเวลาเช่นนี้ </font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">ผู้คนมักนั่งเฝ้ามองธรรมชาติ</font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">ยังมีเวลาใดเล่าที่เหมาะสมลงตัวเพียงนี้</font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">- &#8211; -</font></p>
<p> <span id="more-85"></span>
<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p><font color="#000000" size="2"><strong></strong></font></p>
<p><font color="#000000"><font size="2"><strong>ซินแสเกา</strong> ก็คิดเช่นนั้นอยู่บ่อยไป ในเวลาที่มันวางมือจากภาระกิจต่างๆที่เร่งรัด ผู้คนเมื่อถึงเวลาควรผ่อนพักเสียบ้าง ผู้ใดไม่รู้ตน เฝ้ากระทำการต่างๆวุ่นวายในวิถีชีวิตประจำวันจนเกินเวลาอันควร คนผู้นั้นไม่ต่างจากทาสที่เป็นข้ารับใช้กิเลสตัญหา</font></font></p>
<p><font color="#000000" size="2">ตัญหาผู้คนมีหลากหลาย บ้างคือความกระหายอยากอันชื่อเสียงลาภยศ บ้างโหยหิวความอร่อยรสทางเนื้อหนังมังสา&#160; ซินแสเกาเป็นเช่นนั้นหรือไม่&#160; แน่นอน มันเป็นปุถุชนสามัญ ไม่อาจหลบเร้นกฏเกณฑ์สามัญของกระแสสังคมได้</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">มันกระหายอันใด?</font></p>
<p><font color="#000000" size="2"><img title="DSC01220" style="display:block;float:none;margin-left:auto;margin-right:auto;border-width:0;" height="374" alt="DSC01220" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/04/dsc01220-thumb.jpg?w=450&#038;h=374" width="450" border="0" /></font></p>
<p><font color="#000000"><font size="2"><strong>“สุราอย่างดี”</strong> มันกล่าวต่อคู่สนทนา</font></font></p>
<p><font color="#000000" size="2">ผู้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามมันนั้น เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง ใบหน้าขาวผ่องสีหน้าแววตาสุขุมรุ่มรวย มือข้างหนึ่งไพล่ไปข้างหลัง มืออีกข้างหนึ่งถือพัดจีบทำจากไม้สมุนไพรฉลุลายงดงาม เมื่อโบกพัดไปมาแล้วเกิดกลิ่นหอมเจือจาง เพียงพอให้ผู้สูดรับเกิดความกระจ่างแจ่มใส ชาวบ้านร้านค้าเรียกขานคนผู้นี้ว่า ‘กงจื้อกะไหล่เงิน’ </font></p>
<p><font color="#000000" size="2">“ค่าตอบแทนของท่านเพียงเท่านั้น” กงจื้อกะไหล่เงินย้ำถามความแน่ใจ</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">“เพียงเท่านั้นสำหรับข้าพเจ้า ทว่ามากมายสำหรับข้าพเจ้า” ซินแสเกากล่าวออกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ภายใจมันคิดเห็นเช่นนั้นจริงตามคำกล่าว กล้องยาโรยควันฉุนเบื้องหน้า กงจื้อกะไหล่ทองเพียงมองด้วยสายตาไม่น่าเชื่อถือ คนผู้นี้มองผู้คนจากศีรษะจรดปลายเท้า</font></p>
<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p><font color="#000000" size="2">“ท่านไฉนมั่นใจว่าสามารถค้นพบเจอมันโดยง่ายดาย”</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">“เฮอะ- บ้านเมืองเราใช่ว่ากว้างใหญ่เกินไป ไฉนสุนัขเพียงตัวเดียวเราจึงไม่สามารถหาพบ” </font></p>
<p><font color="#000000" size="2">สุนัขพันธ์ดีของกงจื้อกะไหล่เงินสูญหาย ดูมันร้อนใจยิ่ง เมื่อทราบว่าผู้กว้างขวางในเมืองกลับเป็นซินแสเกาผู้มีสายตากว้างไกล มันถึงกับเร่งรีบเดินทางมาพบเจอ ส่วนหนึ่งเกิดจากเพราะผู้ที่สามารถพึ่งพาได้อันดับหนึ่งของเมือง ‘สหายใต้หล้า’ พลันสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย&#160; ผู้ที่คนสามารถช่วงใช้ได้ความจึงเห็นจะมีแต่ซินแสเกาเพียงเท่านั้น</font></p>
<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/04/dsc01221.jpg"><font color="#000000" size="2"><strong><img title="DSC01221" style="display:inline;border-width:0;margin:0 15px 0 0;" height="240" alt="DSC01221" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/04/dsc01221-thumb.jpg?w=136&#038;h=240" width="136" align="left" border="0" /></strong></font></a><font color="#000000"><font size="2"><strong>กงจื้อกะไหล่เงิน</strong> ลดตัวลงมาพึ่งพิงซินแสเกานับว่าเหนือความคาดหมายของผู้คน คนเช่นมันเดิมทีนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างเพียบพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าเงินทองทรัพย์สมบัติอันมากมาย สุนัขตัวนี้มีความสำคัญอย่างไรกับมันหนักหนา ถึงสามารถผลักไสความเย่อหยิ่งของคนผู้ออกจากไป </font></font></p>
<p><font color="#000000" size="2">คนเช่นมันนั้นรักเอ็นดูสุนัขมากมายอย่างงงั้นหรอกหรือ? </font></p>
<p><font color="#000000" size="2">เปล่าเลย สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขที่มันได้รับต่อมาจากเจ้าเมือง ใต้เท้ามักเดินทางไปเยี่ยมเยือนคฤหาสน์ของมันอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งมักชมชอบแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเลี้ยงดูสุนัข สุนัขที่กงจื้อกะไหล่เงินเลี้ยงไว้มีมากมายหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ได้รับจากพ่อค้าต่างแดนที่นำมาเป็นของกำนัลเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีกับกงจื้อชายนายนี้</font></p>
<p><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p><font color="#000000" size="2">สุนัขมากมายจึงอยู่ในการครอบครองของกงจื้อกะไหล่เงิน ทั้งพันธุ์สวยงามที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ ทั้งสุนัขสายพันธุ์ดุร้ายที่เลี้ยงไว้เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายที่เฝ้าคอยอยู่รอบนอกกำแพงคฤหาสน์ของมัน </font></p>
<p><font color="#000000"><font size="2"><strong>ทรัพย์สมบัติมากมาย</strong> ความยุ่งวุ่นวายก็มากตามมาเช่นกัน กงจื้อกะไหล่เงินแทบไม่มีเวลาผ่อนพักให้กับตัวเอง เนื่องด้วยเวลาทั้งหมดของมัน หมดไปกับการทำการค้าและการเฝ้าคอยระวังป้องกันสิ่งของที่มันสร้างสะสมมา ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นไม่สามารถดูแลตัวเองได้ มันจึงต้องเสียเงินมากมายในการจ้างวานยามรักษาการคอยเฝ้าดูแลทรัพย์สินเหล่านั้น มันจับจ่ายไปกับเรื่องราวเหล่านี้มากมายจนผู้คนในเมืองกล่าวขานว่า มันเป็นผู้ร่ำรวยความปลอดภัย</font></font></p>
<p><font color="#000000" size="2">หลายคนกล่าวถึงว่ามันมีบริวารช่วงใช้มากมาย ทว่าในทางกลับกันมันเองก็เป็นดั่งคล้ายเป็นบริวารของสิ่งเหล่านั้นอีกชั้นหนึ่ง ไม่ต่างจากสุนัขรับใช้ของทรัพย์สมบัติที่กองล้นในท้องเรือนคฤหาสน์</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">สุนัขตัวที่สูญหายดูไปไม่แตกต่างจากสมบัติชนิดหนึ่งของมัน กงจื้อกะไหล่เงินรู้สึกอับอายขายหน้าผู้คนและรู้สึกผิดต่อเจ้าเมืองผู้ที่มอบสุนัขตัวนี้เป็นของขวัญต่อมัน เมื่อรู้สึกยึดติดกับมัน ย่อมไม่อาจหลีกพ้นความเป็นข้าทาสของสิ่งเหล่านั้น</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">สหายใต้หล้ากระหายอยากมิตรภาพ สุราและเงินทอง</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">ซินแสเกาก็เช่นกัน เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าผู้คนไม่ว่าผู้ใดก็ตาม หากไม่สามารถหักห้ามความกระหายอยากในสิ่งที่ไม่สามารถก่อกำเนิดจากภายในได้ มันผู้นั้นย่อมตกเป็นทาสรับใช้ของสิ่งเหล่านั้นไปโดยไม่อาจต้านทาน</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">“ท่านกลับไปรอที่เรือนท่านก่อนเถอะ รุ่งเช้าข้าพเจ้าค้นหาสุนัขของท่านแล้วจึงนำมันไปส่งถึงที่แน่นอน” ซินแสเกากล่าวย้ำชัดเจนด้วยน้ำเสียงมั่นคง</font></p>
<p><font color="#000000" size="2"><strong>“รบกวนท่านผู้อาวุโสแล้ว”</strong> กงจื้อกะไหล่เงินกล่าวคารวะพร้อมหันหลังเดินกลับไปยังหนทางที่จากมา </font></p>
<p><font color="#000000" size="2">ซินแสเกามองแผ่นหลังของกงจื้อกะไหล่เงินอย่างเงียบงัน มันขณะนั้นมองขึ้นไปบนฟากฟ้า เวลายามราตรีพาดผ่านมาถึงแล้ว สุนัขมากมายเริ่มเดินออกมาจากเงื้อมเงามืด ส่วนหนึ่งเดินทางเข้าหาเศษอาหารตามถังขยะหน้าร้านเรือนผู้คน ส่วนหนึ่งห้อมล้อม สุนัขเพศเมียเพื่อเฝ้าคอยบรรยากาศอันเหมาะสม </font></p>
<p><font color="#000000" size="2">ซินแสเกามองเห็นภาพเหล่านั้นจนคุ้นชิน ท้องถนนไม่ว่าแห่งหนใดมักพบเจอสุนัขเหล่านี้ มีมากมายที่เคยเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผู้คนต้องการเลี้ยงดู และไร้ค่าคู่ควรในการดำรงอยู่ร่วมเรือนเมื่อความลุ่มหลงเสื่อมคลาย</font></p>
<p><font color="#000000" size="2">วิถีชีวิตผู้คนไฉนผิดแผกแตกต่างจากนี้ ผิดกันที่เพียงเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เราส่วมใส่ก็เพียงเท่านั้น ซินแสเกาลุกจากที่นั่งเดินผ่านตรอกซอยมืดมิด ผ่านไปหลายช่วงตึก พบเจอห้องห้องหนึ่งจุดดวงไฟเรืองอุ่น ซินแสเกาเดินเข้าไปภายใน พบเจอคนผู้หนึ่งนั่งเงียบงันอยู่ภายใน</font></p>
<p><font size="2">“<font color="#000000">ท่านเป็นเช่นไรแล้ว” ซินแสเกาถามไถ่</font></font></p>
<p><font size="2">“<font color="#000000">ข้าพเจ้าดีขึ้นมาก” คนผู้นั้นเอ่ยตอบ สีหน้าของมันคล้ายคนได้รับบาดเจ็บ แววตาก่อนหน้านั้นหม่นหมอง หากแต่เมื่อพบเจอซินแสเกา มันกลับมีสีหน้าดีขึ้น น้ำเสียงแจ่มใสยิ่งขึ้น มันหาใช่ใครอื่น ‘สหายใต้หล้า’ นั่นเอง มันไฉนหลบซ่อนตัวได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ คงมีเพียงซินแสเกาเท่านั้นที่ทราบเรื่อง</font></font></p>
<p><font size="2"><strong>ซินแสเกาสีหน้าผ่อนคลาย</strong> กวาดตามองโดยรอบห้อง พบเจอบางสิ่งบางอย่าง ใบหน้ายิ่งผ่อนคลายยิ่งขึ้น “ท่านยังไม่ได้จัดการมัน”</font></p>
<p><font size="2">“ข้าพเจ้าคิดรอท่านกลับมาก่อน” </font></p>
<p><font size="2">“อ่อ- ข้าพเจ้าคิดแลกเปลี่ยนสุราชั้นดีกับสิ่งๆนี้”</font></p>
<p><font size="2">“สุรานั้นมีค่ามากมาย”</font></p>
<p><font size="2">“ย่อมมีมากมายยิ่ง”</font></p>
<p><font size="2">“นั่นย่อมแล้วแต่ท่าน” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ</font></p>
<p><font size="2">ซินแสเกาเดินเข้าไปถึงสิ่งสิ่งนั้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้สิ่งนั้นอย่างอบอุ่น </font></p>
<p><strong>“</strong><font size="2"><strong>ฮ่ง..”</strong>&#160; </font></p>
<p><font size="2">เสียงนั้นกังวานลึก บ่งบอกว่าเป็นสุนัขพันธุ์ที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดี</font></p>
<p align="center"><font size="2">- &#8211; -</font></p>
<p align="right"><font size="2"><strong>ฟ้าปิดแล้ว</strong> ราตรีมืดมิดคืบคลานคลุมอาณาบริเวณฟากฟ้า</font></p>
<p align="right"><font size="2">ธรรมชาติรับใช้ผู้ใดกัน</font></p>
<p align="right"><font size="2">เปล่าเลย … ไม่มี</font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="right"><font color="#000000" size="2">&#160;</font></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/85/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/85/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=85&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/04/13/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%94-%e0%b8%aa%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la-thumb.jpg?w=450&#38;h=99&#38;h=99" medium="image">
			<media:title type="html">P0401217LA</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/04/dsc01220-thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">DSC01220</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/04/dsc01221-thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">DSC01221</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๓ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/28/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%93-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/28/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%93-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2009 06:27:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบี่ไร้ยางอาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/28/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%93-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; กระบี่ไร้ยางอาย ตอน ๓ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง อากาศร้อนระอุ&#160; ผู้คนเร่าร้อนตามอากาศ สายลมคล้ายอ่อนล้าจากภาระกิจยาวนาน&#160; มันไม่พัดพาอันใด แล้วมีผู้ใดเล่า จักสามารถช่วงใช้มันให้กระทำการ ไม่มี… - ๑ - &#160; “ท่านสั่งให้ฟ้าดินคารวะท่านได้งั้นหรือ?” เสียงคนผู้หนึ่งรำพึงรำพัน “เปล่าเลย” เสียงใครผู้หนึ่งขานรับ กริยาท่าทางมองแล้วมีความหยิ่งถือยศอยู่ในที ท่วงท่าการวางมือเท้านั้น ประหนึ่งผู้สูงศักดิ์อันจริตร้ายในสังคมชั้นสูง “เช่นนั้นแล้วเรายังมีเรื่องราวอันใดที่ต้องเจรจากัน” “ข้าพเจ้าทราบว่างานนี้ยากต่อการตัดสินใจของท่าน&#160; หากแต่ว่า…” เสียงนั้นหรี่เบาจนคล้ายจางหาย คล้ายมีการต่อรองเจรจาความบางประการที่ไม่อาจให้ผู้คนรับรู้ “เฮ๊อะ!! อีกสามวัน ท่านมารับสิ่งของได้” “สมแล้ว สมแล้ว ข้าพเจ้าคิดไม่ผิดที่ไว้วางใจท่าน” สิ้นเสียงผู้คน สิ้นเสียงจอกสุราตอกลงพื้นโต๊ะ บานประตูห้องเจรจาเปิดออก ภายในห้องหลงเหลือผู้คนเพียงหนึ่ง อีกผู้หนึ่งจากไปแล้ว เถ้าแก่หลงหันหน้ามาทางห้องรับรองนั้น กวาดตามองทั่วบริเวณห้อง เดินค้อมศีรษะอย่างอ่อนน้อมเข้ามาใกล้ กระซิบถามคนผู้นั้นว่า&#160; “มันเล่า” “มันไปแล้ว” ผู้คนที่หลงเหลืออยู่เพียงผู้เดียวบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกัน ในมือข้างหนึ่งประคองถ้วยชาไว้ในมือ กลิ่นของมันโรยไปทั่วทั้งห้อง เถ้าแก่หลงเมียงมอง ชาหอมเช่นนี้คงเป็น โชยลี้เฮี้ยง (กลิ่นหอมพันลี้) โรมเตี๊ยมอับจนเช่นมันไฉนเลยมีชาชั้นสูงแห่งเทือกเขาบู๊อี่ซัวรินรับแขก เป็นเพราะแขกผู้นี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสังคม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=79&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">&#160;</font></p>
<p align="justify"><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la.jpg"><font face="Tahoma" size="2"><img title="P0401217LA" height="99" alt="P0401217LA" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la-thumb.jpg?w=450&#038;h=99&#038;h=99" width="450" border="0" /></font></a></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>กระบี่ไร้ยางอาย </strong><strong>ตอน ๓ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง</strong></font></font></p>
<p align="right"><strong><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">อากาศร้อนระอุ&#160; ผู้คนเร่าร้อนตามอากาศ </font></strong></p>
<p align="right"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สายลมคล้ายอ่อนล้าจากภาระกิจยาวนาน&#160; มันไม่พัดพาอันใด </font></p>
<p align="right"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">แล้วมีผู้ใดเล่า จักสามารถช่วงใช้มันให้กระทำการ</font></p>
<p align="right"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong>ไม่มี…</strong></font></p>
<p> <span id="more-79"></span><font face="Tahoma" size="2"></font>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">- ๑ -</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">&#160;</font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>“ท่านสั่งให้ฟ้าดินคารวะท่านได้งั้นหรือ?”</strong> เสียงคนผู้หนึ่งรำพึงรำพัน</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เปล่าเลย” เสียงใครผู้หนึ่งขานรับ กริยาท่าทางมองแล้วมีความหยิ่งถือยศอยู่ในที ท่วงท่าการวางมือเท้านั้น ประหนึ่งผู้สูงศักดิ์อันจริตร้ายในสังคมชั้นสูง </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เช่นนั้นแล้วเรายังมีเรื่องราวอันใดที่ต้องเจรจากัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ข้าพเจ้าทราบว่างานนี้ยากต่อการตัดสินใจของท่าน&#160; หากแต่ว่า…” เสียงนั้นหรี่เบาจนคล้ายจางหาย คล้ายมีการต่อรองเจรจาความบางประการที่ไม่อาจให้ผู้คนรับรู้</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เฮ๊อะ!! อีกสามวัน ท่านมารับสิ่งของได้”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“สมแล้ว สมแล้ว ข้าพเจ้าคิดไม่ผิดที่ไว้วางใจท่าน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สิ้นเสียงผู้คน สิ้นเสียงจอกสุราตอกลงพื้นโต๊ะ บานประตูห้องเจรจาเปิดออก ภายในห้องหลงเหลือผู้คนเพียงหนึ่ง อีกผู้หนึ่งจากไปแล้ว </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">เถ้าแก่หลงหันหน้ามาทางห้องรับรองนั้น กวาดตามองทั่วบริเวณห้อง เดินค้อมศีรษะอย่างอ่อนน้อมเข้ามาใกล้ กระซิบถามคนผู้นั้นว่า&#160; “มันเล่า”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“มันไปแล้ว” </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ผู้คนที่หลงเหลืออยู่เพียงผู้เดียวบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกัน ในมือข้างหนึ่งประคองถ้วยชาไว้ในมือ กลิ่นของมันโรยไปทั่วทั้งห้อง เถ้าแก่หลงเมียงมอง ชาหอมเช่นนี้คงเป็น โชยลี้เฮี้ยง (กลิ่นหอมพันลี้) โรมเตี๊ยมอับจนเช่นมันไฉนเลยมีชาชั้นสูงแห่งเทือกเขาบู๊อี่ซัวรินรับแขก เป็นเพราะแขกผู้นี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสังคม แม้เดินทางไปไหนมาไหนยังต้องพกชาชั้นดีติดกาย ให้บ่าวรับใช้คอยชงจัดหา</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">คนผู้นี้เรียกว่า <strong>ใต้เท้าเหลิง</strong> (เหลิงจากเมืองหลง) ขุนนางแห่งเมืองหลงเจี๊ย คนผู้นี้เดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อช่วงใช้ให้สหายใต้หล้ากระทำเรื่องราวเรื่องหนึ่ง เถ้าแก่หลงไหนเลยยอมเชื่อว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องดีงาม </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ท่านใช้ให้มันไปกระทำเรื่องราวอันใด?” เถ้าแก่หลงไต่ถาม สีหน้าเคร่งขรึม </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ไม่อาจบอกกล่าวท่าน หากแต่นับเป็นเรื่องดีประการหนึ่ง”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เรื่องดีของท่านแต่เป็นร้ายของผู้อื่นกระมัง” เถ้าแกหลงทิ้งท้าย ก่อนเดินลับหายไปในห้องครัว จากนั้นสั่งการให้เด็กรับใช้วิ่งออกมากล่าวกับใต้เท้าเหลิงว่า</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เถ้าแก่บอกว่า หมดธุระของใต้เท้าแล้ว ให้ข้าพเจ้าส่งใต้เท้าที่ประตู”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ใต้เท้าเหลิงกำลังอารมณ์ชื่นบานพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที แต่เพียงชั่วขณะเดียวกัน ก็พลันฉีกยิ้มขึ้นเหมือนเดิม เป็นวิชา ‘แปรสีหน้าพันอารมณ์’ ที่เล่าลือกันว่า มีฝึกสอนกันในวงการเมืองชั้นสูง สามารถแปรเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงอย่างว่องไว เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์แท้จริงของตัวตน</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ใต้เท้าเหลิงเดินนำหน้าเด็กรับใช้ ก่อนถึงประตูทางออกเหลียวกลับมามองสภาพผู้คนในโรงเตี๊ยม มีผู้คนมากมายหลายระดับชั้นนั่งทานอาหารรับน้ำชา ใต้เท้าเหลิงกวาดตามองเนิ่นนาน ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับตลอดเวลา&#160; จากนั้นก้มคารวะผู้คนในร้านอย่างไม่มีเหตุผลก่อนตบเท้าเดินจากไป</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">เสียงกระซิบระหว่างโต๊ะ</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ผู้ใดกัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ใต้เท้าเหลิงไง ท่านเจ้าเมืองหลงเจี๊ย”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ไฮ๊!!.. ยิ่งใหญ่ปานนั้น?”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“อันใดยิ่งใหญ่”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ตำแหน่งของท่าน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“แล้วตัวท่านเล่า”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ก็งั้นๆ คล้ายคนเสียสติ อยู่ดีๆก็ค้อมคารวะโต๊ะเก้าอี้”&#160; จากนั้นจึงมีเสียงหัวร่อโดยมิได้นัดหมาย</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">เถ้าแก่หลงเดินออกมาจากห้องครัว กวาดตามองรายรอบ ภายในนั้นไม่มีกระไร เมื่อเดินออกมาตรงริมประตูจึงพบเห็นคนผู้หนึ่ง แววตาหม่นหมองคล้ายมีเรื่องราวร้อนใจ </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“มันไปไหนแล้ว” ผู้มาถึงไต่ถาม</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“มันไปแล้ว” เถ้าแก่หลงเพียงบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ไปยังแห่งหนใด?”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ข้าพเจ้าไม่ทราบ”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">จากนั้นความเงียบงันล่องลอยผ่านห้วงเวลาขณะ เกี่ยวเก็บความเริงรื่นอันเคยมีไปเสียสิ้น</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">&#160;</font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">- ๒ -</font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สี่วันหลังจากนั้นเลยกำหนดที่สหายใต้หล้าลั่นวาจาไว้</font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>ยามเย็นดวงอาทิตย์แขวนลอยต่ำ</strong> นกกาโบยบินคืนรัง หลังคาโรงเตี๊ยมวิญญูชนกลับปรากฏเงาร่างผู้คนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นคล้ายกำลังจ้องมองสิ่งต่างๆเบื้องล่างอย่างพิจารณา เนิ่นนานเสียจนปรากฏเงาร่างคนอีกผู้หนึ่ง ผู้มาถึงใหม่นั้น กลับคือไหสุราหนึ่งไห ไร้จอกสุรา มันปีนป่ายขึ้นมาอย่างทุลักทุเล</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ท่านคิดถึงมัน” ผู้มาถึงกล่าวออก ขณะอีกมือหนึ่งยกไหสุราส่งให้</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ผู้ใดว่าข้าพเจ้าคิดถึงมัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ข้าพเจ้า”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ไฉนข้าพเจ้าต้องคิดถึงมัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เพราะท่านนั่งหันหน้าไปทางประตูเมือง”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ประตูเมืองเกี่ยวข้องกันใดกับมัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“หากมันเดินทางกลับ ท่านย่อมสามารถพบเห็นมันได้จากทิศทางนั้น คล้ายพระอาทิตย์ที่ยามเมื่ออรุณ ย่อมต้องขึ้นทางทิศตะวันออก ผู้คนเดินทางกลับบ้านย่อมต้องเข้าทางประตูหน้าบ้าน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ชายผู้นั่งอยู่ก่อนนั้นไม่กล่าวอันใดต่อ แววตาของมันคล้ายเศร้าสร้อยขึ้นมาทันที มันผู้นี้เรียกว่า ซินแสเกาหัตถ์เทพยาดา ผู้ที่นั่งเรียงเคียงกันย่อมมิใช่ผู้ใดอื่น ย่อมเป็นเถ้าแก่หลง สหายแห่งโรงเตี๊ยมวิญญูชน</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ?” เถ้าแก่หลงเอ่ยถาม</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">เรื่องราวอันใดที่ท่านไม่เข้าใจ”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ไฉนมันจึงได้ยินยอมรับใช้ขุนนางเช่นใต้เท้าเหลิง?”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ใต้เท้าเหลิงเป็นเช่นไร?” ซินแสเกาถามกลับแทนคำตอบ</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ท่านย่อมทราบดีกว่าผู้อื่น”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ใช่ &#8211; ข้าพเจ้าทราบ แต่มันกลับไม่ทราบ”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ท่านมิได้บอกกล่าวมัน?”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ท่านก็มิได้บอกกล่าวมันเช่นกัน” ซินแสเกาตอบกลับ เถ้าแก่หลงเงียบงันเนิ่นนานสีหน้าเคร่งเครียด ยกไหสุรากรอกดื่ม ความเร่าร้อนและรื่นเย็นของสุราคล้ายเป็นสิ่งขัดแย้งกันภายใน </font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ข้าพเจ้าไม่คาดคิดว่ามันจะถูกช่วงใช้ให้กระทำการเช่นนี้” </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ปลาใหญ่ช่วงใช้ปลาเล็กหาอาหาร กฏธรรมชาติเช่นนี้ ท่านไฉนละเลย” ซินแสเกาเอ่ยความอย่างเหนื่อยหนาย “ท่านกับข้าพเจ้าเร้นกายอาศัยวิชาฝีมือหากินไปวันๆ เพียงต้องการความสงบ ไฉนเรื่องราววุ่นวายกลับเดินทางมาหาอยู่ร่ำไป”</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">เรื่องราวเป็นของมัน ไฉนท่านกลับเดือดร้อน” น้ำเสียงเถ้าแก่หลงคล้ายเสียดเย้ย</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">หรือว่ามันมิใช่สหายของท่านด้วย” ซินแสเกากล่าวราบเรียบ เหม่อมองเบื้องหน้าไร้ตำแหน่งอ้างอิง </font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ผู้ใดเลี้ยงสุราข้าพเจ้า ผู้นั้นล้วนเป็นสหายในใต้หล้า” </font></font></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000">เสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ขณะนั้นมีเงาร่างคนผู้หนึ่ง กระโดดลอยขึ้นบนหลังคาโรงเตี๊ยมวิญญูชน ความสูงปานนี้ คนผู้นี้สามารถกระโดดท่องไปบนขอบผนังด้วยวิชาตัวเบาอันลี้ลับ&#160; คนผู้นี้ย่อมมิใช่ใครอื่น</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>“</strong><font color="#000000"><strong>สหายใต้หล้า”</strong> เถ้าแก่หลงอุทาน ซินแสเกายกไหสุรากรอกดื่มเงียบงัน</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">&#160;</font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">- ๓ -</font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong>ผู้มาถึงใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส</strong></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ฮ่าๆ ตาเฒ่าทั้งสองคิดเมามายบนหลังคาโดยมิชักชวนข้าพเจ้า นี้กลับกล้าหาญเกินไปแล้ว”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">กล่าวจบมันคว้าสุราในมือเถ้าแก่หลงยกดื่มด้วยความกระหาย</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ซินแสเกามองดูสหายใต้หล้าเนิ่นนาน หากแต่ซุกซ้อนอารมณ์ความรู้สึกไว้มิดชิด ใครเล่าจึงทราบว่า มันเองนั้นก็มีวิชา ‘แปรสีหน้าพันอารมณ์’ ที่เล่าลือในยุทธภพ</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ด้วยความว่องไวของเจ้าไฉนจึงต้องใช้เวลาเดินทางถึงสามวัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สหายใต้หล้าขณะยกสุราขึ้นดื่ม เหลียวมามองซินแสเกา มันใช้สายตาส่งยิ้ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออกจากไหสุรา จากนั้นค่อยเอ่ยความ</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ข้าพเจ้าใช้เวลาเพียงชั่ววันจึงบรรลุถึงเมืองหลงอู้&#160; ขณะนั้นข่าวการชุมนุมเจ้าเมืองแพร่สะพัดไปมาก คนในเมืองนี้พูดจากันแต่เรื่องราวการเมือง แต่น้อยคนนักจะรู้เรื่องการเมืองที่แท้จริง แม้แต่คนในจวนของใต้เท้าหม่าก็เถอะ&#160; ข้าพเจ้าทำงานลำบากยากยิ่งกว่าจะได้ข้อมูลลับนั้นมา แต่นั้นก็ไม่เกินเลยเวลาในอีกหนึ่งวัน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ใต้เท้าหม่า นับเป็นคู่อริทางการเมืองของใต้เท้าเหลิง เรื่องราวความลับที่สหายใต้หล้ารับไปกระทำนั้นย่อมไม่พ้นเรื่องการสืบหาข้อมูลลับเพื่อโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม ซินแสเการะบายลมหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียด</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“แล้วอีกวันเล่า เจ้าไฉนไม่รีบเร่งกลับมา” เถ้าแก่หลงถามต่อ</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ข้าพเจ้ารีบเร่งเดินทางไปยังเมืองหลงเจี๊ย ถามหาใต้เท้าเหลิงส่งมอบงานให้กับท่าน”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">มันกล่าวไปขณะที่มือหนึ่งสอดเข้าไปในเสื้อ หยิบเอาห่อผ้าห่อหนึ่งออกมา ส่งต่อให้ซินแสเกา </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“นี่ของฝากท่านจากข้าพเจ้า”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ซินแสเการับมาเปิดดูสิ่งของภายใน “นี่มัน.. หยิ่งเซียม” </font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>หยิ่งเซียม</strong> หรือโสมคนจากภูเขาเซียงแปะ เป็นโสมราคาแพงยิ่ง บำรุงสมอง หัวใจ บำรุงตับไตม้าม ปอด ตาแจ่มใส สมองโปร่ง ถ้ากินนานๆ จะเป็นยาอายุวัฒนะ ซินแสเกาเงยหน้ามองสหายใต้หล้า จากนั้นมีรอยยิ้มอันแปลกประหลาด</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เจ้าได้มาอย่างไร ค่าจ้างเจ้าเพียงพอซื้อหาของชิ้นนี้งั้นหรือ” มันกล่าวจบส่งห่อผ้านั้นคืนสู่สหายใต้หล้า</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ท่านไม่ชมชอบหรอกหรือ เห็นสีหน้าท่านไม่ดี ข้าพเจ้าเพียงคิดอยากให้ท่านบำรุงร่างกายเสียบ้าง” </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เถ้าแก่หลงมองอาการของผู้คนทั้งสองแล้วอึดอัดในที จึงได้แทรกคำขึ้นมาว่า “แล้วอีกสองวันเล่าเจ้าหายไปไหน ไฉนไม่รีบเร่งกลับมา พวกข้าก็นึกว่าเจ้าเป็นอันใดไปเสียแล้ว”</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ฮ่า…” สหายใต้หล้าหรี่ตาเล็กลง กระซิบข้างใบหูของผู้เฒ่าทั้งสอง เงาร่างผู้คนสามคนสุมหัวท่างกลางแสงพระอาทิตย์อัสดง</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ข้าพเจ้าเดินทางไปหาใต้เท้าเหลิง พบเจอเรื่องราวบางประการ เห็นว่าน่าจะสามารถช่วงชิงไปขายต่อได้ จึงหยิบติดมือเล็กน้อย จากนั้นเดินทางเข้ามณฑลหลง นำของฝากเล็กน้อยส่งต่อให้กับคนผู้หนึ่ง”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ผู้ใด?” เฒ่าทั้งสองไต่ถามด้วยความอยากรู้</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">หลงชิน”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ซินแสเกาและเถ้าแก่หลงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ‘หลงชิน’ เจ้ามณฑลหลง สหายใต้หล้านับว่าไม่ธรรมดาแล้ว “เรื่องราวมันเป็นอย่างไร เจ้าเอาสิ่งใดมอบให้ท่านเจ้ามณฑล” ซินแสเกาถามอย่างร้อนรน</font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>“หยิ่งเซียม”</strong> สหายใต้หล้าตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา </font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ใช่ หยิ่งเซียม หยิ่งเซียมมากมายในจวนของท่านใต้เท้าเหลิง” สหายใต้หล้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ดวงตาคล้ายมีประกายประหลาด ซินแสเกาครางในลำคอ “อ่อ…” คล้ายล่วงรู้เรื่องราวที่สหายใต้หล้าจะกล่าวนับต่อจากนี้</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">หยิ่งเซียมเป็นของหายากเป็นสิ่งของต้องนำเข้า และยังต้องเสียภาษีเก็บเข้ามณฑล ผู้ใดมีไว้กักตุนย่อมมีความผิดใหญ่หลวง เรื่องราวเช่นนี้นับเป็นเรื่องราวที่ขุนนางไม่ควรกระทำ ใต้เท้าเหลิงมีของมีค่าเช่นนี้ไว้ครอบครองมากมาย ดูท่าว่าจะมีภัยมากกว่ามีผลดีต่อตัวเองเสียแล้ว</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สหายใต้หล้าคล้ายนึกเรื่องราวบางประการออก มันสอดมือเข้าไปที่ย่ามผ้าด้ายดิบที่มันคล้องมาด้วย ที่หยิบออกมากลับเป็น…</font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>“ฮื้อเผีย”</strong> เถ้าแก่หลงร้องเสียงหลง ฮื้อเผียคือกระเพาะปลา เป็นยาโป๊วชั้นเลิสในแผ่นดินตะวันออก ที่มันเห็นนั้นเรียกว่า กระเพาะปลากิมกี่เมี่ยงฮื้อ วึ่งนับเป็ของหายากอีกชนิดหนึ่ง</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เจ้าได้สิ่งนี้มาอย่างไร” </font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ใต้เท้าหม่ามอบให้ข้าพเจ้าเป็นของขวัญเล็กๆน้อยหลังจากส่งมอบงาน”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>“</strong><font color="#000000"><strong>ส่ง… มอบ… งาน… &#8211; ใต้เท้าหม่าฮง”</strong> ซินแสเกาและเถ้าแก่หลงอุทานด้วยความตกใจ</font></font></font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">ฮ่า… ใต้เท้าหม่าความจริงเดินทางมาไหววานข้าพเจ้าให้สืบเรื่องราวความเป็นไปของใต้เท้าหวังเซี๊ย แห่งเมืองหลงหูเมื่อหลายวันก่อนตรงหน้ากำแพงเมือง พวกท่านอาจไม่ทราบ” </font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ซินแสเกาพร้อมเถ้าแก่หลงส่ายหน้าพร้อมกัน มีเรื่องราวมากมายที่พวกมันทั้งสองยังไม่ทราบเกี่ยวกับสหายใต้หล้า คนผู้นี้เป็นเช่นไรกันแน่ บางคราวคล้ายคนโง่งม เดียงสาน่ารัก แต่บางคราวคล้ายกลอกกลิ้งสิ้นดี</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ซินแสเกาไม่อาจคาดคิดต่อไปว่า ในวันชุมนุมเจ้าเมืองทั้งห้า ยังมีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้นอีก</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">สุราๆ สุราหมดแล้วเถ้าแก่หลง ข้าพเจ้าสั่งสุราอีกหลายไห วันนี้ข้าพเจ้าเลี้ยงดูท่านทั้งสองเอง”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สหายใต้หล้ากล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใจ มองไปยามนี้ ใบหน้ามันคล้ายเด็หนุ่มขี้เมาโง่งมเพียงหนึ่งคนเท่านั้น</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ผู้ใดล่วงรู้ว่าภายในนั้นมีสิ่งอื่นซุกซ่อนอีกมากมาย</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong>ไม่มี…</strong></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">- ๔ -</font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>จวนของใต้เท้าเหลิงเงียบงัน</strong> ชายหลังคานิ้งสงบคล้ายราชสิงค์ผ่อนคลายหลังเสพรับเอาอาหารมื้อใหญ่ลงท้องเสียงคำรามเมื่อเนื้อไม้ลั่นเหมือนเสียเรอ.. ในช่องหน้าต่างห้องรับรองปรากฏเงาร่างผู้คนสองคนนั่งสนทนาต่อกันท่ามกลางเสียงเทียน </font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ท่านสามารถช่วงใช้มันกระทำการให้ได้” เสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยถาม</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ผู้คนล้วนแล้วแต่กระทำเพื่อตนเอง”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“หากคิดช่วงใช้ความรู้ของมัน อย่างได้คิดไหววานความรู้ของมัน จงไหว้วานอัตตาของมัน เพราะจึงมีเพียงอัตตาของมันที่สามารถช่วงใช้ความรู้เหล่านั้นได้”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“และหากว่ามันเป็นผู้คนที่ไร้อัตตาเล่า?”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“หากมันไม่มี ข้าพเจ้าก็จักสร้างมันขึ้นมา”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“สร้างอย่างไร?คนยากไร้อย่างเราไฉนยังมีอัตตาได้”</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ผู้กล่าวออกมาเรียกว่า ยาจกเจียม คนผู้เป็นเป็นผู้กว้างขวางในสังคมวนิพก มันไม่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค์ยาจก หากแต่มันสามารถควบคุมคนในพรรค์ได้อย่างที่ว่า แม้แต่หัวหน้าพรรค์ยังต้องยอมอ่อนข้อ อำนาจในความหมายของมันนั้นอยู่เหนือจากตำแหน่งที่ผู้คนจัดตั้งมากมายนัก</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">กิเลสผู้คนคล้ายบาดแผลชนิดหนึ่ง เป็นบาดแผลที่ตัวเราเป็นผู้กระทำให้เกิดเอง รสชาติบาดแผลนั้นใหรู้สึกแสบสยิววูบวาบ โลหิตไหลนองทาทั่วพื้นพสุธา ผู้คนล้วนทุรนทุรายในพิษบาดแผลนั้น จึงพยายามขวนขวายอัตตา แลอัตาริยา มาปะชุน นั่นคือ ในห้วงความคิดของยาจกเจียม</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ยกยอมัน ส่งเสริมมัน ทำให้เราดูด้อยกว่ามัน ยอมต้อยต่ำเพื่อช่วงใช้อัตตา” ใต้เท้าเหลิงกล่าวต่อ</font></p>
<p align="justify"><font size="2"><font face="Tahoma">“<font color="#000000">พ่ายแพ้ในสนามรบ หากแต่คว้าชัยในสงคราม ประเสริรฐ ประเสริฐสมแล้วที่เป็นท่าน ฮิฮิฮิ”</font></font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ยาจกเจียมหัวร่อส่งเสริม</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“เมื่อถึงคราวประชุมเจ้าเมือง ทั้งห้าแห่ง&#160; ‘มณฑลหลง’ เมื่อใด” ( มณฑลหลง ประกอบไปด้วย เมืองทั้งหมด ห้าเมือง มี หลงเจี๊ย หลงหู หลงจู๋ หลงอู้&#160; หลงชิง )&#160; เสียงกล่าววาจาของใต้เท้าเหลิงเยียบเย็น “ข้าจะใช้หลักฐานนั้น ตอกหน้าเจ้าหม่าฮงให้สาแกใจ” </font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">“ฮิฮิฮิ .. สมควรแล้วนายท่าน สมควรแล้ว” ยาจกเจียม แววตามีประกายส่อเห็นความกรอกกลิ้ง </font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>เสียงหัวร่อของคนทั้งสอง</strong> หากสามารถเดินทางล่องลอยไปถึงห้องพักของท่านเจ้ามณฑลหลงชิง ไม่ทราบว่า เสียงหัวร่อของผู้ใดจึงแว่วหวานไพเราะเสนาะกว่ากัน</font></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ดวงจันทร์ลอยคว้างกลางนภาฟ้า</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">สหายใต้หล้าและมิตรแห่งโรงเตี๊ยมวิญญูชน รื่นเริงในสุรา</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">ผู้ใดทราบว่าเรื่องราวต่อไปเป็นเช่นไร</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong></strong></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong>ไม่มี..</strong></font></p>
<p align="justify"><strong><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></strong></p>
<p align="justify"><strong><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></strong></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">- จบตอน -</font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong></strong></font></p>
<p align="justify"><strong><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></strong></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"><strong>ตัวละครในเรื่อง</strong></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>สหายใต้หล้า</strong> : ชายหนุ่มผู้เป็นสหายกับผู้คนทั่วทั้งใต้หล้า รับจ้างกระทำการทุกสิ่ง</font></font></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>ซินแสเกา หัตถ์เทพยดา</strong> : หมอนวดฝ่าเท้าผู้มีวิชาฝีมือเร้นลับ</font></font></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>เถ้าแก่หลง</strong> : เจ้าของโรงเตี๊ยมวิญญูชน</font></font></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>ใต้เท้าเหลิงอู่</strong> : ขุนนางประจำเมืองหลงเจี๊ย</font></font></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>ใต้เท้าหม่าฮง</strong> : ขุนนางประจำเมืองหลงอู้ </font></font></font></p>
<p align="justify"><font color="#000000"><font size="2"><font face="Tahoma"><strong>ยาจกเจียม</strong> : วนิพกขายข่าว</font></font></font></p>
<p align="justify"><strong><font face="Tahoma" color="#000000" size="2"></font></strong></p>
<p align="justify"><strong><font face="Tahoma" color="#000000" size="2">&#160;</font></strong></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/79/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/79/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=79&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/28/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%93-%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/p0401217la-thumb.jpg?w=450&#38;h=99&#38;h=99" medium="image">
			<media:title type="html">P0401217LA</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๒๑ : กล่อมนภา</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%91-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%91-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2009 04:13:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%91-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๒๑ : กล่อมนภา หงส์ฮวย : นั่งมองฟากฟ้ายามราตรี สีครามเข็มไล้ลงเบื้องล่างคล้ายดำสนิทจนหัวใจเย็บเชียบเมื่อเฝ้ามอง หงส์ฮวย ผินหน้ามองฟ้าคราใด หัวใจมักว่างเปล่า สำเนียงเสียงอื่นที่แวดล้อมคล้ายหยุดนิ่งคารวะความยิ่งใหญ่แห่งท้องนภา ดวงดาวจรัสแสงแวววับขับแข่งกันมิรู้เหนื่อย เพียงให้ผู้คนชื่นชม เฝ้ามอง หมายปอง แล ช่วงชิง …<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=78&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a></p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๒๑ : กล่อมนภา</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p> <span id="more-78"></span>
<p><strong>หงส์ฮวย</strong> : นั่งมองฟากฟ้ายามราตรี สีครามเข็มไล้ลงเบื้องล่างคล้ายดำสนิทจนหัวใจเย็บเชียบเมื่อเฝ้ามอง</p>
<p>หงส์ฮวย ผินหน้ามองฟ้าคราใด หัวใจมักว่างเปล่า สำเนียงเสียงอื่นที่แวดล้อมคล้ายหยุดนิ่งคารวะความยิ่งใหญ่แห่งท้องนภา ดวงดาวจรัสแสงแวววับขับแข่งกันมิรู้เหนื่อย เพียงให้ผู้คนชื่นชม เฝ้ามอง หมายปอง แล ช่วงชิง</p>
<p>…</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/78/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/78/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=78&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%91-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๒๐ : นางแอ่นคราม</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%90-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%90-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 11:38:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%90-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๒๐ : นางแอ่นคราม โปรยโลหิตท่ามกลางหิมะ นางแอ่นครามเป็นมือสังหาร เพลงกระบี่มันเป็นปริศนาในแดนดิน ผู้คนที่ถูกมันสังหารล้วนแล้วไม่เคยหลั่งโลหิตลงพื้นปฐพี มีเพียงกายและเงาซากศพที่ทอดลงเบื้องหน้าภาระกิจมัน ผู้ถูกสังหารย่อมเป็นผู้คนที่ไม่ธรรมดา นางแอ่นครามรับสังหารเพียงพ่อค้า เป็นพ่อค้าที่โฉดชั่ว พ่อค้าที่คร่าเอาความหวังของผู้คน พ่อค้าที่ซื้อหาความมั่งมีด้วยความต่ำต้อยของผู้คน ค่าจ้างมันเล่า ใช้อันใดจับจ่าย เพียงสุราหนึ่งไห เกวียนเทียมวัวอีกหนึ่ง เท่านี้ก็เพียงพอให้มันเดินทางเรื่อยไปนับตั้งแต่ทิศบูรพา ผ่านเลยหลายทิวาราตรีจนถึงแผ่นดินทางทิศประจิม ราตรีนี้มันนั่งอยู่เดียวดายใต้เงาต้นไม้ที่ทาบผ่านพื้นดิน เป็นเงาอันเกิดจากแสงจันทราทอลวดลายประดับไว้ สุรากรอกลงคอ ความร้อนวุบผ่าน ความอบอุ่นแผ่ผ่านไปทั่วร่าง เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้ผ่านราตรีอันเหน็บหนาว สถานที่มันนั่งมักเป็นที่โล่ง ด้วยเพราะมันไม่ชอบสถานที่อันเป็นหลืบซอก มันสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ชายเสื้อโบกปลิวไปตามแรงลม แม้มันจะนั่งอยู่เฉยๆก็ตาม แต่ก็อยู่ในท่วงท่าที่เตรียมพร้อมเสมอ ปฏิเสธมิได้ว่ามันสังหารคนมากมาย ก็ย่อมมีศัตรูมากมายเช่นกัน พ่อค้าที่ยังคงเหลือรอดนอนหลับไม่เต็มตื่นหากว่ายังไม่สามารถพบเห็นว่านางแอ่นครามสิ้นชีพ เคยมีสหายร่วมการค้าส่งลูกน้องไปเจรจากับมันให้ช่วยสังหารคู่แข่งทางการค้า นางแอ่นครางหาใช่คนโง่งม -มันไม่เจรจา ผู้คนน้อยนักจะสามารถพูดคุยกับมันได้ และที่มีไม่มากนั้นส่วนหนึ่งอยู่ในบัญชีสังหารของมัน สิ่งที่มันพูดจากับผู้คนที่พบเจอมักเป็นประโยคสั้นๆ &#34;ขออภัย&#34; หรือ &#34;ล่วงเกินแล้ว&#34; ไม่ก็ &#34;สมควรแล้ว&#34; นับเป็นมือสังหารที่ประหยัดคำพูดยิ่ง เวลาของมันทุกลมหายใจล้วนเป็นห้วงเวลาแห่งชีวิต ไม่เป็นชีวิตผู้อื่นก็เป็นชีวิตมันเอง มีเพียงสองสายให้เลือก มัน-หากเลือกได้ย่อมเลือกชีวิตมันเอง เมื่อมันเลือกแล้ว ผู้อื่นย่อมไม่อาจเลือกแทนมัน มันจึงอ้างว้างเดียวดายยิ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=74&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๒๐ : นางแอ่นคราม โปรยโลหิตท่ามกลางหิมะ</strong></p>
<p> <span id="more-74"></span>
<p><strong>นางแอ่นครามเป็นมือสังหาร</strong></p>
<p><strong></strong>    <br />เพลงกระบี่มันเป็นปริศนาในแดนดิน ผู้คนที่ถูกมันสังหารล้วนแล้วไม่เคยหลั่งโลหิตลงพื้นปฐพี มีเพียงกายและเงาซากศพที่ทอดลงเบื้องหน้าภาระกิจมัน ผู้ถูกสังหารย่อมเป็นผู้คนที่ไม่ธรรมดา    <br />นางแอ่นครามรับสังหารเพียงพ่อค้า เป็นพ่อค้าที่โฉดชั่ว พ่อค้าที่คร่าเอาความหวังของผู้คน พ่อค้าที่ซื้อหาความมั่งมีด้วยความต่ำต้อยของผู้คน ค่าจ้างมันเล่า ใช้อันใดจับจ่าย เพียงสุราหนึ่งไห เกวียนเทียมวัวอีกหนึ่ง เท่านี้ก็เพียงพอให้มันเดินทางเรื่อยไปนับตั้งแต่ทิศบูรพา ผ่านเลยหลายทิวาราตรีจนถึงแผ่นดินทางทิศประจิม</p>
<p>ราตรีนี้มันนั่งอยู่เดียวดายใต้เงาต้นไม้ที่ทาบผ่านพื้นดิน เป็นเงาอันเกิดจากแสงจันทราทอลวดลายประดับไว้ สุรากรอกลงคอ ความร้อนวุบผ่าน ความอบอุ่นแผ่ผ่านไปทั่วร่าง เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้ผ่านราตรีอันเหน็บหนาว สถานที่มันนั่งมักเป็นที่โล่ง ด้วยเพราะมันไม่ชอบสถานที่อันเป็นหลืบซอก มันสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ชายเสื้อโบกปลิวไปตามแรงลม แม้มันจะนั่งอยู่เฉยๆก็ตาม แต่ก็อยู่ในท่วงท่าที่เตรียมพร้อมเสมอ</p>
<p>ปฏิเสธมิได้ว่ามันสังหารคนมากมาย ก็ย่อมมีศัตรูมากมายเช่นกัน พ่อค้าที่ยังคงเหลือรอดนอนหลับไม่เต็มตื่นหากว่ายังไม่สามารถพบเห็นว่านางแอ่นครามสิ้นชีพ เคยมีสหายร่วมการค้าส่งลูกน้องไปเจรจากับมันให้ช่วยสังหารคู่แข่งทางการค้า นางแอ่นครางหาใช่คนโง่งม -มันไม่เจรจา</p>
<p>ผู้คนน้อยนักจะสามารถพูดคุยกับมันได้ และที่มีไม่มากนั้นส่วนหนึ่งอยู่ในบัญชีสังหารของมัน สิ่งที่มันพูดจากับผู้คนที่พบเจอมักเป็นประโยคสั้นๆ &quot;ขออภัย&quot; หรือ &quot;ล่วงเกินแล้ว&quot; ไม่ก็ &quot;สมควรแล้ว&quot; นับเป็นมือสังหารที่ประหยัดคำพูดยิ่ง เวลาของมันทุกลมหายใจล้วนเป็นห้วงเวลาแห่งชีวิต ไม่เป็นชีวิตผู้อื่นก็เป็นชีวิตมันเอง มีเพียงสองสายให้เลือก มัน-หากเลือกได้ย่อมเลือกชีวิตมันเอง เมื่อมันเลือกแล้ว ผู้อื่นย่อมไม่อาจเลือกแทนมัน มันจึงอ้างว้างเดียวดายยิ่ง</p>
<p>มันไม่อาจเดินเคียงคู่ผู้ใด ไม่อาจคบหาผู้ใดเป็นสหาย มันเร้นกายเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น ยามเมื่อมันสังหารผู้คนย่อมไม่มีความลังเล ราตรีเปลียวเช่นนี้ มีมันเพียงผู้เดียว ย่อมเป็นผู้เดียวที่ไม่อาจพบเจอสหายร่วมสุรา</p>
<p>หากแต่ราตรีนี้ไม่เหมือนราตรีอื่น ราตรีนี้มีหิมะโปรยลงไม่ขาดสาย อากาศเหน็บหนาวจนสุดขั้วหัวใจ</p>
<p>บุรุษมอมแมมผู้หนึ่งเดินทางผ่านมา มันคล้ายเป็นผู้คน เป็นผู้คนไม่สมสติ แววตามันเลื่อนลอย ไม่จับต้องอันใดเป็นพิเศษ ตลอดร่างกายล้วนไม่มีอันใดติดตัว มันถอดเสื้อเดินท่ามกลางหิมะ ตัวมันสั่น &quot;คนเสียสติ&quot; นางแอ่นครามเห็นมันแล้วคิดเช่นนั้น มันมองที่จอกสุราของมันแล้วยกกรอกลงหมด สุราเหือดหายหมดสิ้น มีเพียงใบหน้าบุรุษผู้เสียสติยืนอยู่เบื้องหน้า &quot;พี่ชายยยย ท่านทำกระไร?&quot; มันถามนางแอ่นคราม &quot;ขออภัย&quot; มันกล่าวจบลุกเดินหนีบุรุษเบื้องหน้า บุรุษมอมแมมผู้นั้นเดินตามนางแอ่นคราม มันทำจมูกย้นคล้ายกำลังสูดดมอะไรบางอย่าง &quot;สุรา&quot; มันกล่าว</p>
<p>นางแอ่นครามหยุดเดิน มันหันมามองบุรุษผู้นี้แล้วยื่นไหสุราต่อมัน &quot;พี่ชายยยย ห้ายย ข้า งั้นเหรอ&quot; บุรุษผู้นั้นยื่นมือไปรับไหสุรา ปลายลิ้นเลียริมฝีปากอย่างกระหาย มันดื่มเอือกๆลงคอ จากนั้นยกท่อนแขนอันเปลือยเปล่าเช็ดไหแทนที่จะเช็ดขอบปากที่เปรอะเปื้อน </p>
<p>&quot;สมควรแล้ว&quot; </p>
<p>นางแอ่นครามกล่าวจบ มันเหลียวมองรอบๆ บัดนี้พบเจอเงาร่างคนกลุ่มหนึ่ง เป็นมือสังหารชุดดำยืนเรียงรายเต็มพื้นที่ ไอสังหารส่งออกมาฉุนเฉียว นางแอ่นครามคว้ากุมที่กระบี่ของตน กระบี่ลึกลับที่ซุกซ่อนในฝักสีน้ำเงินคราม ภายในบรรจุความตายเอาไว้ ผู้ใดคิดพบเจอย่อมต้องไตร่ตรอง</p>
<p>&quot;ล่วงเกินแล้ว&quot; นางแอ่นครามชักกระบี่ออกจากฝัก เงากระบี่กระจายออกคล้ายพรุไฟ เป็นปราณกระบี่เกรี้ยวกราด ทะลวงผ่านม่านราตรีหลายสาย แต่ละสายล้วนแล้วพุ่งใส่ขั้วหัวใจผู้คน เป็นปราณกระบี่อันเร้นลับ อาศัยลมปราณเช่นนี้มันจึงสามารถสังหารผู้คนโดยมิเสียโลหิต เพียงลมปราณพุ่งผ่านตัดอากาศ เกิดเสียงลั่นไปทั่วบริเวณ เสียงคล้ายภูติผีกรีดร้องครวญคราง ผู้คนที่มาเพื่อสังหารมันกลับล้มลงที่ละคน ใบหน้าพวกมันล้วนไม่เข้าใจว่ามันต้องตายด้วยสิ่งใด นางแอ่นครามปลิดชีวิตผู้คนโดยไม่ต้องก้าวเท้าเพียงสักนิดเดียว</p>
<p>มีเพียงบุรุษผู้เสียสติเท่านั้นที่ยืนอยู่ใกล้มันที่สุด จุดที่ใกล้ที่สุดกลับปลอดภัยที่สุด หากแต่บุรุษผู้เลอะเลือนเช่นนี้กลับไม่สนใจสิ่งรายรอบ กรอกสุราลงคอมิหยุดยั้ง กรอกลงจนหมดสิ้น เสียงกระบี่คืนฝัก ผู้คนยังกรอกสุราลงคอ</p>
<p>นางแอ่นครามจับจ้องแววตาของบุรุษเบื้องหน้า ดวงตาของมันหรี่เล็กลง มือข้างหนึ่งเกาะกุมที่หน้าอกของมัน ปรากฏลิ่มน้ำแข็งท่อนหนึ่ง ฝังแน่นลงถึงหัวใจผู้คน สายลมโบกพัดผ่านร่างมันหนักหน่วงแต่มันยังคงยื่นนิ่งกับที่ ใบหน้าประดับรอยยิ้ม บุรุษที่อยู่เบื้องหน้ามันยังคงกรอกสุราลงคอไม่หยุดยั้ง</p>
<p>&quot;สมควรแล้ว&quot; นางแอ่นครามกล่าว &quot;ที่เป็นท่าน&quot;</p>
<p>สิ้นเสียงกรอกสุรา ร่างนางแอ่นครามทรุดลงพื้น โลหิตที่หน้าอกพวยพุ่งออกมา ละอองสีแดงอาบย้อมแสงจันทร์ในราตรีเหน็บหนาว บุรุษผู้เลอะเลือนโยนไหสุราทิ้งแล้วเดินจากไป ศพผู้คนเกลื่อนล้นทั่วบริเวณ บุรุษผู้นี้เดินผ่านซากศพเหล่านั้น</p>
<p>&quot;สมควรแล้ว&quot; มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเชียบเย็น</p>
<p>มันผู้นี้เรียกว่าอันใด มันผู้นี้เรียกว่า เมรัยอำพราง มันก็เป็นมือสังหารเช่นเกัน มันสังหารคนด้วยเหตุใด?</p>
<p>&#160;</p>
<p>ไม่มีผู้ใดทราบ &#8211; <strong>แม้แต่ตัวมันเอง</strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/74/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/74/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=74&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%90-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๑๙ : โรงเตี๊ยม</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 11:33:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๑๙ : โรงเตี๊ยม &#160; ยามวิกาล ผู้คนเดินทางค่ำคืนมักมีภาระกิจสำคัญ ภาระกิจที่ไม่อาจทนรอให้กาลเวลาผ่านเลยโดยเปล่าประโยชน์ หากแต่ ร่างกายผู้คนนั้นย่อมมีขีดจำกัด ย่อมมีเวลาอ่อนแรง เหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีบุคคลอีกประเภท พวกมันเคลื่อนไหวยามราตรี ยามที่ผู้คนอ่อนแรงพักผ่อน พวกมันเคลื่อนไหวเพียงเพื่อบางสิ่งที่เรียกว่าเงินตรา เพียงเท่านั้น - &#8211; - ในท้องที่เวิ้งว้างระหว่างการเดินทาง ‘โรงเตี๊ยม’ เป็นสถานที่พิงพักแลหลบภัยในโจรผู้ร้าย มีหลายแห่งที่โรงเตี๊ยมกระทำตนเป็นโจรผู้ร้ายเสียเอง เรื่องราวเช่นนี้มีมากมายจนเกินกว่าจะกล่าวถึง “เถ้าแก่ &#8211; เพียงขอห้องพักให้ข้าพเจ้าสามที่ มีน้ำอุ่นในอ่าง อาหารรสชาติธรรมดาสามัญสามชุด” ผู้มาถึงกล่าวยืดยาว เพียงเอ่ยความต้องการภายในจิตใจ ชายชรานั่งอยู่เบื้องหลังม้านั่งยาว และมีเด็กน้อยเยาว์วัยอีกหนึ่งนั่งนวดเฟ้นผ่อนคลายในชายชรา “มีห้องพักให้ท่านเพียงหนึ่ง น้ำอุ่นหรือไม่ย่อมแล้วแต่ใจท่านเอาเป็นฐานตั้ง อาหารสามชุดรสชาติธรรมดาสามัญหาได้ไม่ยากเย็น – เชิญ” ชายชรากล่าวจบผายมือออกไปด้านข้างม้ายาว เด็กน้อยละมือจากชายชรา เดินถือพวกกุญแจพวกใหญ่เดินนำ ผู้เดินทางมาถึงไปด้านหลังโรงเตี๊ยม ผ่านทางเดินและสวนไม้ประดับแบบจำลองภายใน รู้สึกชื่นเย็นเพราะมีน้ำตกสายเล็ก ประดับอยู่จุดกลางสวน “ที่พักแห่งนี้มีผู้คนอยู่เต็มแล้วกระนั้นหรือ?” ชายผู้มาถึงกล่าวถามเด็กนำทาง ในทางเดิน นอกจากเสียงผู้ชายที่มาถึงย่อมมีเพียงเสียงของลมไหวต้องใบไม้ สายน้ำเคลียคลอขอดหิน จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ กำเนิดเสียงกระทบชุ่มเย็น ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบจากเด็กน้อย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=73&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๑๙ : โรงเตี๊ยม</strong></p>
<p> <span id="more-73"></span>
<p>&#160;</p>
<p><strong>ยามวิกาล </strong>ผู้คนเดินทางค่ำคืนมักมีภาระกิจสำคัญ ภาระกิจที่ไม่อาจทนรอให้กาลเวลาผ่านเลยโดยเปล่าประโยชน์ หากแต่ ร่างกายผู้คนนั้นย่อมมีขีดจำกัด ย่อมมีเวลาอ่อนแรง เหนื่อยล้า     </p>
<p>แต่ก็ยังมีบุคคลอีกประเภท พวกมันเคลื่อนไหวยามราตรี ยามที่ผู้คนอ่อนแรงพักผ่อน พวกมันเคลื่อนไหวเพียงเพื่อบางสิ่งที่เรียกว่าเงินตรา    </p>
<p>เพียงเท่านั้น</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p>ในท้องที่เวิ้งว้างระหว่างการเดินทาง <strong>‘โรงเตี๊ยม’</strong> เป็นสถานที่พิงพักแลหลบภัยในโจรผู้ร้าย มีหลายแห่งที่โรงเตี๊ยมกระทำตนเป็นโจรผู้ร้ายเสียเอง เรื่องราวเช่นนี้มีมากมายจนเกินกว่าจะกล่าวถึง</p>
<p>“เถ้าแก่ &#8211; เพียงขอห้องพักให้ข้าพเจ้าสามที่ มีน้ำอุ่นในอ่าง อาหารรสชาติธรรมดาสามัญสามชุด”</p>
<p>ผู้มาถึงกล่าวยืดยาว เพียงเอ่ยความต้องการภายในจิตใจ ชายชรานั่งอยู่เบื้องหลังม้านั่งยาว และมีเด็กน้อยเยาว์วัยอีกหนึ่งนั่งนวดเฟ้นผ่อนคลายในชายชรา</p>
<p>“มีห้องพักให้ท่านเพียงหนึ่ง น้ำอุ่นหรือไม่ย่อมแล้วแต่ใจท่านเอาเป็นฐานตั้ง อาหารสามชุดรสชาติธรรมดาสามัญหาได้ไม่ยากเย็น – เชิญ”</p>
<p>ชายชรากล่าวจบผายมือออกไปด้านข้างม้ายาว เด็กน้อยละมือจากชายชรา เดินถือพวกกุญแจพวกใหญ่เดินนำ ผู้เดินทางมาถึงไปด้านหลังโรงเตี๊ยม ผ่านทางเดินและสวนไม้ประดับแบบจำลองภายใน รู้สึกชื่นเย็นเพราะมีน้ำตกสายเล็ก ประดับอยู่จุดกลางสวน</p>
<p>“ที่พักแห่งนี้มีผู้คนอยู่เต็มแล้วกระนั้นหรือ?” ชายผู้มาถึงกล่าวถามเด็กนำทาง</p>
<p>ในทางเดิน นอกจากเสียงผู้ชายที่มาถึงย่อมมีเพียงเสียงของลมไหวต้องใบไม้ สายน้ำเคลียคลอขอดหิน จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ กำเนิดเสียงกระทบชุ่มเย็น ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบจากเด็กน้อย เด็กน้อยไม่อาจกล่าววาจาได้ เพียงส่งยิ้ม และผายมือส่งให้เห็นว่า ถึงห้องพักของท่านแล้ว</p>
<p>“เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นใบ้” ในห้องพักหนึ่งถัดไปจากนั้น มีผู้คนอาศัยอยู่ก่อนแล้วอีกสามคน คนทั้งสามสนทนากันให้ห้องพัก เสียงของพวกมันเบาบางยิ่ง</p>
<p>“เจ้ากล่าววาจาให้เงียบเข้าไว้ มีคนว่า คนเป็นใบ้บางครั้งมักรับรู้เสียงได้ดีกว่าคนปกติ” ใครบางคนเอ่ยขึ้น จากนั้นทำท่าทางบอกให้คนทั้งสองสงบวาจา ในมือมันถือกระบี่กระชับ ดวงตามีแววชั่วร้าย คล้ายคิดกระทำเรื่องราวบางอย่าง</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p>ชาวผู้มาถึงเมื่อเข้ามาในห้องพักกลับชื่นชมความเรียบร้อยของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ที่นอน ผู้คลุมเตียงสะอาดและโต๊ะเก้าอี้ถูกขัดถูอย่างดีเยี่ยม เขายืนมองไปรอบๆ จัดแจงข้าวของตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไม่เรียกสหายร่วมทางอีกสองคนด้านนอก ให้เข้ามายังห้องพัก</p>
<p>“ห้องกว้างขวางเช่นนี้ อาศัยถึงสามคนก็ไม่รู้สึกอึดอัด” เขากล่าว</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p align="left">ชายชรายกอาหารออกจากครัวไฟ ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ผ่านห้องคนทั้งสาม ท่านเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ท่านทั้งสามหิวหรือไม่ ข้าพเจ้าจะได้เตรียมอาหารเพิ่มให้ท่านอีกสามชุด” </p>
<p align="left">ไม่มีเสียงตอบจากห้องนั้น</p>
<p align="left">ชายชรากล่าวจบ เดินผ่านไป จากนั้นเข้าไปในห้องชายผู้เดินทาง ขณะนั้น มีชายอีกสองคนนั่งรอท่าอยู่แล้ว</p>
<p align="left">“ขอบคุณท่าผู้เฒ่า ลำบากท่านแล้ว จริงๆพวกข้าพเจ้าคิดออกไปรับอาหารด้านนอกอยู่แล้ว”</p>
<p align="left">“อย่าลำบากเลยท่าน ข้างนอกรังแต่จะวุ่นวายเสียเปล่า” ชายชราเอ่ยความ</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p align="left"><strong>ราตรีสงบ</strong> สายลมภายนอกโบกโบยหนักยิ่ง มีผู้คนกลุ่มหนึ่งผลัดเข้ามาหลบลมพายุหน้าโรงเตี๊ยม พวกมันมีทั้งหมดหกคน แต่ละคนล้วนแล้วมีอาวุธ ใครคนหนึ่งกล่าวเสียงดัง</p>
<p align="left">“เราเข้าไปอาศัยในโรงเตี๊ยมแห่งนี้เสียก่อน” กล่าวจบโบกมือให้คนอีกห้าคนเดินนำหน้า คนอีกห้าคนนิ่งเฉย “หัวหน้า เราไม่มีเงินจ่ายค่าห้องพัก”</p>
<p align="left">ชายผู้ออกคำสั่งตวาดใส่ “ไปหาเอาข้างใน” มันกล่าวจบ เดินนำหน้า ผลักประตูเข้าไปด้วยตนเอง</p>
<p align="left">“มีผู้ใดอยู่บ้าง?” มันตะโกนเสียงดังลั่น ไม่สนใจว่าดึกดื่นเพียงใด</p>
<p align="left">“ท่านทั้งหลายคิดพักอาศัย?” ชายชราเดินออกมาจากมุมห้อง อย่าเงชื่องช้า </p>
<p align="left">“เพียงพักอาศัยหลบพายุ จากนั้นเดินทางต่อ” มันกล่าวเสียงดังดุจเดิม</p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="left">“อ่อ- งั้นเชิญท่านทั้งหลายพักตามสบาย” ชายชราผายมือไปยังม้านั่งชุดหนึ่งที่มุมห้อง</p>
<p align="left">จากนั้นเดินลับหายไปในห้องครัว</p>
<p align="left">&#160;</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p align="center">- มีต่อ -</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/73/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/73/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=73&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๑๘ : LOVE GUN</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%98-love-gun/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%98-love-gun/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 10:42:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%98-love-gun/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๑๘ : LOVE GUN ข้าพเจ้าเฝ้ามองมันด้วยอาการสงบเงียบ มันไม่เอ่ยอันใดออกมาแม้เล็กน้อย คล้ายกาลเวลาขณะนั้นบรรจงเคลื่อนผ่านอย่างโหดร้ายทารุณ เนิ่นนานเพียงเสี้ยววินาที &#34;นรก&#34; ข้าพเจ้าสบถอย่างเกรี้ยวกราด มันลูบไล้โลหะดำวาวที่อยู่ในมือ สายตามันนิ่ง ระหว่างที่ปลายนิ้วค่อยๆเหนี่ยวก้านโลหะ เสียงลั่น &#34;คลิก&#34; หนึ่งหน หัวใจของข้าพเจ้าโบยบินเป็นอิสระจากมหาอเวจี &#34;เชิญท่าน&#34; มันกล่าว สิ้นเสียงของมัน กระบี่ในมือข้าพเจ้าหวนคืนฟัก เงียบขรึม ทอดลมหายใจผ่านมวลอากาศ ศีรษะของมันหล่นลงพื้นดิน &#8211; ทุกอย่างเงียบสงบ จากนั้นบุปฝาจึงเริ่มโปรยปราย - &#8211; - ข้าพเจ้ายังจดจำบรรยากาศในวันเวลานั้นได้ &#8211; เป็นอย่างดี มัน- และข้าพเจ้ายังเหม่อมองลอนเมฆเคลื่อนผ่านแสงอาทิตย์ยามเย็นอย่างเชื่องช้า เวลาเช่นนั้น ข้าพเจ้าและมันมักครึ้มใจ ในปริมาณที่เพียงพอให้สามารถร่ายรำกระบี่ ข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกับมัน ขณะนั้น ข้าพเจ้าเพียงมองท่วงท่าพลิ้วไหว ภาพนั้นสอดประสานไปกับบทเพลงแห่งธรรมชาติ ข้าพเจ้ากรีดนิ้วลงพิณอย่างคลายใจ บางครั้งหวั่นไหวไปกับท่าร่าง บางครั้งข้าพเจ้าหยอกล้อด้วยสำเนียงเพลงคึกครื้น เวลาเช่นนั้น ช่างงดงาม เวลาต่อมา มัน-นั่งจับโลหะเชียบเย็นสีดำสนิท ลูบไล้อ่อนโยนคล้ายบุรุษหลงไหลในโฉมอิสตรี เป็นโลหะที่คำรามออกมาหนึ่งหนต้องมีผู้คนล้มตาย มันนั่งมอง สิ่งที่กองปราบนำส่งมาถึงมือปราบทุกคน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=72&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๑๘ : LOVE GUN</strong></p>
<p> <span id="more-72"></span>
<p><strong>ข้าพเจ้าเฝ้ามองมันด้วยอาการสงบเงียบ</strong> มันไม่เอ่ยอันใดออกมาแม้เล็กน้อย คล้ายกาลเวลาขณะนั้นบรรจงเคลื่อนผ่านอย่างโหดร้ายทารุณ เนิ่นนานเพียงเสี้ยววินาที    </p>
<p>&quot;นรก&quot; ข้าพเจ้าสบถอย่างเกรี้ยวกราด</p>
<p>มันลูบไล้โลหะดำวาวที่อยู่ในมือ สายตามันนิ่ง ระหว่างที่ปลายนิ้วค่อยๆเหนี่ยวก้านโลหะ เสียงลั่น &quot;คลิก&quot; หนึ่งหน หัวใจของข้าพเจ้าโบยบินเป็นอิสระจากมหาอเวจี</p>
<p>&quot;เชิญท่าน&quot; มันกล่าว</p>
<p>สิ้นเสียงของมัน กระบี่ในมือข้าพเจ้าหวนคืนฟัก เงียบขรึม ทอดลมหายใจผ่านมวลอากาศ    <br />ศีรษะของมันหล่นลงพื้นดิน &#8211; ทุกอย่างเงียบสงบ    <br />จากนั้นบุปฝาจึงเริ่มโปรยปราย    </p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p>ข้าพเจ้ายังจดจำบรรยากาศในวันเวลานั้นได้ &#8211; เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>มัน-</strong> และข้าพเจ้ายังเหม่อมองลอนเมฆเคลื่อนผ่านแสงอาทิตย์ยามเย็นอย่างเชื่องช้า เวลาเช่นนั้น ข้าพเจ้าและมันมักครึ้มใจ ในปริมาณที่เพียงพอให้สามารถร่ายรำกระบี่</p>
<p>ข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกับมัน ขณะนั้น ข้าพเจ้าเพียงมองท่วงท่าพลิ้วไหว ภาพนั้นสอดประสานไปกับบทเพลงแห่งธรรมชาติ ข้าพเจ้ากรีดนิ้วลงพิณอย่างคลายใจ บางครั้งหวั่นไหวไปกับท่าร่าง บางครั้งข้าพเจ้าหยอกล้อด้วยสำเนียงเพลงคึกครื้น    </p>
<p>เวลาเช่นนั้น ช่างงดงาม</p>
<p><strong>เวลาต่อมา</strong>    <br />มัน-นั่งจับโลหะเชียบเย็นสีดำสนิท ลูบไล้อ่อนโยนคล้ายบุรุษหลงไหลในโฉมอิสตรี เป็นโลหะที่คำรามออกมาหนึ่งหนต้องมีผู้คนล้มตาย มันนั่งมอง สิ่งที่กองปราบนำส่งมาถึงมือปราบทุกคน พวกมันดีใจกับอานุภาพ เว้นแต่เพียงข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามิใคร่ชมชอบเจ้าโลหะนี้มากนัก หากแต่มัน- มันเฝ้าพล่ามถึงคุณความดีของสิ่งนั้นเสมอ</p>
<p>เจ้าโลหะชิ้นนี้สร้างชื้อเสียงให้กับกองปราบมากมาย ในระยะเวลาไม่นาน เหล่าโจรร้ายต้องสิ้นชื่อไปกับสิ่งนี้</p>
<p><strong>หลายครั้งที่</strong></p>
<p> <strong></strong>
<p>&quot;ท่านไฉนต้องฆ่ามัน&quot; สิ้นเสียงคำรามและวาบไฟที่ปลายโลหะ ข้าพเจ้าเอ่ยถามมัน ด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง</p>
<p>&quot;มันสมควรตาย ข้าพเจ้าไม่ฆ่ามัน มันก็ย่อมฆ่าข้าพเจ้า รวมทั้งฆ่าท่าน&quot;</p>
<p>มันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ข้าพเจ้ารับไม่ได้ในข้อนี้ &quot;แต่มันไร้อาวุธ และมันยอมแพ้แล้ว&quot; </p>
<p>ข้าพเจ้ายืนยันในสิ่งที่เกิดขึ้น   </p>
<p>&quot;ท่านเชื่อใจพวกมัน&quot; มันกล่าว   <br />&quot;ข้าพเจ้า..&quot;</p>
<p>ข้าพเจ้าสับสนใจ ชีวิตผู้คนเมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นโจรสมควรตายทุกคนงั้นหรือ การพิพากษา โดยการเข่นฆ่าเป็นความชอบธรรมสูงสุดงั้นหรือ การเข่นฆ่าสร้างความสงบให้บ้านเมืองจริงงั้นหรือ </p>
<p>ข้าพเจ้าครุ่นคิด เกาะกุมกระบี่ในมือเย็นเชียบ ความเย็นซึมผ่านฝ่ามือยาวเรื่อยมาจนถึงหัวใจข้าพเจ้า คุณธรรมของข้าพเจ้า คุณธรรมของมันอาจเขียนเหมือนกัน แต่ว่าความหมายและวิธีการนั้นย่อมแตกต่างกัน ผลลัพธ์ย่อมผิดแผกแตกต่าง</p>
<p>ทุกครั้งที่กระบี่ข้าพเจ้าออกจากฟัก ย่อมต้องคิด ต้องใคร่ครวญอย่างละเอียดรอบคอบ อีกทั้งต้องเข้าประชิดให้อยู่ในระยะที่มองเห็น ระยะที่คมกระบี่สามารถสำแดงอานุภาพ แน่นอน ไม่จำเป็นต้องเจาะจงให้เกิดความสูญเสีย หากแต่เพียงเพื่อยับยั้ง ยุติสิ่งเลวร้ายด้วยการทำให้มันไม่อาจเคลื่อนไหว</p>
<p>ไม่เคลื่อนไหว ใช่หมายถึงความตาย</p>
<p><strong>และเวลานั้นก็มาถึง </strong>ข้าพเจ้าและมันได้รับมอบหมายให้บุกรังโจร</p>
<p>&quot;ท่านมันบ้าไปแล้ว&quot; ข้าพเจ้าเอ่ย มองโดยรอบเห็นศพผู้คนเกลื่อน    <br />&quot;ท่านต่างหากที่บ้า พวกมันล้วนสมควรตาย ไฉนท่านถึงได้เข้าข้างพวกมัน&quot;    <br />&quot;ข้าพเจ้ามิได้เข้าข้างพวกมัน หากแต่ ใช่ว่ามันสมควรตายจริง&quot;</p>
<p><strong>มัน-</strong> ในดวงตาคล้ายมีกองเพลิงโหมแรง คล้ายสายฟ้าคำรามเกรี้ยวกราว ข้าพเจ้าจ้องมองกลับไปด้วยแววตาเช่นเดียวกัน เลวร้าย ข้าพเจ้าคิด มัน ตอนนี้เป็นสัตว์กระหายเลือดไปเสียแล้ว มันเข่นฆ่าผู้คน จนเห็นเป็นความชอบธรรมไปเสียแล้ว ข้าพเจ้ากระชับกระบี่แนบแน่นยิ่งขึ้น    </p>
<p>มิคาดฝัน วูบหนึ่ง แสงไฟวาบออกมาจากโลหะในมือมัน ความร้อนของไฟพุ่งผ่านใบหูข้าพเจ้า มัน-ยิ้มเย้ย ข้าพเจ้าคำรามในใจ มัน- บัดนี้เป็นยิ่งกว่าสัตว์ร้าย สหาย- ไม่ สหายข้าพเจ้าถูกโลหะสีดำนั้นกลืนกินไปเสียแล้ว ข้าพเจ้าเตะเท้าออกพุ่งเข้าหามัน คิดเพียงหยุดยั้งมัน</p>
<p>แสงวาบหนึ่งพุ่งผ่านศีรษะข้าพเจ้าอย่างเฉียดฉิว ข้าพเจ้าล้มตัวหลบ มือยังกำกระบี่ไว้แน่นราวกับเกาะกุมหัวใจตัวเอง หนึ่งห้วงหายใจเท่านั้น ข้าพเจ้าประชิดถึงตัวมัน จ้องมองมัน ดวงตาข้าพเจ้าและมันแข็งกร้าว</p>
<p><strong>&quot;คลิก&quot;</strong> โลหะไฟนั่น-ว่างเปล่า มันแสยะยิ้มก่อนจะกล่าวออกมาว่า    <br />&quot;เชิญท่าน&quot;</p>
<p>ขณะเดียวกันที่กระบี่ข้าพเจ้าคืนฝัก เสียง <strong>ตุบ!!</strong> ดังติดกันสองคราเบื้องหลังข้าพเจ้า เป็นสมุนโจรที่ซุกซ่อนตัวเพื่อลอบสังหาร ศีรษะของพวกมันแตกกระจายด้วยอานุภาพเสียงคำรามจากปลายโลหะ ตรงหน้าข้าพเจ้าเป็นสมุนโจรอีกหนึ่ง ศีรษะของมันจมกองเลือดที่พุ่งออกจากร่างไร้วิญญาณ คาวโลหิตคลุ้งกระจายทั่วบริเวณ</p>
<p>มัน- ยืนมองข้าพเจ้าด้วยสายตาเย็นชา ร่างไร้วิญญาณที่อยู่ด้านหลังมันล้มลง โลหิตนอง    </p>
<p>&quot;ท่านไฉนฆ่ามัน&quot;</p>
<p>มันเอ่ยขณะที่มือหนึ่งเคาะเจ้าโลหะปลิดวิญญาณแผ่วเบา ปลอกโลหะของมันหล่นลงพื้น    <br />ข้าพเจ้ามองหน้ามัน ข้าพเจ้าสบตามัน คล้ายมีบางสิ่งขวางกั้นระหว่างคอหอยข้าพเจ้าและคำพูด คุณธรรม- ข้าพเจ้ากลืนสิ่งนั้นลงลำคออย่างยากเย็น รสชาติของมันขมเกินบรรยาย</p>
<p>&quot;เพราะมันกำลังจะฆ่าท่าน&quot; ข้าพเจ้าเอ่ย</p>
<p align="center">- &#8211; -</p>
<p align="right"><strong>ทุกอย่างเงียบสงบ</strong></p>
<p> <strong>
<p align="right">จากนั้น</p>
<p align="right">บุปฝาจึงเริ่มโปรยปราย</p>
<p></strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/72/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=72&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%98-love-gun/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๑๗ : ซากคัมภีร์</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%97-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%97-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 10:34:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%97-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๑๗ : ซากคัมภีร์ &#160; แสงแดดยามเย็นมักเป็นสีส้ม อมแดง และแซมม้วงในบางเวลา เนินดินอันสงบเรียบราบ &#8211; ปรากฏเงาดำของคนผู้หนึ่ง สัปเหร่อหนุ่มทำหน้าที่ขุดหลุมศพให้คนสามคน คนผู้หนึ่งมีฉายาว่า ฝ่ามือเหล็ก เกิดมาเพื่อทำลาย ตลอดชีวิตพวกมันไม่เคยกระทำความดี ต่อยตีผู้คนนับตั้งแต่เลยวัยกำเดาะ มันเป็นเพีงอันธพาลอันเลวร้าย อันดับสองฉายา ไร้เงา จอมโจรย่องเบาอันดับหนึ่งของแผ่นดิน มันเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดินเพื่อขโมยสิ่งของต่างๆมากมาย แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทราบได้ว่า สิ่งของต่างๆที่มันขโมยมาได้นั้น บัดนี้สาบสูญไปอยู่ที่ใดแล้ว มันเก็บงำความลับไปจนวันสุดท้ายของชีวิตมัน บุคคลที่สามฉายาว่า กระบี่โปรยบุปผา มันเป็นบุรุษสะอาง วาจาคมคายคล้ายบัณฑิตเจ้าสำอาง ทว่าเพลงกระบี่นั้นอำมหิตเป็นที่สุด รวดเร็วและแฝงไว้ด้วยยาพิษ ผู้คนที่ล้มตายด้วยกระบี่มันนั้น ยังน้อยกว่าล้มตายด้วยวาจามัน มันทั้งสามสามมารถมาตายรวมกันในที่แห่งเดียวได้อย่างไร คงมีเพียงสัปเหรอหนุ่มผู้นี้เท่านั้นที่ทราบเรื่อง ขณะที่สัปเหร่อหนุ่มกำลังจะฝังร่างคนทั้งสาม จากระยะไกล บังเกิดเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง วิ่งตะบึงเข้ามาด้วยอาการหอบกระหาย มันเมื่อบรรลุมาถึงเบื้องหน้าศพของจอมชั่วร้ายทั้งสาม เพียงร้องไห้โหยหวน ครวญครางถึงความเลวร้ายที่พวกมันได้กระทำ มันนั้นชักกระบี่ออกมา คิดหมายจะทำการสะบั่นศพไร้วิญญาณให้แหลกสลายคามือ สัปเหร่อหนุ่มเพียงเฝ้ามองด้วยอาการสงบ .. กระบี่แรกฟันใส่ร่างฝ่ามือเหล็กที่บริเวณช่วงเอว บังเกิดเสียงดัง คล้ายเสียงโลหะกระทบกัน ชายหนุ่มตรวจดูบริเวณนั้นพบเจอคัมภีร์ที่ฝั้งไว้ในร่างของมัน เป็นวิชาฝ่ามือเหล็กอันเลื่องชื่อ กระบี่ที่สองฟาดใส่บริเวณไหล่ของจอมโจรไร้เงา เมื่อเสื้อของมันฉีกขาด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=71&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๑๗ : ซากคัมภีร์</strong></p>
<p> <span id="more-71"></span>
<p>&#160;</p>
<p><strong>แสงแดดยามเย็นมักเป็นสีส้ม</strong> อมแดง และแซมม้วงในบางเวลา    <br />เนินดินอันสงบเรียบราบ &#8211; ปรากฏเงาดำของคนผู้หนึ่ง</p>
<p>สัปเหร่อหนุ่มทำหน้าที่ขุดหลุมศพให้คนสามคน คนผู้หนึ่งมีฉายาว่า ฝ่ามือเหล็ก เกิดมาเพื่อทำลาย ตลอดชีวิตพวกมันไม่เคยกระทำความดี ต่อยตีผู้คนนับตั้งแต่เลยวัยกำเดาะ มันเป็นเพีงอันธพาลอันเลวร้าย อันดับสองฉายา ไร้เงา จอมโจรย่องเบาอันดับหนึ่งของแผ่นดิน มันเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดินเพื่อขโมยสิ่งของต่างๆมากมาย แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทราบได้ว่า สิ่งของต่างๆที่มันขโมยมาได้นั้น บัดนี้สาบสูญไปอยู่ที่ใดแล้ว มันเก็บงำความลับไปจนวันสุดท้ายของชีวิตมัน</p>
<p>บุคคลที่สามฉายาว่า กระบี่โปรยบุปผา มันเป็นบุรุษสะอาง วาจาคมคายคล้ายบัณฑิตเจ้าสำอาง ทว่าเพลงกระบี่นั้นอำมหิตเป็นที่สุด รวดเร็วและแฝงไว้ด้วยยาพิษ ผู้คนที่ล้มตายด้วยกระบี่มันนั้น ยังน้อยกว่าล้มตายด้วยวาจามัน มันทั้งสามสามมารถมาตายรวมกันในที่แห่งเดียวได้อย่างไร คงมีเพียงสัปเหรอหนุ่มผู้นี้เท่านั้นที่ทราบเรื่อง</p>
<p>ขณะที่สัปเหร่อหนุ่มกำลังจะฝังร่างคนทั้งสาม จากระยะไกล บังเกิดเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง วิ่งตะบึงเข้ามาด้วยอาการหอบกระหาย มันเมื่อบรรลุมาถึงเบื้องหน้าศพของจอมชั่วร้ายทั้งสาม เพียงร้องไห้โหยหวน ครวญครางถึงความเลวร้ายที่พวกมันได้กระทำ มันนั้นชักกระบี่ออกมา คิดหมายจะทำการสะบั่นศพไร้วิญญาณให้แหลกสลายคามือ</p>
<p>สัปเหร่อหนุ่มเพียงเฝ้ามองด้วยอาการสงบ ..</p>
<p>กระบี่แรกฟันใส่ร่างฝ่ามือเหล็กที่บริเวณช่วงเอว บังเกิดเสียงดัง คล้ายเสียงโลหะกระทบกัน ชายหนุ่มตรวจดูบริเวณนั้นพบเจอคัมภีร์ที่ฝั้งไว้ในร่างของมัน เป็นวิชาฝ่ามือเหล็กอันเลื่องชื่อ กระบี่ที่สองฟาดใส่บริเวณไหล่ของจอมโจรไร้เงา เมื่อเสื้อของมันฉีกขาด เผยให้เห็นว่า มีแผนที่สมบัติที่มันขโมยมาบันทึกอยู่ด้านในของเสื้อ ตลอดทั้งวิชาฝีมือที่มันศึกษา เด็กหนุ่มผงะเพียงเท่านั้น รีบเร่งเก็บคัมภีร์ทั้งสองแล้วรุดจากไป</p>
<p>สัปเหร่อหนุ่มเฝ้ามองอาการของเด็กหนุ่มโดยตลอด มันเพียงทำหน้าที่ของมันสืบต่อ</p>
<p><strong>&quot;ช้าก่อน&quot;</strong> สัปเหร่อหนุ่มร้องทัก</p>
<p>เด็กหนุ่มหันหลังกลับมา &quot;ท่านอย่าได้ห่วงไป ข้าพเจ้าจะไม่ใช้สิ่งของเหล่านี้ไปในทางที่ผิด&quot; สัปเหร่อหนุ่มเดินไปชี้ที่ศพของ กระบี่โปรยบุปผา กล่าวสืบต่อ &quot;ท่านไฉนไม่ลองค้นดูศพของมันผู้นี้ด้วยเล่า มันอาจซุกซ้อนคัมภีร์ไว้&quot; เด็กหนุ่มเห็นจริงตามนั้น จึงหันกลับมายังศพที่สาม และมันก็ค้นเจอคัมภีร์เล่มที่สาม เป็นคัมภีร์เพลงกระบี่ตลอดจนการใช้พิษในกระบวนท่าและยารักษาพิษ ครั้งเมื่อค้นจนทั่วไม่เจออันใด เด็กหนุ่มจึงเดินทางจากไป</p>
<p>สัปเหร่อหนุ่ม เฝ้ามองจนเด็กหนุ่มผู้นั้นเดินทางทางจากไป จนลับสายตา จึงค่อยกลบฝังร่างทั้งสาม จากนั้นจึงเดินทางกลับสู่ที่พัก มันมิได้เป็นผู้คนในพื้นที่ หากแต่เดินทางมาไกลจากอีกเมือง เพื่อนำศพคนทั้งสามมาฝั่งในเมืองแห่งนี้ ระยะนี้จึงได้อาศัยโรงเตี้ยมในเมืองเป็นแหล่งพักนอน</p>
<p>&quot;นายท่านยังคงอยู่&quot; เจ้าของโรงเตี๊ยมทักทาย    <br />&quot;งานเรายังไม่จบสิ้น&quot; สัปเหร่อหนุ่มกล่าว</p>
<p>มันไม่กล่าวอันใดสืบต่อจากนั้น หลังจากสั่งสุราชั้นดี กับแกล้มเสียสองสามอย่าง นั่งระบายลมหายใจฝ่านช่องหน้าต่าง เหม่อมองออกไปด้านนอก เฝ้ามองไปยังตำหนักฟ้า สถานที่ซึ่งมีหมอเทวดาที่เก่งกาจในแดนดินอาศัย</p>
<p>มันนั่งทอดอารมณ์ยาวไกลจนใกล้เวลาอรุณ ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนสูงขึ้น เบื้องล่างคล้ายมีเหตุการณ์วุ่นวาย เสียงผู้คนร่ำร้อง เสียงร้องไห้ สัปเหร่อหนุ่มมองลงมาเบื้องล่าง จากมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม เสียงคนผู้หนึ่งจากข้างล่างตะโกนคำรามออกมาอย่างสุดเสียง</p>
<p>&quot;มันตายด้วยฝ่ามือเหล็ก&quot;</p>
<p>สัปเหร่อหนุ่มเพียงบิดกายเล็กน้อยคลายอาการเมื่อยล้า กลืนเสียงคำรามลงลำคอ โรยวาจาหนึ่งท่องลอยไปในอากาศยามเช้า</p>
<p><strong>&quot;งานข้าพเจ้ายังไม่เสร็จสิ้นง่ายดายเสียแล้ว&quot;</strong></p>
<p><strong></strong>    <br />มีเพียงวิญญาณภูติพรายเท่านั้นที่สดับรับฟังถ้อยความนี้ได้</p>
<p>&#160;</p>
<p>…</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/71/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/71/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=71&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%97-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๑๖ : ทางลัด</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%96-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%96-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 10:30:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%96-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๑๖ : ทางลัด แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง ขนาดกลาง ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไปในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรงผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย - ๑ - ณ.ยามสาย ลำแสงของเปลวแดดมักแผดกล้ากว่าห้วงอรุณแรก ทว่าเมื่อแสงนั้นต้องผิวลอนแห่งห้วงน้ำสือเจียนกลับระยับวับวาว น่าตื่นตา ความตื่นตามักสร้างความประทับใจ ความประทับใจมักดำรงอยู่ในวิสัยของความงาม ประกอบกับเสียงสายน้ำที่ตีเกลียวกระแทกกระทบสันโขดหิน ได้ยินโครมครืน กังวานนั้นสะท้านไปทั่วสองฟากฝั่ง ละอองจากการกระแทกซัดนั้นฟุ้งกระจาย อาบแสงสัญยามสายวูบวาว ความวูบวาวมักท้าทายหัวใจผู้คนให้ลิ้มลอง คลื่นน้ำส่งเสียงคำรามก้อง สรรพ์สำเนียงนั้นสะท้านลงหุบห้วงหัวใจผู้คน ทว่าผู้คนย่อมเป็นผู้คน เมื่อคิดหวังท้าทายธรรมชาติ ไฉนรีรอครุ่นคิด ไฉนแสดงออกถึงอาการหวาดเกรงภายในจิตใจได้ ขณะนั้นเอง ไม่ทราบว่าร่างคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่งน้ำแต่เมื่อใด เจี่ยซาน(ภูเขาจำลอง) ชายหนุ่มแห่งประจิมทิศ ร่างกายสูงใหญ่สมชื่อมัน กล้ามเนื้อตลอดร่างกายล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังหนุ่ม ดวงตามันคมเข้ม หรี่ลงเล็กน้อยและไม่กระพริบตาเป็นเวลานาน หายใจเข้าออกอย่างมีจังหวะพอดิบพอดี เล่ากันว่ามันเดินทางผ่านห้วงน้ำมาแล้วหลายสาย ด้วยพลังร่างกายของมัน แม้แต่ห้วงน้ำทะเลอันเกรี้ยวกราด มันก็สามารถแหวกว่ายผ่านคลื่นลมโถมกระหน่ำ ผู้คนจากดินแดนทิศประจิมมักมีลักษณะท่าทางเช่นนี้ กล่าวคือ มีความมุ่งมั่นในการกระทำการใดๆอย่างร้ายกาจ เป็นนักต่อสู้อย่างหาผู้ใดเปรียบเทียบ ทว่ามันเดินทางมาถึงเบื้องหน้าแม่น้ำสือเจียนด้วยเหตุผลอันใด &#34;ฮึๆ.. สมคำเล่าลือ&#34; มันกล่าวทวนคำสามหน ก่อนจะขบเคี้ยวความพึงพอใจลงลำคอ กวาดสายตาออกไปโดยรอบ พบเห็นแมกไม้นาๆพันธุ์ สีสันสลับสับไปมาระหว่างใบเขียวและดอกดวงรวงผล [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=70&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๑๖ : ทางลัด</strong></p>
<p> <span id="more-70"></span>
<p><strong>แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง     <br />ขนาดกลาง ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไปในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรงผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย</strong> </p>
<p align="center">- ๑ -</p>
<p>ณ.ยามสาย ลำแสงของเปลวแดดมักแผดกล้ากว่าห้วงอรุณแรก ทว่าเมื่อแสงนั้นต้องผิวลอนแห่งห้วงน้ำสือเจียนกลับระยับวับวาว น่าตื่นตา ความตื่นตามักสร้างความประทับใจ ความประทับใจมักดำรงอยู่ในวิสัยของความงาม ประกอบกับเสียงสายน้ำที่ตีเกลียวกระแทกกระทบสันโขดหิน ได้ยินโครมครืน กังวานนั้นสะท้านไปทั่วสองฟากฝั่ง ละอองจากการกระแทกซัดนั้นฟุ้งกระจาย อาบแสงสัญยามสายวูบวาว ความวูบวาวมักท้าทายหัวใจผู้คนให้ลิ้มลอง</p>
<p>คลื่นน้ำส่งเสียงคำรามก้อง สรรพ์สำเนียงนั้นสะท้านลงหุบห้วงหัวใจผู้คน ทว่าผู้คนย่อมเป็นผู้คน เมื่อคิดหวังท้าทายธรรมชาติ ไฉนรีรอครุ่นคิด ไฉนแสดงออกถึงอาการหวาดเกรงภายในจิตใจได้ ขณะนั้นเอง ไม่ทราบว่าร่างคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่งน้ำแต่เมื่อใด</p>
<p>เจี่ยซาน(ภูเขาจำลอง) ชายหนุ่มแห่งประจิมทิศ ร่างกายสูงใหญ่สมชื่อมัน กล้ามเนื้อตลอดร่างกายล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังหนุ่ม ดวงตามันคมเข้ม หรี่ลงเล็กน้อยและไม่กระพริบตาเป็นเวลานาน หายใจเข้าออกอย่างมีจังหวะพอดิบพอดี เล่ากันว่ามันเดินทางผ่านห้วงน้ำมาแล้วหลายสาย ด้วยพลังร่างกายของมัน แม้แต่ห้วงน้ำทะเลอันเกรี้ยวกราด มันก็สามารถแหวกว่ายผ่านคลื่นลมโถมกระหน่ำ ผู้คนจากดินแดนทิศประจิมมักมีลักษณะท่าทางเช่นนี้ กล่าวคือ มีความมุ่งมั่นในการกระทำการใดๆอย่างร้ายกาจ เป็นนักต่อสู้อย่างหาผู้ใดเปรียบเทียบ ทว่ามันเดินทางมาถึงเบื้องหน้าแม่น้ำสือเจียนด้วยเหตุผลอันใด</p>
<p>&quot;ฮึๆ.. สมคำเล่าลือ&quot;</p>
<p>มันกล่าวทวนคำสามหน ก่อนจะขบเคี้ยวความพึงพอใจลงลำคอ กวาดสายตาออกไปโดยรอบ พบเห็นแมกไม้นาๆพันธุ์ สีสันสลับสับไปมาระหว่างใบเขียวและดอกดวงรวงผล ธรรมชาติเกื้อหนุน ให้เกิดความงดงามอย่างประหลาด เป็นความงดงามในความไร้ระเบียบ ในความไร้ระเบียบพบเห็นกระบวนการก่อเกิดอันสงบงัน ไม่เร่งร้อน ไม่วุ่นวาย หากแต่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด จอมยุทธ์ครั้งอดีตกาลมักอาศัยหลักการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ ประดิษฐ์คิดค้นท่วงท่าเพลงกระบี่หรือเพลงมวยหมัด ตลอดจนสามารถร้อยเรียงสำเนียงเพลงกลอนอันสะท้อนให้เห็นถึงมโหรีแห่งธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ</p>
<p>เจี่ยซานมองสายน้ำอย่างคาดคำนวณ ความแรง ความลึก ความกว้างยาว ล้วนกะคาดคะเนในสายตา มันย่อมต้องระวังประมาณตน ด้วยเพราะธรรมชาตินั้นยากคาดเดาได้ สายตาของมันสำรวจโดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน สูดลมหายใจเข้าออกคล้ายเตรียมพร้อมบางประการ</p>
<p>แต่ทว่าเมื่อมองออกไปอีกฟากฝั่งแม่น้ำสือเจียน ช่วงเวลาเช่นนี้มักปรากฏชายชราผู้หนึ่ง ดูไปแล้วคล้ายคนสามัญธรรมดา มิใช่ชาวยุทธ์และหาใช่นักพรต หากแต่เป็นคนตกปลา คนตกปลาที่ดูชรายิ่ง ท่านมักนั่งเหม่อมองสายธารเบื้องหน้าอย่างคลายใจ ระบายลมหายใจคลอเคลียเป็นสายเดียวกับริ้วลมที่โชยผ่าน ประหนึ่งว่าหนึ่งห้วงกาลเวลานั้นหาค่ามีได้ในสำนึก</p>
<p>เจี่ยซานมองออกไปพบเห็นชายชราให้สะท้อนใจ สำนึกว่า &quot;ผู้คนคล้ายชายตลิ่งน้ำ มีชีวิตผ่านพ้นไปวันๆ เพียงเพื่อให้สายน้ำแห่งกาลเวลากัดเซาะ&quot; ชีวิตร่างกายมันก็เช่นกัน ไม่อาจหลีกเร้นจากการคร่ากุมของกาลเวลาได้</p>
<p>หมดสิ้นห้วงความคิด มันถึงกับคำราม เสียงคำรามนั้นก้องสะท้านไปทั่วบริเวณ มันกำลังเรียกขวัญกำลังใจของตัวเอง ตลอดทั้งร่างเดินลมปราณพร้อมพุ่งทะยาน คล้ายประหนึ่งลูกเกาทัณฑ์กำลังสั่นสะท้านเมื่อพลธนูง้างสายสุดแรง ตามันมีประกายดุจปลายลูกดอกยามต้องแสงอาทิตย์    <br />ฟรืบ!!&#8230; มันทะย่านออกสู่ห้วงน้ำอันสาดซัดแล้ว</p>
<p align="center">- ๒ -</p>
<p>เสียงตูมใหญ่เมื่อมันกระโจนลงห้วงนที ความเย็นเยียบแล่นสู่หัวใจมันเป็นอันดับแรก เจ็บแปลบคล้ายปลายมีดอันเหล็มคมทิ่มแทงมันนับล้านๆเล่ม แรงคลื่นของเกลียวน้ำโหมปะทะร่างมันอย่างไม่หยุดหย่อน หนุนเนืองคล้ายต้องการปลิดลมหายใจมันในทันทีเมื่อสัมผัส ทว่าดวงตามันยังคงสงบนิ่ง ไม่แม้แต่กระพริบตา เบื้องหน้าเท่านั้นที่มันหมายมอง เป็นเป้าหมายที่มันกะเกณฑ์วางแผนไว้อย่างรอบคอบแต่แรก แม้สายน้ำจะซักกระเซ็นเป็นฝอยฟอง ทว่าเพียงช่องว่างเล็กๆ มันก็ยังสามารถมองเห็นจุดหมายเบื้องหน้า</p>
<p>แรงปะทะหนักหน่วงจนร่างของมันปลิวไปปะทะโขดหินเป็นบางขณะ อาจเพราะกะเกณฑ์ไว้แต่แรกแล้ว มันจึงสามารถใช้ท่วงท่าฝ่ามือและฝ่าเท้าหยุดยั้งแรงปะทะกับโขดหินได้ หัวใจมันเต้นแรงขึ้นทุกช่วงขณะที่มันว่ายผ่านคลื่นน้ำไปที่ละวา ทีละศอก มันสำลักน้ำหลายครา แต่ก็ตั้งต้นใหม่ และก็ไม่ละสายตาจากจุดหมายที่ตั้งไว้ เหนือสิ่งที่มันคาดหมายเอาไว้ในแผนการ นั่นคือขอนไม้ขนาดใหญ่ปลิวซัดมาอย่างบ้าคลั่ง</p>
<p>มันชะงักร่างไว้กับที่ ดำลงไปยังโคนล่างสุดของโขดหินเพื่อหลบขอนไม้นั้น สายน้ำด้านล่างยิ่งปะทะร่างมันอย่างหนักหน่วง หากแต่ว่าไม่คลุ้มคลั่งเท่าลอนคลื่นที่ซัดสะท้านอยู่เบื้องบน รอจนขอนไม้ตวัดปลายหลุดออกจากห้วงมรณะแล้ว มันจึงผุดขึ้นมายังผิวน้ำ พบว่าตัวเองโดนพัดย้อนกลับมาหลายช่วงตัว แต่นั่นก็หาได้ทำให้มันละทิ้งความพยายาม มันย้อนกลับไม่ได้แล้ว มีทางเดียวคือพุ่งทะลวงไปเบื้องหน้าเท่านั้น แม้มันจะคำรามออกไปทุกห้วงขณะเพื่อเรียกขวัญกำลังใจก็ตามที แต่สายน้ำแห่งสือเจียนก็หาได้ปราณีต่อความบากบั่นของมัน ยังคงซัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ต่อผู้ที่คิดท้าทายไฉนเลยโอนอ่อนผ่อนปรนได้</p>
<p>เจี่ยซานหยุดพักตรงช่วงว่างระหว่างโขดหินเป็นบางช่วง ช่วงสุดท้ายของสายน้ำมันหยุดพักนานเป็นพิเศษ เดินพลังปรับสมดุลย์ทั่วร่างกายอีกครา ก่อนที่จะทะยานออกสู่ห้วงน้ำอันเดือดดาล วาวหนึ่งเพียงเศษเสี้ยวของกาลเวลา เจี่ยซานทะยานออกหลุดพ้นผิวน้ำ ท่าร่างคล้ายมังกรทะยานฟ้า องอาจและน่าเกรงขาม เสียงสะท้านทั่วบริเวณเมื่อมันพาร่างสัมผัสพื้นดิน</p>
<p>เพียงหนึ่งช่วงเวลาที่สายลมพัดผ่าน ทุกอย่างล้วนสงบนิ่งงัน คล้ายคารวะให้กับความบากบั่นของเจี่ยซาน มันเหลี่ยวหลังกลับไปมองสายน้ำที่เพิ่งผ่านพ้น ระบายลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้า ปรับดุลย์ภายในอีกหน มิได้มีความเหิมเกริมเมื่อได้ชัย หากแต่มีท่าทีคารวะต่อความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ</p>
<p align="center">- ๓ -</p>
<p>แสงแดดสดและคมกล้าปะทะผิวแม่น้ำบังเกิดประกายระยับคล้ายแสงดาวยามราตรี ชายชราเหลือบมองเจี่ยซาน ท่านยิ้มออกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แม้ไรฟันจะไม่ครบถ้วน หากแต่น่ารักชวนอิ่มเอมใจ เหม่อมองสายน้ำและแหงนมองฟากฟ้า ชั่ววขณะหนึ่งท่านจึงผุดลุกขึ้น เจี่ยซานเห็นที่สายเบ็ดต้องประหลาดใจ ด้วยเพราะปลายสายหาได้มีตะขอเกี่ยวเหยื่อ</p>
<p>&quot;ท่านผู้อาวุโสหาได้นั่งตกปลา?&quot; มันเอ่ยถามด้วยคารวะสำเนียง</p>
<p>ชายชรายิ้มรับอีกหน ค่อยเอ่ยวาจาอย่างเชื่องช้าแต่สงบเยื่อกเย็นยิ่ง</p>
<p>&quot;เป็นเรานั่งตกปลา แต่วันนี้โชคไม่ดี ไม่มีปลาสักตัว&quot;</p>
<p>เจี่ยซานประหลาดใจ &quot;เป็นท่านลืมตะขอเบ็ดกับเหยื่อกระมัง?&quot;    <br />ชายชราหันไปมองสายเบ็ดของตัวเอง ร้อง &quot;อ้อ&#8230;&quot;</p>
<p>แล้วท่านก็พลันหัวร่อในที่สุด ขณะเดียวกันท่านก็เคลื่อตัวคล้ายกำลังจะข้ามแม่น้ำ เจี่ยซานเห็นดังนั้นถึงกับร้องทัก ด้วยคิดว่าชายชราท่านนี้คงหลงๆลืมๆเลอะเลือนเป็นแน่ สายน้ำกราดเกรี้ยวเบื้องหน้ากับชายชราผู้หนึ่งนับเป็นเรื่องประหลาดกว่าคนตกปลาโดยไร้เหยื่อ</p>
<p>&quot;ท่านผู้อาวุโสช้าก่อน.. ท่านมิได้เป็นคนจากฝังนี่หรอกหรือ???&quot; เจี่ยซานกล่าว    <br />&quot;เราเป็นคนหมู่บ้านโน้น&quot; ชายชราชี้นิ้วไปอีกฟากฝั่ง</p>
<p>&quot;ท่านคิดจะข้ามแม่น้ำสายนี้???&quot;    <br />ชายชรายิ้ม ท่านกล่าวออกมาอย่างเชื่องช้าดุจเดิม ขณะเดียวกันนั้นค่อยๆก้าวออกทีละก้าว    </p>
<p>&quot;คนหนุ่มย่อมมีวิธีอย่างคนหนุ่ม .. &quot; ท่านทิ้งระยะก่อนหนึ่งห้วงลมหายใจขณะมองออกไปยังสายน้ำเบื้องหน้า &quot;คนชรา ก็ย่อมมีวิธีอย่างคนชรา.. เจ้าอย่าได้ห่วงไปเลย&quot;</p>
<p>กล่าวจบชายชราใช้คันเบ็ดพยุงร่างตัวเองเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ฝ่าเท้าวางลงบนโขดหินที่เหนือผิวน้ำเล็กน้อย ท่ามกลางความกราดเกรี้ยวของสายน้ำ เจี่ยซานเพิ่งพบเห็นว่า มีช่องว่างเล็กๆมากมายที่หลุดพ้นจากแรงปะทะของคลื่นน้ำ เป็นช่องว่างเล็กๆอันหวาดเสียว หากก้าวเดินผิดเพี้ยนไปแม้เสี้ยวหนึ่งหุน เมื่อนั้นแม้มีหมื่นพันชีวิตก็ไม่อาจเพียงพอ ทว่าชายชราท่านนี้กลับเดินเหินอย่างแม่นยำ มั่นคงราวกับสามารถหลับตาเดินก็ยังได้</p>
<p>อาจเป็นเพราะชายชราผู้นี้นั่งมองสายน้ำแห่งนี้มาเนิ่นนาน นานเสียจนรับรู้และสัมผัสได้ถึง ช่องว่างเล็กๆแห่งมรณะ ที่สายน้ำสือเจียนโหมกระหน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า</p>
<p>&quot;ท่านปู่.. ท่านปู่&quot; เสียงเด็กน้อยแว้วมาจากด้านหลังของพงป่า ชั่วครู่จึงปรากฏเด็กผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งตามออกมา &quot;ท่านปู่ใจร้าย ทิ้งข้าพเจ้ามารน้อยอีกล่ะ&quot; เด็กร้องออกไป ทำหน้าตาค้อนงอนผู้ชรา เจี่ยซานสำรวจมองเด็กน้อย ในใจครุ่นคิด </p>
<p>&quot;หรือว่าเด็กน้อยคนนี้ก็&#8230;&quot;</p>
<p>มิทันที่ความคิดของเจี่ยซานจะบรรลุถึง    <br />เด็กผู้ชายตัวเล็กก็กระโดดเกาะต้นไผ่ลำหนึ่ง ปีนป่ายขึ้นไปจนถึงสุดปลายยอดไผ่ แล้วต้นไผ่ก็โน้มต้นโค้งลงไปยังสายน้ำเบื้องหน้า เมื่อถึงระยะหนึ่ง เด็กน้อยผู้นั้นก็พลันดีดร่างออกจากกิ่งไผ่ พลิ้วร่างลงในอีกฟากฝั่ง ง่ายดาย หมดจด รวดเร็ว เจี่ยซานถึงกับตาค้าง ทั้งร่างคล้ายถูกตรึงอยู่กับที่ ทั้งจิตวิญญาณและความนึกคิด ล้วนถูกแช่แข็งด้วยภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า</p>
<p>หากเป็นมันเล่า </p>
<p>หากเป็นมันยังสามารถใช้วิธีสองอย่างนี้ข้ามแม่น้ำสายนี้ได้หรือไม่ ???   <br />หากเป็นมัน หากเป็นมัน&#8230; คำถามนี้เวียนวนอยู่ในห้วงคำนึงไม่รู้สิ้น</p>
<p align="right">
<p><strong>แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง     <br />ขนาดกลาง      <br />ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป      <br />ในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรง      <br />ผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย      <br /></strong></p>
<p align="right"><strong>คนหนุ่มย่อมมีวิธีของคนหนุ่ม     <br />คนชราย่อมมีวิธีของคนชรา      <br /></strong></p>
<p align="right"><strong>เด็กน้อยก็ย่อมมีวิธีของเด็กน้อย     <br />หากแต่ล้วนมาดหมายที่ปลายฝั่งดุจเดียวกัน      <br /></strong></p>
<p>&#160;</p>
<p>หมายเหตุ สือเจียนหมายถึง &quot;เวลา&quot;</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/70/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/70/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=70&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%96-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๑๕ : รอยเท้า</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%95-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%95-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 10:25:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%95-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๑๕ : รอยเท้า หลิงซานเป็นขุนเขา ตระหง่านเสียดสุดฟ้า น่าเกรงขาม ทว่ามันหาได้ท้าทายฟ้าดิน ยังเจียมตนอย่างสงบเงียบ -๑- หลงจิงเป็นเด็กหนุ่ม นอกจากจะเพิ่งพ้นวัยกระเตาะเอาะๆแล้ว หลงจิงยังคงชื่นชอบความเร็วและวิชาตัวเบา ทั่วทั้งมณฑลที่มันพนักอยู่หามีผู้ใดมีความว่องไวรวดเร็วเท่ามัน อาจารย์ที่มีชื่อเสียงในแคว้นต่างๆให้ความชื่นชมมันอย่างยิ่ง ทว่ามันยังไม่พึงพอใจในความเร็วของตน มันยังคิดสืบค้นหายอดฝีมือที่จะมาวัดรอยเท้ากับมันอยู่เสมอ ชื่อเสียงของมันขจรไกลไปหลายแคว้น มีวันหนึ่งนักพรตผู้จาริกพเนจรรอนแรมผ่านมา เอ่ยเอื่อนถึงตำนานเรื่องราวนอกเหนือยุทธภพ มีตำนานเล่าว่า เมื่อเดินทางไปยังทิศบูรพา พ้นไปเบื้องบนขุนเขาหลิงซาน จึงสามารถพบเจอยอดยุทธ์ที่หลบเร้นหนีหายจากยุทธภพ ณ.ที่แห่งนั้น หลงจิงอาจได้พบเจอยอดฝีมือที่สามารถเรียบเคียงกับมันได้ หลงจิงให้ดีใจเมื่อทราบเรื่องราว รีบเร่งเดินทางออก หันหัวไปทางทิศบูรพาทันที ด้วยความรวดเร็วว่องไวของมันย่อมทำให้ถึงที่หมายด้วยเวลาไม่นานนัก -๒- เมื่อหลงจิงเดินทางพ้นเนินขอบเส้นเขาหลิงซาน จึงพบเห็นศาลาไม้นั้งสงบอยู่ตรงหน้า ภายใต้หลังคาเรือนพบเห็นชายชราผู้หนึ่ง อาภรณ์ที่ส่วมใส่คล้ายผู้ทรงศีลบำเพ็ญพรต ใบหน้าแม้ดูชราหากแต่กลับมองแล้วสดใสหมดจด ไร้ริ้วรอยแห่งความอนาทรร้อนรน “เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าพเจ้าหลงจิงจากแคว้นไท๊ตง” มันคารวะผู้อาวุโสด้วยวาจานอบน้อมยิ่ง “อ้อ..” ผู้อาวุโสเหลือบมองมันชั่วขณะก็ลุกเดินจากไป หลงจิงเห็นดังนั้นถึงกับรีบรุดฝีเท้าเดินตาม ยิ่งมายิ่งพบว่าท่านผู้อาวุโสท่านนี้มีวิชาตัวเบาอันลึกลับยิ่ง ท่านก้าวหนึ่งหนสามารถพาตัวตนพ้นหนึ่งช่วงเนินดิน “หรือนี่คือยอดยุทธ์ที่นักพรตกล่าวถึง” หลงจิงลอบครุ่นคิดในใจ เพียงวูบหนึ่งของความคิดนั้น ชายชราก็หายลับไปในม่านหมอกเสียแล้ว หลงจิงก้มมองร่องรอยที่ทิ้งไว้ กลับพบเจอร่องรอยที่เบาบาง “วรยุทธ์อันประเสริฐ..” มันกล่าวทวนสามครา จึงรวบรวมกำลังภายในทั้งหมดทั้งมวล [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=69&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๑๕ : รอยเท้า</strong></p>
<p> <span id="more-69"></span>
<p><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>หลิงซานเป็นขุนเขา     <br />ตระหง่านเสียดสุดฟ้า น่าเกรงขาม      <br />ทว่ามันหาได้ท้าทายฟ้าดิน      <br />ยังเจียมตนอย่างสงบเงียบ</strong></p>
<p align="center">-๑-</p>
<p>หลงจิงเป็นเด็กหนุ่ม นอกจากจะเพิ่งพ้นวัยกระเตาะเอาะๆแล้ว หลงจิงยังคงชื่นชอบความเร็วและวิชาตัวเบา ทั่วทั้งมณฑลที่มันพนักอยู่หามีผู้ใดมีความว่องไวรวดเร็วเท่ามัน อาจารย์ที่มีชื่อเสียงในแคว้นต่างๆให้ความชื่นชมมันอย่างยิ่ง</p>
<p>ทว่ามันยังไม่พึงพอใจในความเร็วของตน มันยังคิดสืบค้นหายอดฝีมือที่จะมาวัดรอยเท้ากับมันอยู่เสมอ ชื่อเสียงของมันขจรไกลไปหลายแคว้น</p>
<p>มีวันหนึ่งนักพรตผู้จาริกพเนจรรอนแรมผ่านมา เอ่ยเอื่อนถึงตำนานเรื่องราวนอกเหนือยุทธภพ    <br />มีตำนานเล่าว่า เมื่อเดินทางไปยังทิศบูรพา พ้นไปเบื้องบนขุนเขาหลิงซาน จึงสามารถพบเจอยอดยุทธ์ที่หลบเร้นหนีหายจากยุทธภพ ณ.ที่แห่งนั้น หลงจิงอาจได้พบเจอยอดฝีมือที่สามารถเรียบเคียงกับมันได้</p>
<p>หลงจิงให้ดีใจเมื่อทราบเรื่องราว รีบเร่งเดินทางออก หันหัวไปทางทิศบูรพาทันที ด้วยความรวดเร็วว่องไวของมันย่อมทำให้ถึงที่หมายด้วยเวลาไม่นานนัก</p>
<p align="center">-๒-</p>
<p>เมื่อหลงจิงเดินทางพ้นเนินขอบเส้นเขาหลิงซาน จึงพบเห็นศาลาไม้นั้งสงบอยู่ตรงหน้า ภายใต้หลังคาเรือนพบเห็นชายชราผู้หนึ่ง อาภรณ์ที่ส่วมใส่คล้ายผู้ทรงศีลบำเพ็ญพรต ใบหน้าแม้ดูชราหากแต่กลับมองแล้วสดใสหมดจด ไร้ริ้วรอยแห่งความอนาทรร้อนรน</p>
<p>“เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าพเจ้าหลงจิงจากแคว้นไท๊ตง” มันคารวะผู้อาวุโสด้วยวาจานอบน้อมยิ่ง    <br />“อ้อ..” ผู้อาวุโสเหลือบมองมันชั่วขณะก็ลุกเดินจากไป</p>
<p><strong>หลงจิงเห็นดังนั้นถึงกับรีบรุดฝีเท้าเดินตาม</strong> ยิ่งมายิ่งพบว่าท่านผู้อาวุโสท่านนี้มีวิชาตัวเบาอันลึกลับยิ่ง ท่านก้าวหนึ่งหนสามารถพาตัวตนพ้นหนึ่งช่วงเนินดิน “หรือนี่คือยอดยุทธ์ที่นักพรตกล่าวถึง” หลงจิงลอบครุ่นคิดในใจ เพียงวูบหนึ่งของความคิดนั้น ชายชราก็หายลับไปในม่านหมอกเสียแล้ว หลงจิงก้มมองร่องรอยที่ทิ้งไว้ กลับพบเจอร่องรอยที่เบาบาง    </p>
<p>“วรยุทธ์อันประเสริฐ..”</p>
<p>มันกล่าวทวนสามครา จึงรวบรวมกำลังภายในทั้งหมดทั้งมวล ดีดร่างออกจากจุดที่อยู่เดิม สายตาเพ่งไปที่ริ้วรอยที่ชายชราจารึกไว้</p>
<p>หนึ่งชั่วยามผ่านไป มันคล้ายไปเห็นหลังท่านผู้อาวุโส ทว่ายังสามารถพบเจอร่องรอยของท่านตามรายทาง มันเร่งเร็วยิ่งกว่าเดิม หัวใจมันเต้นเน้นถี่ ทั่วทั้งร่างบัดนี้คล้ายเครื่องจักรมันทรงพลัง ในห้วงคำนึงคิด</p>
<p>มันดีใจ</p>
<p align="center">-๓-</p>
<p>ผ่านพ้นไปสามชั่วยาม มันเองยังไม่สามารถผมเจอแม้เงาหลังของผู้คน ให้รู้สึกแปลกใจและรู้สึกหวาดกลัวในหัวใจ หรือคนผู้นี้เป็นภูตพรายประจำขุนเขากันแน่ สีหน้ามันเริ่มซีดเผือดไร้โลหิตฉีดเลี้ยง หายใจหอบแต่ยังไม่ละทิ้งความพยายาม</p>
<p>หลงจิงตัดสินใจสลัดรองเท้าออกเพื่อเพิ่มความเร็วขึ้น หนนี้เขาทะยานเร็วขึ้น ไม่นานจึงสามารถพบเห็นแผ่นหลังของผู้คน หลงจิงคำรามในใจ หัวใจของมันแทบถูกความเร็วฉีกขยี่จนระเบิด แต่มันยังคงคำรามในใจ ฮึฮึ.. “ข้าพเจ้ามาแล้ว”</p>
<p>ชั่วอึดใจเดียวกันนั้น มันกลับรู้สึกว่ามีผู้คนไล่ติดตามมันอยู่เบื้องหลัง พลันหันกลับไปมองจึงพบเห็นผู้คนจริง แต่ไม่อาจพบเห็นหน้าตา เพราะชายผู้ติดตามมานั้น กลับหันหน้าไปด้านหลังเช่นเดียวกัน เห็นดังนั้นถึงกับเกิดอาการขลาดกลัว “สถานที่นี้นับเป็นแหล่งซุกซ่อนมังกรเขียวพยัคฆ์ขาวจริงๆ” คิดดังนั้นต้องเร่งฝีเท้าตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างเกร็งพลังสะท้าน หัวใจแทบหลุดลอยจากร่างในทุกห้วงขณะ</p>
<p>“ไฉน?…”</p>
<p>มันตั้งคำถามกับตัวเองแต่ไม่อาจบังคับร่างกายได้ เท้ามันร่างกายมันบัดนี้เหนือการควบคุมไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไร มันยังโลดแล่นไปข้างหน้าต่อไป แผงหลังของผู้คนเบื้องหน้ายิ่งมองยิ่งน่าเกรงกลัว เสียงกวดตามมาของผู้คนข้างหลัง ยิ่งกร่อนทำลายประสาทยิ่งไปอีก</p>
<p>“ไฉน?..เป็นเรื่องราวเช่นนี้”</p>
<p>หลงจิงหอบหายใจอยู่พักหนึ่ง จึงกระอักโลหิต มือข้างหนึ่งเกาะกุมที่หน้าอก มันกำลังจะขาดใจตาย เงยหน้ามองแผงหลังด้านหน้า ค่อยๆห่างออกไปทุกที มันกัดฟันกรอด “บัดซบ!!” บัดนี้เหนือกำลังที่มันจะควบคุมจิตใจแล้ว หลงจิงสะดุดขาตัวเองล้มลง กลิ้งคว้างไปด้านหน้า ฝุ่นตลบในนาทีนั้น</p>
<p>มันทุบพื้นเกรี้ยวกราด ขึงโกรธตัวเอง ตลอดทั้งร่างมันสั่นสะท้าน เงยหน้าอันเปื้อนฝุ่นเพื่อมองดูคนเบื้องหน้า เขาเห็นคนผู้นั้นลงนอนกลิ้งไปกับพื้นเช่นเดียวกัน ชายผู้นี้ไม่ได้สวมใส่รองเท้าดุจเดียวกับมัน อีกทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์กลับสวมใส่ เป็นชนิดเดียวกับมัน ทว่าร่างที่นอนอยู่เบื้องหน้าค่อยๆ เลื่อนออกไปห่างจากเขาไปทุกขณะ</p>
<p>หัวใจของมันอ่อนแรงคล้ายแสงดาวลางหรี่ เพียงไม่กี่ห้วงนาทีก็จะสิ้นไร้ซึ่งแสง ในห้วงสมองมันยังครุ่นคิดเรื่องราว ในวินาทีสุดท้ายของช่วงชีวิต มันเหลือบไปเห็นป้ายศิลาป้ายหนึ่ง ป้ายศิลานั้นสลักตัวอักษรเลือนลาง ด้วยเพราะการเวลามักคร่ากุมสรรพ์สิ่ง</p>
<p>“หลงซาน???”</p>
<p>หลงจิงใช้ห้วงลมหายใจสุดท้ายของมันอ่านอักษรบนป้ายศิลา    <br />ก่อนสิ้นใจตาย ใบหน้าของมันยังคงมีแต่คำถาม</p>
<p>“ไฉน?..เป็นเรื่องราวเช่นนี้”</p>
<p align="right"><strong>หลงซานเป็นขุนเขา     <br />มันไม่สูงตระหง่านเท่าหลิงซาน แต่ก็นับว่าไม่ห่างไกล      <br />ผู้ใดหลงเข้ามามักพบเจอเงาร่างตัวตน      <br />ผู้ใดหลงติดตามเงาร่างนั้น      <br /></strong></p>
<p align="right"><strong>มันก็มักเหน็ดเหนื่อยจนสิ้นใจ</strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/69/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/69/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=69&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%95-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตั้งหลัก บทที่ ๑๔ : เดินทาง</title>
		<link>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 10:20:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>monkey008</dc:creator>
				<category><![CDATA[ตั้งหลัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งหลัก บทที่ ๑๔ : เดินทาง ครั้งเมื่อวาโยเคลื่อนคลาย มวลอากาศรอบรายดั่งคล้ายกำเนิดลมหายใจหอบหนึ่ง ธรรมชาติหายใจ ผู้คนหายใจ จิตใจผู้คนเล่า จิตใจผู้คนเมื่อยังมีชีวิตล้วนต้องหายใจ หากผู้คนไม่อาจกระทำแลมิอาจกระทำเรื่องราวข้างต้น ใยมิเป็นเช่นเดียวกับไม้แห้งตาย มีแต่สึกกร่อนไปนานวัน มีแต่โรยร่วงเป็นฝุ่นผง เมื่อริ้วลมโบกต้อง ก็พลันแตกกระจายเป็นละอองธุลี มือหยาบกร้านแดดแต่กร้าวเกร็งกระชับไม้เท้ามั่นเผยให้เห็นเส้นเอ็นที่ลำแขนปูดโปน ปลายไม้เท้าสลักลงพื้นดินตรึงแน่นเพียงเพื่อยันส่งร่างกายกันบอบบางให้เคลื่อนไปข้างหน้า มีเพียงข้างหน้าเท่านั้นที่สายตาคู่นั้นจับจ้อง เสียงหอบหายใจถี่กระชั้น ความชื้นเย็นในดงไพรละลายความร้อนที่ฝังอยู่ภายในร่างกายผู้คน เงาร่างคนผู้หนึ่งเบื้องหน้ากำลังพลิ้วผ่านชายผู้ถือไม้เท้า &#34; ท่านเดินทาง &#34; &#34; ท่านก็เช่นกัน &#34; &#34;ด้านบนท่านพบเจอสิ่งใด&#34; &#34;ข้าพเจ้าไม่อาจกล่าวได้&#34; &#34; ไฉนไม่อาจบอกกล่าว &#34; &#34; ไม่อาจบอก ย่อมไม่อาจบอก ยังมีอันใด &#34; ชายวัยกลางคนศีรษะชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ บ่าไหล่สะพายย่ามผ้าด้ายดิบในมือหนึ่งถือไม้เท้าที่เป็นเพียงกิ่งไม้แห้ง ริดเอากิ่งเล็กกิ่งน้อยออก เพียงใช้พยุงตัวเองก้าวผ่านม่านความชื่นของพงไพร แผ่นหลังดูคล้ายกำแพงหินอันหนักแน่น &#8230; เด็กหนุ่มเพียงมองแผ่นหลังชายวัยกลางคนค่อยๆลับหายไปกับทิวไม้เหลือบหิน เด็กหนุ่มก้าวเท้าสืบต่อ สายตาจับจ้องไปที่หมายเดิม ชั่วเวลาหนึ่งจึงผ่านพ้นแนวไพร บรรลุถึงเนิ่นหญ้า เบื้องหน้าเพียงพบยอดเขาตั้งชันสูง บนยอดเขานั้นหามีอันใดไม่ มิได้มีดอกไม้งาม นางงามเฉิดโฉม ยาเทวดาขจัดพิษร้าย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=68&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl.jpg"><img title="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" height="120" alt="sendan-kendatsuba-TNM-640pxl" src="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#038;h=120&#038;h=120" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>ตั้งหลัก บทที่ ๑๔ : เดินทาง</strong></p>
<p> <span id="more-68"></span>
<p><strong>ครั้งเมื่อวาโยเคลื่อนคลาย</strong> มวลอากาศรอบรายดั่งคล้ายกำเนิดลมหายใจหอบหนึ่ง    <br />ธรรมชาติหายใจ ผู้คนหายใจ จิตใจผู้คนเล่า    <br />จิตใจผู้คนเมื่อยังมีชีวิตล้วนต้องหายใจ</p>
<p>หากผู้คนไม่อาจกระทำแลมิอาจกระทำเรื่องราวข้างต้น ใยมิเป็นเช่นเดียวกับไม้แห้งตาย มีแต่สึกกร่อนไปนานวัน มีแต่โรยร่วงเป็นฝุ่นผง เมื่อริ้วลมโบกต้อง ก็พลันแตกกระจายเป็นละอองธุลี    </p>
<p>มือหยาบกร้านแดดแต่กร้าวเกร็งกระชับไม้เท้ามั่นเผยให้เห็นเส้นเอ็นที่ลำแขนปูดโปน ปลายไม้เท้าสลักลงพื้นดินตรึงแน่นเพียงเพื่อยันส่งร่างกายกันบอบบางให้เคลื่อนไปข้างหน้า มีเพียงข้างหน้าเท่านั้นที่สายตาคู่นั้นจับจ้อง เสียงหอบหายใจถี่กระชั้น ความชื้นเย็นในดงไพรละลายความร้อนที่ฝังอยู่ภายในร่างกายผู้คน</p>
<p>เงาร่างคนผู้หนึ่งเบื้องหน้ากำลังพลิ้วผ่านชายผู้ถือไม้เท้า </p>
<p>&quot; ท่านเดินทาง &quot; </p>
<p>&quot; ท่านก็เช่นกัน &quot; </p>
<p>&quot;ด้านบนท่านพบเจอสิ่งใด&quot; </p>
<p>&quot;ข้าพเจ้าไม่อาจกล่าวได้&quot; </p>
<p>&quot; ไฉนไม่อาจบอกกล่าว &quot; </p>
<p>&quot; ไม่อาจบอก ย่อมไม่อาจบอก ยังมีอันใด &quot;</p>
<p>ชายวัยกลางคนศีรษะชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ บ่าไหล่สะพายย่ามผ้าด้ายดิบในมือหนึ่งถือไม้เท้าที่เป็นเพียงกิ่งไม้แห้ง ริดเอากิ่งเล็กกิ่งน้อยออก เพียงใช้พยุงตัวเองก้าวผ่านม่านความชื่นของพงไพร แผ่นหลังดูคล้ายกำแพงหินอันหนักแน่น </p>
<p>&#8230; </p>
<p>เด็กหนุ่มเพียงมองแผ่นหลังชายวัยกลางคนค่อยๆลับหายไปกับทิวไม้เหลือบหิน เด็กหนุ่มก้าวเท้าสืบต่อ สายตาจับจ้องไปที่หมายเดิม ชั่วเวลาหนึ่งจึงผ่านพ้นแนวไพร บรรลุถึงเนิ่นหญ้า เบื้องหน้าเพียงพบยอดเขาตั้งชันสูง บนยอดเขานั้นหามีอันใดไม่ มิได้มีดอกไม้งาม นางงามเฉิดโฉม ยาเทวดาขจัดพิษร้าย ตำราวิชายอดยุทธ์ บนยอดเขานั้นเพียงพบความว่างเปล่า ความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ เด็กหนุ่มขุ่นแค้นชายวัยกลางคน</p>
<p>&quot;มันเมื่อขึ้นมามิได้พบเห็นอันใดไฉนไม่บอกกล่าว&quot;</p>
<p>คิดดังนั้นแล้วร่างกายมันพลันร้อนผ่าว ใบหน้าแดงฉานประดับด้วยความโกรธ ดีดเท้าออกพุ่งลงสู่ตีนเขาในมือพลันปรากฏกระบี่โลหะ มิได้เป็นไม้เท้าดั่งเช่นคราครั้งขาขึ้น ผ่านแนวไม้มาไม่กี่ช่วง ก็พบเจอผู้คนแล้ว ชายวัยกลางคนที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั่นเอง “เป็นท่าน” เด็กหนุ่มกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “เป็นเรา” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านยังคิดเดินทาง” “ข้าพเจ้าคิดเดินทาง” “ข้างบนมิมีอันใด ไฉนท่านยังคิดเดินทาง “ “ข้าพเจ้าเพียงคิดเดินทาง เบื้องบน มีหรือมิมีอันใดล้วนไม่เกี่ยวข้อง”    </p>
<p>เด็กหนุ่มรับฟังคล้ายงงงันวูบหนึ่ง</p>
<p>“การเดินทางย่อมต้องมีจุดหมาย ท่านเมื่อคิดเดินทางมิมีจุดหมายใยมิสูญเปล่า” </p>
<p>“ท่านผิดแล้ว จุดหมายท่านคือยอดเขา จุดหมายข้าพเจ้าคือการเดินทาง ” </p>
<p>ความเยือกเย็นของวาจาคนผสมกับละอองเย็นแห่งพงไพรมลายความร้อนผู้คนเด็กหนุ่มเพียงยืนสงบเงียบงันภายในครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนเดินผ่านมา </p>
<p>โชยลมเย็นพาให้ชายเสื้อเคลื่อนไหว บรรยากาศรายรอบล้วนแล้วพิสดาร ในทันตา เพียงเปลี่ยนมุมมองความคิด สิ่งต่างๆรายรอบก็พลันพลิกกาย ชายวัยกลางคนสาวเท้าก้าวเดินต่อ แผ่นหลังนั้นยิ่งใหญ่หนักแน่นดังเช่นตอนมา เด็กหนุ่มเพียงทุ่มเทกำลังเดินตามไปติดๆ คราครั้งนี้มันมิได้เพียงก้มหน้ามองดิน สลับกับเหลือบมองยอดเขา สองรายทางดังครั้งสมุดบันทึกของธรรมชาติเล่มโต บรรจุเนื้อหาเรื่องราวมากมาย มันเริ่มอ่านธรรมชาติ เริ่มอ่านสิ่งที่อยู่นอกเหนือเป้าหมาย ไม่นานมันกลับบรรลุถึงยอดเขาอีกครา หากแต่ครั้งนี้ยอดเขาแม้มิมีอันใด </p>
<p>แต่คราครั้งนี้แตกต่างจากครั้งเมื่อครู่มันพบบางสิ่งที่อาศัยอยู่ความว่างเปล่า บางสิ่งที่มิอาจจับต้อง สิ่งนั้นอาศัยอยู่ในความไม่มี เป็นมารดาของพลังทั้งมวล </p>
<p><strong>“ท่านคิดไปที่ใดต่อ”</strong> ชายวัยกลางคนเอ่ยถามเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มยิ้มพราวก่อนเอ่ยไปว่า </p>
<p>“ข้าพเจ้าคิดเดินทางต่อ”</p>
<p>กระบี่ในมือพาดหลังมันเพียงหยิบไม้เท้าอันเล็ก เพียงพอพยุงน้ำหนักตัว เตะเท้าออกเรียบเดินต่อไป</p>
<p>และต่อไป ..</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/monkey008.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/monkey008.wordpress.com/68/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=monkey008.wordpress.com&amp;blog=6741991&amp;post=68&amp;subd=monkey008&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monkey008.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91%e0%b9%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/fa48b7351c0d91d3a0fe61f546b7b3be?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">monkey008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://monkey008.files.wordpress.com/2009/03/sendankendatsubatnm640pxl-thumb.jpg?w=450&#38;h=120" medium="image">
			<media:title type="html">sendan-kendatsuba-TNM-640pxl</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
